อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

โรคหย่อนสมรรถภาพ ในภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่อง2

ภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องชนิดปฐมภูมิ หลักใหญ่ ๆ เกิดจากความผิดปกติภายในลูกอัณฑะ พุธที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 00.15 น.


สัปดาห์ที่แล้วเป็นข้อมูล เกี่ยวกับการให้ฮอร์โมนทดแทนของภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่อง ได้ถูกตรวจสอบอย่างมาก เนื่องจากมีการใช้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนอย่างแพร่หลาย ในปี พ.ศ. 2554 ยอดขายฮอร์โมนเพศชายทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้มีความกังวลด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน สื่อในสังคมต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ของการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน ทำให้มีการยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) เพื่อบังคับใช้คำเตือนไว้ในบรรจุภัณฑ์ยา

การทบทวนบทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ภาพรวมเกี่ยวกับระบาดวิทยา พยาธิสรีรวิทยา การวินิจฉัยและการรักษาของภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่อง และยังตอบข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องกับความกังวลด้านความปลอดภัยของการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน

การจำแนกประเภทของภาวะฮอร์โมน เพศชายบกพร่อง ภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องได้รับการจัดประเภทเป็นปฐมภูมิหรือทุติยภูมิขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งค่อนจะซับซ้อนอยู่บ้าง ภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องชนิดปฐมภูมิ หลักใหญ่ ๆ เกิดจากความผิดปกติภายในลูกอัณฑะซึ่งเปรียบเทียบได้กับโรงงานผลิตฮอร์โมนเพศชาย ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงและการเพิ่มขึ้นของ ลูทิไนซิง ฮอร์โมน (Luteinizing hormone ; LH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) ภายในสมองแล้วมากระตุ้นลูกอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของระบบต่อมไร้ท่อ

ในขณะที่ภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องชนิดทุติยภูมิเกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของต่อมใต้สมอง(pituitary gland) หรือไฮโพทาลามัส (hypothalamus)โดยตรง ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ด้านล่างของสมองส่วนหน้าซึ่งถือว่าเป็นศูนย์ควบคุมการทำงานให้ลูกอัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นถ้ามีการรบกวนในแนวแกนการกระตุ้นและการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง และไฮโพทาลามัส เป็นศูนย์ควบคุมลูกอัณฑะให้หลั่งฮอร์โมน
เพศชาย

ผลตามมาคือการลดลงของฮอร์โมนเพศชายและการลดลงหรือเป็นปกติของลูทิไนซิง ฮอร์โมน มีรายงานระบุว่าร้อยละ 9.5ของผู้ป่วยชายในการศึกษาผู้สูงอายุชายชาวยุโรป (EMAS) มีฮอร์โมนเพศชายปกติ แต่มีลูทิไนซิง ฮอร์โมน เพิ่มขึ้นและภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องที่ “ชดเชย” นี้มีความสัมพันธ์กับการทำกิจกรรมลดลงแต่ไม่เกี่ยวกับอาการทางเพศสัมพันธ์.
....................................................
ศ.น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%