อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

เจ้าโลกอ่อนปวกเปียก ทั้งที่ร่างกายแข็งเเรงสมบูรณ์

2 ปีแล้วครับที่อวัยวะเพศไม่ยอมสู้ ทั้ง ๆ ที่แฟนผมก็กระตุ้นเล้าโลมให้อย่างดี ผมจะกินยาอะไร หรือมียาฉีดกระตุ้นให้อวัยวะเพศของผมแข็งตัวได้ดีบ้างไหมครับ จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 เวลา 00.15 น.


สวัสดีครับคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพอย่างสูง
ผมมีปัญหาที่อยากจะเรียนถามคุณหมอดังต่อไปนี้ ตอนนี้ผมอายุ 57 ปี มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่าง แต่ที่ไม่สมบูรณ์ก็คืออวัยวะเพศของผมมันไม่ยอมแข็งตัวทั้ง ๆ ที่จิตใจของผมยังสู้อยู่ทุกเวลา ผมมีอาการแบบนี้มาเป็นเวลา 2 ปีแล้วครับที่อวัยวะเพศไม่ยอมสู้ ทั้ง ๆ ที่แฟนผมก็กระตุ้นเล้าโลมให้อย่างดี แฟนผมมีอายุเพียง 40 เท่านั้นเอง ฉะนั้นผมอยากจะถามคุณหมอว่า ผมจะกินยาอะไร หรือมียาฉีดกระตุ้นให้อวัยวะเพศของผมแข็งตัวได้ดีบ้างไหมครับ ถ้ามียากินหรือยาฉีดผมอยากให้คุณหมอช่วยแนะนำผมด้วย ผมตรวจร่างกายแล้วหมอบอกว่าสมบูรณ์ทุกอย่างครับ

 
ด้วยความเคารพ
สัน 57

ตอบ สัน 57
จากการศึกษาในชายสูงอายุในมลรัฐแมสซาชูเชตส์ (Massachusetts Male Aging Study) ซึ่งศึกษาระบาดวิทยาของอาการนี้ไว้ดังนี้ หย่อนสมรรถภาพในระดับต่ำ : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดี สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เกือบทุกครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับปานกลาง : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เป็นบางครั้ง หย่อนสมรรถภาพระดับรุนแรง : ผู้ป่วยไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เลย โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดจากสาเหตุทั้งทางร่างกายและจิตใจสรุปได้ดังนี้คือ โรคประจำตัวที่พบมากที่สุด (ประมาณ 70%) คือโรคเบาหวานจัดเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโรคอีดี นอกจากนี้ก็มีโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น ความเคร่งเครียดในการทำงาน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด หรือแม้แต่วัยหลังเกษียณแล้วก็ตาม ถ้าเกิดความเครียด ความกังวล ก็ส่งผลต่อโรค อีดีได้ พบได้ 20% ของผู้ที่สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มาก เพราะการสูบบุหรี่จัดส่งผลต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากขึ้นพบได้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามอายุ เช่น 50 ปี ก็ 50% 70 ปี ก็ 70%

อย่างไรก็ตามการมีอายุมากขึ้นไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่เป็นเพราะโรคประจำตัวต่าง ๆ ตามอายุขัย เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ การรักษาอาการอีดีนั้นมีหลายวิธีทั้งยากิน ยาฉีด การใช้อุปกรณ์บริหาร รวมไปถึงการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้นมาใหม่ ตามหลักการรักษาอีดีที่ถูกต้องนั้นคนไข้จะต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดดูโรคแอบแฝงต่าง ๆ ระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน รวมทั้งต่อมลูกหมากร่วมด้วย สำหรับยากินที่ใช้รักษาอาการอีดีนั้นยังเป็นกลุ่มยา พีดีอี 5 ไอ แต่ยากลุ่มนี้จะใช้ได้อย่างปลอดภัยนั้นต้องไม่มีภาวะโรคหัวใจและไม่ได้รับยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรท เช่น Isodril, Imdur, Isosorbide เป็นต้น

ขณะที่ยาฉีดนั้นขนาดการใช้ยาแพทย์ จะเป็นผู้พิจารณาตามระดับอาการอีดีตามที่กล่าวมาข้างต้นเพราะหากใช้ในปริมาณยาที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดแข็งตัวนานไม่อ่อนตัวเกิดผลเสียต่อคนไข้ได้และคนไข้จะต้องรับการฝึกฉีดยาให้ชำนาญก่อนที่จะนำกลับไปใช้เองที่บ้านได้ ปัจจุบันคนไข้ที่ใช้เป็นประจำมา 15 ปี ก็ยังสามารถใช้อยู่อย่างสม่ำเสมอเพราะได้รับการฝึกสอนวิธีใช้อย่างละเอียดถึงผลดีและข้อห้ามไม่ใจร้อนไม่ใช้ยาเพื่ออยากเอาใจฝ่ายหญิงมากเกินไป เป็นต้น ดังนั้น การรักษาอีดีจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ยาไม่ใช่ขนมที่จะซื้อขายกันได้ง่าย ๆ หากคุณต้องการความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์อยู่การพบแพทย์จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป.

..............................
ดร.โอ สุขุมวิท 51


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%