อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

เปิดมาตรฐาน "แล็บ" วิเคราะห์สารเคมีภาคเกษตร

หน่วยงานอย่าง “กระทรวงสาธารณสุข” ให้ข้อมูลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จากสารเคมีภาคเกษตรอย่าง “พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส” พยายามรณรงค์ให้มีการยกเลิกนำเข้า มีกลุ่มคนอีกฝั่งระบุว่าสารเหล่านี้ไม่อันตรายกับสุขภาพ อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 เวลา 07.30 น.


   แม้หน่วยงานหลักในการดูแลระบบสุขภาพของประเทศไทยอย่าง “กระทรวงสาธารณสุข” จะออกมา ให้ข้อมูลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ที่เกิดจากสารเคมีภาคเกษตรอย่าง “พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส” และพยายามรณรงค์ให้มีการยกเลิกนำเข้า ใช้ในภาคเกษตรกรรมเพียงใด แต่ยังมีกลุ่มคนอีกฝั่งที่ระบุว่าสารเหล่านี้ไม่ได้อันตรายกับสุขภาพ อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวอ้าง ทำให้ไม่เชื่อถือและตั้งคำถามเสียงดังถึง “มาตรฐานการตรวจวิเคราะห์” ของกระทรวงว่าเป็นอย่างไร
        
    เรื่องนี้จึงหนีไม่พ้น “กรมวิทยา ศาสตร์การแพทย์” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบวิเคราะห์สารตกค้างต่าง ๆ ต้องออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว โดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า กรมวิทย์เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หน้าที่หลักอย่างหนึ่งคือการ “วิจัย” และ “ตรวจชันสูตรสารเคมีต่าง ๆ” เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ตั้งแต่ยา สมุนไพร สารเสพติด ชีววัตถุ เชื้อก่อโรคต่าง ๆ รวมถึงสารเคมีภาคเกษตรต่าง ๆ 
        
     จากภารกิจสำคัญระดับประเทศ กรมจึงได้พัฒนา “ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์” หรือ “ห้องแล็บ” ให้เป็นไปตามมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทำให้ปัจจุบันแล็บของกรมวิทย์ฯ ได้รับการรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ISO 9001 ด้านคุณภาพห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO/IEC 17025, ISO 15189, ISO 15190, ISO 17043 นอกจากนี้กรมฯ ยังเป็นหน่วยที่ให้การรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ISO 17011 และ OECD GLP ทั้งยังเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศและภูมิภาคอาเซียน (ด้านโลหะหนัก) ด้วย
        


    นพ.โอภาส บอกว่า สำหรับเรื่องสารเคมีภาคการเกษตรที่เป็นประเด็นถกเถียงกันในสังคมขณะนี้ คือทางกรมได้มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังมาตลอด ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และผลการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงเกณฑ์ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้างและมาตรฐานสากล (CODEX) และในปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมาได้มีการตรวจเพิ่มเติมในสารกำจัดวัชพืช ไกลโฟเซตและพาราควอตเข้าไปด้วย
   
         ผลการตรวจวิเคราะห์ “สารคลอร์ไพริฟอส” ได้ตรวจในผัก 160 ตัวอย่าง ผลไม้ 80 ตัวอย่าง จากตลาดสดในจังหวัดราชบุรี ปทุม ธานี ระยอง ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา ตรัง เชียงใหม่ พิษณุโลก ผลการตรวจพบสารตกค้างในผักร้อยละ 16.9 ในจำนวนนี้เกินมาตรฐานร้อยละ 13.8 ซึ่งผักที่พบคลอร์ไพริฟอสเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ใบบัวบก ผักชี/ผักชีฝรั่ง ถั่วฝักยาว มะเขือยาว/มะเขือเปราะ สะระแหน่ ผักแพรวและคะน้า ส่วน ผลไม้พบการตกค้างร้อยละ 6.2 
       
     ผลตรวจวิเคราะห์ “ไกลโฟเซต” ซึ่งหลังจากมีกระแสข่าวการใช้สารไกลโฟเซตในนาข้าว และอาจพบการตกค้างนั้น ทางกรมฯ จึงได้สุ่มตัวอย่างน้ำจากแหล่งเพาะปลูกนาข้าว สวนผัก จำนวน 10 ตัวอย่าง ผลพบการตกค้างในน้ำในนาข้าวที่จังหวัดราชบุรี  จำนวน 1 ตัวย่าง ปริมาณที่พบอยู่ที่ 2.8 ไมโครกรัมต่อลิตร
      
     ส่วนผลตรวจวิเคราะห์  “พาราควอต” นั้นได้มีการเก็บตัวอย่างผัก 128 ตัวอย่าง และผลไม้สด 40 ตัวอย่าง  จาก 8 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี  ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา ตรัง เชียงใหม่ พิษณุโลก ผลการตรวจผักมีการตกค้างของสารดังกล่าว ร้อยละ 26.6 เกินมาตรฐานร้อยละ 6.3 โดยผักที่เกินมาตรฐาน ได้แก่ คะน้า กะหล่ำ ผักหวาน ถั่วฝักยาว พริกขี้หนู ส่วนผลการตรวจผลไม้ พบการตกค้างร้อยละ 12.5 เกินมาตรฐานร้อยละ 5 ผลไม้ที่ตรวจพบได้แก่ ส้ม
    
       ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สรุปให้ฟังว่า มีการปนเปื้อนสารเคมีที่มีอันตรายสูงในสิ่งแวดล้อม และในห่วงโซ่อาหาร (ผลไม้) มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงควรยุติการใช้สารเคมีในภาคเกษตรที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง.

...............................................
อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 61