อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

"ขนมครก" สูตรโบราณคนยังชอบกิน

ขนมครก อยู่คู่กับไทยเรามาช้านาน เป็นขนมที่อร่อย รสชาติหวานมัน กลมกล่อม มีกลิ่นหอม หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่ว ตลาดสด สถานีรถไฟ  ปั๊มน้ำมัน และรถเข็นริมทาง ราคาไม่แพง “ช่องทางทำกิน” นำข้อมูล ขนมครกสูตรนครสวรรค์ มาเสนอ อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.


  ขนมครก เป็นขนมที่อยู่คู่กับไทยเรามาช้านาน เป็นขนมที่อร่อย รสชาติหวานมัน กลมกล่อม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำ ตลาดสด สถานีรถไฟ  ปั๊มน้ำมัน และรถเข็นริมทาง และราคาไม่แพงเป็นเมนูขนมขายดี ปัจจุบันมีคนทำขายมากจำต้องสร้างจุดขายเพื่อเรียกลูกค้าให้ซื้อ โดยดัดแปลงแป้งให้มีสีสันสวยงาม หรือหน้าขนมให้มีความแปลกและหลากหลาย แต่วันนี้คอลัมน์ ช่องทางทำกินนำข้อมูลขนมครกสูตรนครสวรรค์มานำเสนอ แม้จะคงความโบราณ แต่เรื่องรสชาติไม่เป็นรองใคร เพราะในแต่ละวันจะมีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนขนมครกสูตรโบราณกันไม่ขาดสายตั้งแต่เช้ามืดจดเย็น
 
         ผู้ที่จะมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ คือ รุ่งนภา เดือนเฉย หรือ รุ่ง” ปัจจุบันอายุ 38 ปี ทายาทผู้รับช่วงการทำ ขนมครก สูตรโบราณนครสวรรค์ ซึ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของอาชีพให้ฟังว่า มาจากคุณพ่อกับคุณแม่คือ นายอำพร  จิรา และ นางศรีนวล จิรา ที่เดิมมีอาชีพทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่รายได้ไม่แน่นอนจึงไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว จากนั้นก็ตัดสินใจค้าขายโดยใช้ความรู้ความชำนาญจากการช่วยคุณยายคือการทำขนมครกสูตรคุณยายมาประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเธอหลังเรียนจบก็ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรี อยุธยา ต้องเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยาทุกวัน พอแต่งงานมีครอบครัวก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับการเดินทางกลายเป็นความเครียดสะสมจึงอยากจะเปลี่ยนงาน ระหว่างนั้นก็พยายามมองหางานทำในกรุงเทพฯ แต่เผอิญว่าตั้งท้องเสียก่อนจึงเป็นเรื่องยากที่จะไปสมัครทำงานที่ใหม่
     
      ทำงานต่อจนกระทั่งคลอดลูกจึงลาออกจากงานเนื่องจากไม่มีคนเลี้ยงลูก เพราะพ่อแม่เราก็ขายขนมครก พ่อแม่แฟนก็ทำงาน พอลูกเข้าโรงเรียนเราก็ว่างจึงอยากทำงานหาเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัว พ่อกับแม่จึงแนะนำให้ขายขนมครก โดยขยายสาขาต่อจากพี่สาวซึ่งขายอยู่ที่ตลาดบัว ลาดปลาเค้า จากนั้นก็ตัดสินใจขยายขายขนมครกสาขาที่ 3 ตรงปากทางเข้าตลาด กม. 2 ใกล้ป้ายรถเมล์ ปรากฏว่าขายดีมากอาจเป็นเพราะชื่อเสียงความอร่อยของคุณพ่อคุณแม่ที่มีมายาวนานถึง 23 ปี เลยส่งผลให้ขนมครก สาขา 3 ขายดิบขายดีเช่นกัน รสชาติความอร่อยเหมือนกันทุกสาขา เพราะทุกคนช่วยกันทำจากแหล่งที่เดียวกัน ตอนนี้สาขา 3 ก็ขายเข้าปีที่ 6 แล้ว


        
     สำหรับจุดเด่นของขนมครกสูตรโบราณนครสวรรค์ รุ่ง บอกว่า หน้าขนมจะมีต้นหอมซอยอย่างเดียว ตัวขนมเมื่อเย็นแล้วจะกรอบนอก นุ่มใน หวานมันกำลังดี แม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยน่าสนใจ แต่เรื่องรสชาติไม่เป็นรองใคร เพราะในแต่ละวันจะมีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนขนมครกสูตรโบราณกันไม่ขาดสาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องทานร้อน ๆ เสมอไป แค่แคะออกจากเตามาวางจัดชุดไว้ก็มีรถมาจอดเทียบและอุดหนุนตลอดถึงแม้ขนมครกจะเย็นแล้วก็ตาม
   
      อุปกรณ์ ในการทำขนมครก หลัก ๆ ก็มี เครื่องปั่นขนาดใหญ่, เบ้าขนมครก (มีฝาครอบ), หม้อที่มีฝาปิด, เตาถ่านหรือเตาแก๊ส, กระบวย, ลูกประคบเล็ก ๆ ที่ทำจากกาบมะพร้าวห่อด้วยผ้าขาว หรือฟองน้ำ, ช้อนสเตนเลสทุบปลายให้บาง (ไว้สำหรับแคะขนม), ตะแกรงพักขนม, ถังน้ำแข็ง และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่หยิบฉวยเอาได้จากในครัว
        
