อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

จากเสาหลักกลับเป็นภาระ 'อดีตนักมวย'สู่ความพิการ

สัปดาห์นี้เปิดเส้นทางอดีตนักมวยชีวิตผกผัน ชะตาลิขิตกำพร้าพ่อ-สูญเสียแม่ป่วยมะเร็ง กตัญญูชกมวยส่งเงินให้ยาย เคราะห์ซ้ำเหตุประมาทรถมอเตอร์ไซค์ล้มพิการ เผชิญวิกฤตคิดฆ่าตัวตายแต่ฉุกคิดได้ อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เพจดังอย่าง “นางฟ้าซาลอน” ได้เผยแพร่เรื่องราวของหนุ่มวัย 21 ปี อดีตมักมวยที่โชคชะตาเล่นตลกตั้งแต่เขาเกิดมาและจำความได้ แม้แต่ในวันที่เขาเติบใหญ่ ชีวิตกำลังเดินไปได้สวยและมีความสุข เพียงคำสั้น ๆ คำว่า “ประมาท” พญายมราชจึงจะมากระชากวิญญาณของเขาไป แต่ทว่ากลับไม่สำเร็จ และทิ้งความทุกข์ทรมานที่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเขาได้กลายเป็น “ผู้พิการ” นอนป่วยติดเตียง
 
ชื่อของเขาคือ “อาม-ชัยวัฒน์ แก้วเหนือ” ชาวหมู่ 3 บ้านหนองเป็ด ต.นาคาย อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เด็กบ้านนอกที่วาดฝันอนาคตบนสังเวียนผ้าใบอย่างมุ่งมั่น แต่เส้นทางนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นของวิบากชีวิต


 
“ยายเล่าให้ฟังว่า ตอนผมอายุได้แค่ 8 เดือนพ่อกับแม่ก็หย่าร้างกัน แม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น นาน ๆ ครั้งจะกลับมาหา แต่มีวันหนึ่ง จู่ ๆ แม่ก็มาเสียชีวิตโดยที่ทุกคนไม่ทันเตรียมใจ ตอนนั้นผมจำได้ ผมอยู่ ป.5 แม่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม แต่ไม่เคยบอกใครเลย”
 
หลังจากนั้นเขาต้องย้ายไปอยู่กับพี่ชายของแม่ แต่ด้วยภาระที่ลุงต้องแบกรับทั้งครอบครัว จึงตัดสินใจส่งหลานชายฝาแฝดไปอยู่ที่โรงเรียนสอนเด็กกำพร้า ที่ จ.อ่างทอง “ใช่ ๆ ครับ ผมลืมบอก ผมมีแฝดผู้พี่ แต่พี่อยู่ไม่ได้ครับ จึงหนีกลับไปหายายที่อุบลฯ” แต่ทว่าพี่ชายกลับต้องมาล้มป่วยเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ14 ปี และมีปัญหาทางสมอง ไอคิวต่ำ ความคิดเหมือนเด็ก เมื่อชีวิตเป็นเช่นนี้สิ่งที่แฝดผู้น้องจะทำได้คือเรียนรู้เพื่ออยู่รอดด้วยการฝึกชกมวยและเล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง เพราะในใจของเด็กคนนี้ไม่อยากเป็นภาระให้ทางบ้าน ในที่สุดก็เรียนจบชั้น ม.3 และมุ่งมั่นจะเป็นนักมวย หาเงินส่งกลับไปให้ที่บ้าน


 
กระทั่งมีครูมวยท่านหนึ่งเมตตา ส่งเสียให้เรียนต่อพร้อมกับเพื่อน ๆ นักมวยอีก 2 คน “ผมไม่จบม.6 ครับ ตัดสินใจออกกลางคัน เพราะไม่ไหวครับ ร่างกายผมแย่ จากที่เป็นคนอ่านหนังสือได้ ลิ้นกลับพันกัน คิดช้า และต้องขอครูมวยเลิกชก” โดยสืบเนื่องมาจากสาเหตุ…สมองได้รับการกระทบกระเทือน ความจำเริ่มเลือนราง ไม่สามารถจำอะไรได้แบบเมื่อก่อน และมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกหลายจุด
 
ครูมวยพูดปลอบเพื่อให้กำลังใจหนุ่มน้อยวัย 18 ปี “อนาคตพวกนี้มันไม่แน่นอน ต่อยมวยต้องเก่ง ถ้าไม่เก่งก็ไม่รุ่ง แต่อย่าทิ้งความรู้ตรงนี้ไปเสียเปล่า เราสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้” ดังนั้นเขาจึงผันตัวเองเป็น เทรนเนอร์สอนศิลปะการชกมวย ตามฟิตเนตต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ แม้จะได้เงินเดือนเพียง 12,000 บาท แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งกลับไปให้ที่บ้านเดือนละ 5,000 บาท มันเป็นความท้าทายของเด็กต่างจังหวัดที่พยายามอยู่ให้ได้ในเมืองหลวง เพราะในหัวของเขาคิดเสมอว่า….ชีวิตต้องดีกว่านี้


