อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

วายร้ายกำลังจะหมดเสรีภาพ แต่กลับรู้สึกถึงอิสรภาพ

สัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของโจรหนุ่มเป็นหนี้พนันบอลตัดสินใจชิงทอง สำนึกผิดโทรหาแม่พามอบตัว ใจไม่รู้สึกกังวลแม้ต้องเสียเสรีภาพ แต่กลับโล่งอิสรภาพทางใจ พุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น.


หลังจากก่อเหตุวิ่งราวทองจากร้านสำเร็จ ชายหนุ่มขี่จยย.ขับออกไป แม้กล้องวงจรปิดจะจับภาพได้อย่างชัดเจนและตำรวจกระจายภาพไปทั่วประเทศ แต่ตามประสาคนทั่วไป ไม่มีใครอยากยุ่งกับคนร้าย อาจจะมีให้เบาะแสบ้าง แต่ส่วนใหญ่ข่าวจำนวนมากท่วมท้นไปด้วยเรื่องดราม่าแทบจะไร้สาระไปวันๆ

วายร้ายขี่รถไปจอดทิ้งไว้ และเรียกแท็กซี่ กลับบ้านเก็บข้าวของ ปลอมแปลงตัวเอง แล้วจึงออกเดินทางไกล หนีห่างจากกรุงเทพพระมหานคร เขาจำนำทองส่วนแรกก่อนอื่น เมื่อได้เงินราคางาม ก็เดินทางไปขึ้นรถทัวร์ มองป้ายตารางเอาสักจังหวัด

ระหว่างที่นั่งรอรถก็ทราบว่าทองที่เขาก่อเหตุมานั้นเป็นจำนวนเงินกี่บาท เพียงพอจะจัดการหนี้พนันได้สำเร็จ

ก่อนที่วายร้ายจะเป็นแบบนี้ ชีวิตมันช่างเลวร้ายมาก่อน

เริ่มจากบอลคู่แรก ความคิดอยากได้เงิน ด้วยความมั่นใจในการติดตามข่าวสารเรื่องฟุตบอลต่างประเทศมาพอสมควร เขาจึงเริ่มเล่นพนันซึ่งเริ่มได้ง่ายๆ จากการเปิดเว็บพนันบอลสักเว็บ แล้ววางเงินแทงลงไป มีเครดิต ก็ยิ่งโน้มน้าวใจให้ทุ่มเท



หวังผลตอบแทนร่ำรวย ก่อนผีพนันจะเข้าสิง ความรุ่มรวยในทรัพย์สินก็ปรากฏมาก่อน

แทงบอลถูกง่ายดายราวกับเป็นเซียนรู้อนาคตล่วงหน้า เขาแทงได้เงิน ใช้จ่ายเที่ยวเตร่ พาเพื่อนฝูงไปเลี้ยง เหล้า ความสุข สนุก นารีก็เข้ามาอย่างง่ายดาย

สนุกเคล้านารีจนตัวเปื่อย กลายเป็นศัพท์ติดปากเขาบ่อย ในยามที่เงินพนันไหลเข้ามามากกว่าไหลออกไป

หารู้ไม่ว่ามันเป็นบ่วงกับดักทางเริ่มต้นแห่งการเข้าสิงของผีพนัน

ไม่นาน เสียมากกว่าได้ ควรจะถอนตัวแต่ก็ถอนไม่ขึ้น ลุ้นทุกนัด อยากแทงทุกคู่ หวังใจกับลีกประหลาดๆ ชื่อทีมสโมสรไม่คุ้นหู

กลายเป็นหนี้หัวโตจากเครดิตพนันฟุตบอล

คิดหน้าไม่ออก คิดหลังไม่ตก จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว



จอมโจรอ่านคอมเมนท์ใต้กระทู้ข่าวของเว็บเดลินิวส์ มีคนบอกให้สงสัยพนักงานของร้าน เท่านี้ชายหนุ่มก็ใจเสีย พวกเธอไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องอะไรกับการก่อเหตุของเขา แต่ปากคนใจคนมือคนในโลกออนไลน์มันไม่ต้องรับผิดชอบอันใด จึงพิมพ์ว่าพนักงานร้านรู้เห็นด้วย จากนั้นตามมาด้วยการเข้ามาเห็นด้วยของใครหลายคน

