อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

เคลียร์ถ.บางปะอิน-นครสวรรค์ เปิดพิกัด120รับสายเร็ว

สัปดาห์นี้ไปดูนโยบายเร่งด่วน! ถนนสาย 32 (เอเชีย) บางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 175 กม. พร้อมสุดนำร่องเพิ่มความเร็ว 120 กม.ต่อชม. อังคารที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์นี้จะพาไปอัพเดทหนึ่งในนโยบายสุดฮอต ของ รมว. คมนาคมยูไนเต็ด ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เรื่องการเพิ่มความเร็วรถจากที่กฎหมายให้ไม่เกิน 90 กม.ต่อชม. เป็นไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. แต่เจอ “สายความปลอดภัย” จากเครือข่ายนักวิชาการต่อต้าน ถึงไหนแล้วไปดูกัน !!

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม มอบนโยบายเพิ่มความเร็วรถส่วนบุคคลเป็นไม่เกิน120 กม.ต่อชม. ให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ก.ค.62 เป็นนโยบายเร่งด่วนภายใน 1 เดือน



ถอดรหัสความเร็วไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. กำหนดความเร็วในช่องถนนดังนี้ เลนซ้ายสุดสำหรับรถขับช้าหรือรถบรรทุกต้องไม่เกิน 60 กม./ชม. เลนที่ 2 ไม่เกิน 80 กม./ชม. เลนที่ 3 ไม่เกิน 100 กม./ชม. และเลนขวาสุดเหยียบไม่เกิน 120 กม./ชม. รวมทั้งต้องไม่ต่ำกว่า 80 กม.ต่อชม. หากใช้ความเร็วต่ำวิ่งเลนนี้จะกลายเป็นมนุษย์ลุง-มนุษย์ป้าถูกใบสั่งฐานขับช้าทันที ดังนั้นหากจะขับช้าต้องหลบไปเลนซ้ายเลยจ้า

กรมทางหลวง(ทล.) หน่วยงานหลักผู้รับผิดชอบผลักดันเรื่องนี้ ในฐานะดูแลทางหลวงทั่วประเทศ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสม การอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยบนทางหลวงแผ่นดิน 5 สายหลักเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะใช้นำร่องมาตรการเพิ่มความเร็วกับถนนที่มีช่องจราจรด้านละ 4 ช่องขึ้นไปหรือ 8 ช่องไปกลับ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรให้รถลื่นไหลเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นและตอบโจทย์นักขับส่วนใหญ่



เบื้องต้นพบว่า ถนนสาย 32 (เอเชีย) บางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 175 กม. มีความพร้อมที่จะนำร่องเพิ่มความเร็วมากที่สุด เนื่องจากเขตทางกว้าง มีระบบความปลอดภัยในระดับสากล โดยปัจจุบันผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จะใช้ความเร็วเกิน90 กม.ต่อชม. ซึ่งตำรวจอนุโลมผ่อนผันให้ไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. ตลอดเส้นทางตำรวจจะส่องกล้องตรวจจับความเร็วและตั้งด่านออกใบสั่งกับผู้ฝ่าฝืนที่เหยียบเกิน 120 โดยปรับไม่เกิน 500 บาทเพื่อกำหลาบพฤติกรรมผู้ขับรถ

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ให้รายละเอียดว่า สัปดาห์นี้ทล. จะนำเสนอที่ประชุมคณะทำงานฯ ของกระทรวงคมนาคมเห็นชอบในการใช้ถนนเส้นนี้นำร่อง อย่างไรก็ตามผลสำรวจตลอดเส้นทางพบว่าจุดกลับรถบนทางราบที่มีการเข้า-ออกของรถมีปัญหาเรื่องจุดตัดบางแห่งอาจต้องปรับปรุงใหม่เป็นทางลอดหรือสะพานลอยกลับรถ (เกือกม้า) แทน ขณะที่บางแห่งอาจต้องปิดจุดกลับรถพื้นราบควบคู่ด้วย เพื่อความปลอดภัยและลดจุดตัดกระแสการจราจร เบื้องต้นมี 10 กว่าจุดที่ต้องปรับปรุงตามรูปแบบและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่อาจนำงบฯ เหลือจ่ายในปีงบฯ 63 บางส่วนมาใช้ และเตรียมของบฯ 64 รองรับด้วย อยู่ระหว่างสรุปวงเงิน



โดยจุดกลับรถนี้หากปรับปรุงเป็นทางลอดจะใช้งบฯ 5-10 ล้านบาทต่อ 1 แห่ง ขณะที่สะพานลอยกลับรถใช้งบฯ 200 กว่าล้านบาทต่อ 1 แห่ง ราคาลงทุนสูงกว่าเนื่องจากรองรับรถได้ทุกประเภท ส่วนทางลอดกลับรถมีข้อจำกัดรับได้เฉพาะรถเล็กเท่านั้น ส่วนรถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ คาดว่าแต่ละจุดใช้เวลาปรับปรุง 5- 6 เดือนแล้วเสร็จ

นายสราวุธ บอกอีกว่า ที่เหลืออีก 4 สายได้มอบหมายสำนักงานสำรวจและออกแบบ, เขตทางหลวง และแขวงทางหลวงที่รับผิดชอบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) หมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) หมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) และหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมโดยละเอียดอีกครั้งจากนั้นนำข้อมูลมาสรุปและออกแบบแนวทางดำเนินการต่อไป คาดว่าทั้ง 4 สายจะได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือน

ดังนั้นต้องรอเคลียร์ความปลอดภัยของถนนสายแรกที่จะนำร่องอีก5-6 เดือน ควบคู่กับการเสนอแก้ไขกฎหมายตามขั้นตอนต่างๆ ก็ต้องรอไปถึงประมาณเดือน เม.ย. ปี 63 ส่วนอีก4 สายจะได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือน บวกเวลาที่ต้องปรับปรุงจุดตัดอีก5-6 เดือน ก็ต้องรอกันยาวถึงกลางปีหน้า ถือว่าล่าช้ากว่าเป้าหมายที่ถูกจัดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนต้องได้ข้อสรุปให้ตกผลึกภายใน 1 เดือน



ขณะที่นายศักดิ์สยาม ขยายความเพิ่มเติมว่า คณะทำงานฯ จะประชุมเพื่อสรุปความก้าวหน้าเรื่องนี้ต้องทำควบคู่หลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), กรุงเทพมหานคร (กทม.) , ทล. และ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เนื่องจากต้องแก้ไขกฎหมาย ที่สำคัญการเพิ่มความเร็วเป็นไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. ผู้ขับขี่ต้องปลอดภัย กระทรวงต้องฟังข้อแนะนำจากนักวิชาการด้วย ถือว่านโยบายนี้ใกล้ตกผลึกแล้ว ขอให้ใจเย็นๆ รอคณะทำงานฯ สรุปผลก่อนอีกทั้งไม่สามารถใช้ได้กับถนนทั่วประเทศทันที ต้องใช้กับถนนที่พร้อมก่อนถ้าเร็วแต่ไม่ปลอดภัยจะไม่ทำ ต้องเร็วและปลอดภัยด้วยถึงจะทำ

แม้จะยังมีเสียงต้าน แต่ “คมนาคมยูไนเต็ด” ก็เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ขณะที่ตำรวจก็กำลังแก้ไขกฎกระทรวงให้เพิ่มความเร็ว ซึ่งสอดคล้องกัน จะสายเร็ว...สายรีบ...หรือสายซิ่ง อดใจรอเคลียร์ถนนให้ปลอดภัยรับเปิดพิกัดความเร็ว 120
..................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 81