 
จังหวะชีวิตที่กำลังไปได้ด้วยดี ทำให้เขาย้ายไปดูที่ฟิตเนสที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งย่านลาดปลาเค้า เพราะมีโอกาสเป็นเทรนเนอร์ให้กับดาราที่มีชื่อเสียง เคยสอนศิลปะการต่อยมวยและการป้องกันตัวให้กับดาราหลายคน จนเป็นที่ไว้ใจในขณะนั้น แต่จู่ ๆ ความผกผันในชีวิตที่ไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง กลับแทรกเข้ามาในวันที่เงินเดือนออก วันที่เขาถามตัวเองว่า “ทำไมวันนั้นผมถือหมวกกันน็อกไว้ในมือ ผมก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน ทำไมผมไม่ใส่ ด้วยความประมาท คิดว่าเดี๋ยวก็ถึงที่พัก ทำให้ชีวิตผมต้องเปลี่ยนไป” และวันนี้ยังเป็นวันที่ทางบ้านได้รับเงินเดือนที่เขาโอนให้ตามปกติ แต่กลับต้องมาทราบข่าวร้าย
 
ฟากหลานชายที่ขี่รถจักรยายนต์ออกจากธนาคารเพื่อกลับที่พักขณะฝนตก จังหวะเบรกล้อรถสะบัดทำให้รถไถลไปกับพื้นถนน หัวของเขาฟาดกับล้อรถใหญ่คันข้างหน้าและกลิ้งไปกับพื้นถนนชนขอบฟุตปาธ เขาพยายามสำรวจว่าตัวเองขณะที่นอนอยู่ว่าแขนขาหักหรือไม่ แต่กระดูกที่คอกลับลั่นเสียงดัง ทำให้รู้สึกได้ว่าตั้งแต่หน้าอกถึงปลายเท้าเกิดอาการชาขยับไม่ได้ในทันที


 
อามต้องนอนรักษาตัวอยู่นาน เฉพาะในห้องไอซียู 1 เดือนเต็ม และเริ่มรู้ว่าตัวเองจะกลับมาเดินไม่ได้แล้ว จิตใจดิ่งลงทุกขณะจนถึงจุดที่คิดวิธีฆ่าตัวตาย พร้อมกับบอกลาครอบครัวและลงมือในที่สุด แต่พญายมราชละเว้นดวงวิญญาณของเขา รอยยิ้มของหญิงวัย 70 ปี “นางคำเผาะ แก้วเหนือ” ผู้เป็นยาย เรียกสติเขากลับคืนมา เขาใช้ใจมองโลกให้กว้างกว่าที่ห้องสี่เหลี่ยมกักขังเขาไว้ “เหมือนผมได้ชีวิตใหม่ ตอนนั้นผมคิดว่า ผมยังมีมือที่ขยับได้ หนังสือก็เรียนมา แค่กระดูกต้นคอแตกไปโดนเส้นประสาท ทำให้ร่างกายผมขยับไม่ได้ ไม่รู้สึกตั้งแต่หน้าอกลงไป แต่ว่ามันต้องมีสักอาชีพที่คนพิการทำได้ เราก็แค่กลับมาหาหมอ 3-4 เดือนครั้ง สู้หน่อยเดินไม่ได้ก็ยังมีมือ ผมจึงกัดฟันสู้มาตลอด”
 
จากเป็น “เสาหลัก” กลับต้องเป็น “ภาระ” ให้ยายดูแล พร้อมกับหนี้สินที่งอกเงยจากค่ารักษาพยาบาล เขาได้แต่คิดสงสารที่ตอนนี้ช่วยอะไรไม่ได้ เห็นยายที่แก่ชรายอมอกทนนั่งหลังขดหลังแข็งทอเสื่อจาก “ต้นไหล” เพื่อหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายของครับครัว


 
ก่อนจบบทสัมภาษณ์ อามยังฝากทิ้งท้ายให้กำลังใจคนที่ตกอยู่ในสภาพเช่นเขา แต่กำลังต่อสู้กับอุปสรรคความคิดว่า “เมื่อเราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนคนอื่น ได้เรียนรู้ความอยากลำบากที่แท้จริง แต่เดิมที่เราใช้ชีวิตปกติ ไปไหนได้ด้วยตัวเอง เดียวนี้ต้องนั่งรถวิวแชร์ให้หลานพาไป มันยากลำบากกับการใช้ชีวิตแบบนี้ แต่เราได้เรียนรู้การต่อสู้กับชีวิตใหม่ที่ต้องเจออะไรอีกหลายอย่าง ท่ามกลางคนรอบข้างและกำลังใจต่าง ๆ บ้างครั้งเหนื่อย ท้อ คิดฆ่าตัวตาย แต่เมื่อมองไปข้างหน้า มองดูคนรอบข้างที่ให้กำลังใจ ถามตัวเองให้ได้ว่า ลองใช้ชีวิตแบบนี้ให้มีความสุขหรือยัง แล้วคุณจะอยู่ได้กับความพิการ”


...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพบางส่วน : @Anglestylist

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 191