“ไปเปิดประตูให้ได้ไง ต้องขังมันไว้กับโจร”

“ไม่มีร้านที่ไหนให้โจรได้ถือทองเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้นหรอก อันตราย”


รถทัวร์พาเขาไปต่างจังหวัด ชายหนุ่มตัดสินใจขายทองเอาเงิน เมื่อได้มาก็รู้สึกสงสารพนักงานของร้าน พาลไปสงสารร้านทองเสียด้วย

ไม่มีใครเป็นโจรมืออาชีพ มันเกิดจากเหตุผลบีบรัดต่างหาก

ว่าแล้วชายหนุ่มก็ตัดสินใจ จะหาเงินมาคืนร้านทอง

และจะมีทางใดสะดวกไปกว่าการพนันได้เล่า

ใช้เวลาไม่นาน ผีพนันก็พาเข้าไปหาเบาะแสบ่อน ชายหนุ่มเล่นไพ่ เมื่อมีทุนเยอะ ก็ไม่ต้องกลัวการวางเดิมพันที่ผูกติดกับดวง เขาได้เงินมามหาศาล

แตกต่างจากคราวก่อน คราวนี้เขารู้ตัวว่าควรถอนตัวเองเมื่อใด ผีพนันไม่ได้ครอบงำจิตวิญญาณเขาหมด เพราะความดีในหัวใจผนวกกับความสงสาร ชายหนุ่มจึงเลิก
แม่โทร.มาวิงวอนมอบตัว ในเสี้ยววินาทีที่มองเงินตรงหน้า ชายหนุ่มครุ่นคิดอะไรได้ ใครจะมาตามเงินเขาได้ หนี้พนันในโลกออนไลน์ไม่มีผล ไม่มีใครส่งนักฆ่ามือปืนมาจับเขาหักแข้งหักขาได้หรอก จะหนีไปแบบนี้ทั้งชีวิตไม่ได้



เหมือนตัวละครในเรื่องอาชญากรรมและการลงทัณฑ์ ความผิดเวียนวนในหัว สุดท้ายความอยากรับสารภาพทำให้เขาตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน แม่โทร.ไปประสานตำรวจที่มารอ ณ ขนส่ง แต่ไม่พบตัววายร้าย

แม่ชิงมารับตัวเขาไปโรงพักก่อน ตำรวจโดนนายด่า “มึงไปสายได้ไงวะ”

ชายหนุ่มเข้าพบตำรวจ เล่ารับสารภาพทุกอย่าง หลังก่อเหตุตัดสินใจถอดแว่นออก ใส่คอนแทคเลนส์ โกนคิ้วเหมือนพระสึกใหม่ ซึ่งก็ต้องรวมโกนหัวด้วย ใครจะได้จำไม่ได้

แต่ตัวเองต่างหากที่จำได้ ว่าก่อเหตุอะไรขึ้น

ตอนพบนักข่าวได้เปิดปากเล่า เหมือนปลดปล่อยตัวเอง ตอนไปทำแผน ก็เหมือนฉายภาพซ้ำๆ

ขณะกำลังจะเดินไปสู่เส้นทางไร้อิสรภาพ สู่เส้นทางแห่งการจองจำ ชดใช้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ชายหนุ่มหลับตาครุ่นคิดถึงเรื่องผันผ่าน เป็นความรู้สึกประหลาดที่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างช้าๆ

แม้กำลังจะหมดซึ่งเสรีภาพ แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงอิสรภาพ

มันเป็นความรู้สึกที่ก่อกำเนิดขึ้นในจิตใจ โล่งโปร่งสบายมันเป็นแบบนี้เอง

เหมือนที่ตัวละครแห่งอาชญากรรมและการลงทัณฑ์รู้สึกนั่นเอง

เขามาเข้าใจราสโคลนิคอฟก็วันนี้นี่เอง.
.....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%