     วัตถุดิบ ที่ใช้ในการทำตัวแป้ง “ขนมครก” มี แป้งข้าวเจ้า 5 ถ้วยตวง, ข้าวหอมมะลิหุงสุกประมาณ 1 ถ้วยตวง, น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง, หัวกะทิประมาณ 3 ถ้วยตวง, หางกะทิประมาณ 3 ถ้วย, เกลือป่น 2 ช้อนชา
        
    ส่วนผสมการทำ “หน้าขนมครก” มี หัวกะทิประมาณ 2 ถ้วยตวง, หางกะทิประมาณ 1 ถ้วยตวง, น้ำตาลทรายประมาณ 1/2 ถ้วยตวง เกลือป่นเล็กน้อย และต้นหอมสด 2 ขีด
        
     ขั้นตอนการทำขนมครก สูตรโบราณนครสวรรค์
     
     ขั้นตอนแรกเริ่มการทำตัวแป้งขนมครกก่อน โดยนำข้าวหอมมะลิที่หุงสุกมาปั่นละเอียดกับน้ำเปล่า ตั้งพักไว้สักครู่ จากนั้นเอาน้ำสะอาดเทใส่ลงในหม้อหรืออ่างผสม ใส่น้ำตาลปี๊บ, เกลือป่น, หัวกะทิ, หางกะทิ, แป้งข้าวสุกบดละเอียด (เพื่อให้แป้งกรอบ) และแป้งข้าวเจ้าลงไป นวดส่วนผสมให้เข้ากันจนแป้งเป็นเนื้อเหลว (ถ้าแป้งข้น
เกินไปให้เติมน้ำอีก) ปิดฝาหม้อตั้งพักไว้สัก 30 นาที
        
   ระหว่างรอแป้งเซตตัว ก็หันมาทำหน้ากะทิที่ใช้หยอด นำหัวกะทิและหางกะทิที่คั้นเตรียมไว้เทใส่ลงในภาชนะ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่น คนส่วนผสมให้เข้ากันดี ยกขึ้นตั้งไฟพอร้อน เอาลงตั้งพักตั้งไว้ให้เย็น นำต้นหอมล้างให้สะอาด ผึ่งสะเด็ดน้ำให้แห้งดี แล้วนำไปหั่นฝอยใส่ลงไปในหม้อน้ำกะทิ พร้อมรอหยอด
       
     วิธีหยอดขนมครก นำเบ้าขนมหรือพิมพ์ขนมตั้งเตาไฟอ่อน ๆ เช็ดให้สะอาดด้วยน้ำมันพืชเล็กน้อยให้ทั่วทุกหลุม พอเบ้าหรือพิมพ์ร้อน ใช้ทัพพีตักแป้งและหน้ากะทิใส่ลงในกาน้ำ โดยแยกกา (หากถนัดใช้ทัพพีหยอดก็ได้) เมื่อเตาร้อนหยอดแป้งลงในเบ้าขนมครกประมาณ 2 ใน 3 ส่วน โดยหยอดแบบนี้จนครบทุกหลุมแล้วจึงหยอดหน้ากะทิตามลงไปจนเต็ม ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที จึงค่อยเปิดฝา สังเกตขอบขนมเริ่มเป็นสีน้ำตาลก็เป็นอันใช้ได้ ใช้ช้อนสเตนเลสทุบปลายแคะขนมครกออกมาวางบนตะแกรงที่เตรียมไว้เพื่อให้ไอร้อนระเหย เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว
    
       รุ่ง บอกอีกว่า เธอและพี่สาวจะขายช่วงเช้า ส่วนคุณพ่อคุณแม่จะขาย 2 รอบ คือ ช่วงเช้าและเย็นที่หน้าตลาดรามอินทรา กม.2
        
     สำหรับราคาขาย ขนมครก” เจ้านี้ ขายชุดละ 20 บาท (มี 6 คู่)
 
         ขนมครก สูตรโบราณนครสวรรค์ เจ้านี้ มี 3 สาขา คือ สาขา 1 ขายทุกวันที่หน้าตลาดรามอินทรา กม.2 (ขายช่วงเช้าและช่วงเย็น), สาขา 2 ขายช่วงเช้าทุกวันที่ตลาดบัว ลาดปลาเค้า 63 และสาขา 3 ขายช่วงเช้าทุกวัน ที่ปากทางเข้าตลาดรามอินทรา กม.2 ใกล้ป้ายรถเมล์และโรงจำนำ ใครที่อยากจะลิ้มรสขนมครก สูตรโบราณก็สามารถแวะเวียนไปชิมไปอุดหนุนกันได้ หรือสั่งไปออกงานนอกสถานที่ ติดต่อ รุ่ง-รุ่งนภา เดือนเฉย เจ้าของกรณีศึกษา ช่องทางทำกิน ได้ที่โทร. 09-9451-9645 และนี่ก็เป็นอีกช่องทางทำกินที่น่าพิจารณา.

......................................................
เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 50