อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

อาการสาววัยทองขึ้นเลข4 เช็กอย่างไรลดเสี่ยงโรครุม

สัปดาห์นี้แนะหญิงไทยวัย 40 ปีขึ้นไป เตรียมพร้อมสุขภาพก่อนเข้าสู่วัยทอง ลดเสี่ยงโรค ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก จันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ครบ 2 สัปดาห์แล้วกลับมาพบกับคุณยาย OK เช่นเคยค่ะ วันนี้เป็นเรื่องผู้หญิง ๆ เพราะจะมาพูดถึงเรื่องความเสี่ยงด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นหลังหมดประจำเดือน ซึ่งตามหลักแล้วจะอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 45-55 ปี (บางคนตั้งแต่ 40 ปี) หรือพูดง่าย ๆ เมื่อเราเข้าสู่โหมดวัยทอง ก็จะพบว่าอะไรหลาย ๆ อย่างในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น  
 
อีกเหตุผลที่หยิบเรื่องนี้มาพูดถึงก็เพราะเพิ่งจะผ่านวันของผู้หญิงมาหมาด ๆ โดยวันที่ 18 ต.ค. ของทุกปี องค์การอนามัยโลก กำหนดให้เป็นวันสตรีวัยทองโลก (World Menopause Day) คุณยายจึงสรรหาข้อมูลมาฝากกันไม่ให้พลาด เพื่อรณรงค์ให้สตรีวัยทองมีความรู้ความเข้าใจถึงระบบร่างกายของตัวเองมากยิ่งขึ้น
 
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย บอกให้ฟังว่า โดยเฉพาะการทำงานของรังไข่ ที่จะทำงานลดลงอย่างมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างอาการวัยทอง หรืออาการที่สัมพันธ์กับภาวะหมดประจำเดือน จะมีอาการร้อนวูบวาบตามตัวและหน้าอก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน ช่องคลอดแห้ง ผิวหนังแห้ง ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นอนไม่หลับ ความต้องการและความรู้สึกทางเพศลดลง



อีกปัญหาสุขภาพที่จะตามมา แต่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบเท่าไหร่นัก จนกลายเป็นเรื่องที่ปล่อยปละละเลยก็คือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามอายุ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น
 
ฉะนั้นใครที่มีอายุเข้าสู่วัยทองแล้ว สิ่งที่คุณยายจะแนะนำก็คือ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้
 
1.กินอาหารประเภทแคลเซียมเพิ่มขึ้น อาทิ  ผักใบเขียวทุกชนิด งาขาว งาดำ นม กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย และอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน อาทิ ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ถั่วแดง ฟักทอง กะหล่ำปลี บรอกโคลี แครอท ข้าวกล้อง เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม
 


2.ลดอาหารประเภท แป้ง อาหารมัน อาหารทอด อาหารเค็ม น้ำหวาน ชา กาแฟ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เพราะอาจทำให้มีอารมณ์แปรปรวน และกระวนกระวายมากขึ้น รวมทั้งควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง และป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่
 
3.ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ หรือกีฬาที่ชื่นชอบ เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ควรออกกำลังกายที่ใช้แรงกระแทก โดยเฉพาะข้อเข่า หรือการออกกำลังกายที่ทำให้เข่ารับน้ำหนักมาก จนเป็นสาเหตุของข้อเข่าเสื่อม
 
4.นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชม. ทำให้เพิ่มความจำ มีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว และอย่างสุดท้ายก็คือ 5.รู้จักผ่อนคลายความเครียดอย่างเหมาะสม
............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 79