อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

"ทำไมผู้เป็นโรคเบาหวานควรรับประทานยาลดไขมัน"

โรคเบาหวาน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือหลอดเลือดขนาดเล็ก ๆ ได้แก่ หลอดเลือดของจอรับภาพของตา เป็นผลให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา และหลอดเลือดฝอย ของไต ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดไตวาย อาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.30 น.

     
    โรคเบาหวานจะก่อให้เกิดพยาธิสภาพของหลอดเลือดทั่วร่างกาย หลอดเลือดที่เกิดพยาธิสภาพจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือหลอดเลือดขนาดเล็ก ๆ ได้แก่ หลอดเลือดของจอรับภาพของตา เป็นผลให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดตาบอด และหลอดเลือดฝอย ของไต เป็นผลให้เกิดภาวะเบาหวานลงไต ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดไตวาย ภาวะแทรกซ้อนอีกกลุ่มคือหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่กว่า ได้แก่ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เป็นผลให้ เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง  เป็นผลให้เกิดโรค หลอดเลือดสมองตีบตันหรืออัมพาต และ  หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงปลายเท้าตีบตัน เป็นผลให้เกิดแผลที่เท้าตามมา
     
    โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบตันสามารถพบได้ในคนที่ไม่เป็นเบาหวาน แต่ผู้เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดโรคเหล่านี้มากกว่า เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค ได้แก่ ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ และน้ำตาลในเลือดสูง เป็นต้น การป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวต้องอาศัยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวหลาย ๆ อย่างร่วมกัน คือ ควบคุมระดับไขมันเลว (LDL คอเลสเตอรอล) ให้ได้น้อยกว่า 100 มก./ดล.โดยรับประทานยาในกลุ่ม statin ควบคุมระดับความดันโลหิตให้ไม่เกิน 130/80 มม.ปรอท การหยุดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ไม่ให้เกิน 7.0 หรือ 7.5 % และในผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง เช่น อายุมากและมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างอาจจะพิจารณาให้รับประทานยา aspirin ขนาด 81 มก. เพื่อป้องกันการเกิดโรค
      
     ผู้เป็นเบาหวานที่อายุมากกว่า 40 ปีทุกรายหรือถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปีแต่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจหลายอย่าง ควรรับประทานยาลดไขมันในกลุ่ม statin เช่น simvastatin, atorvastatin, rosuvastatin, pravastatin, pitavastatin เป็นต้น เนื่องจากมีหลักฐานเชิงประจักษ์จากการวิจัยมากมาย ยืนยันว่า การลดระดับไขมันเลว (LDL คอเลสเตอรอล) ด้วยยาในกลุ่ม statin สามารถลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้ ยาในกลุ่ม statin อาจจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่สำคัญคือ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออักเสบ ส่วนภาวะตับอักเสบ พบได้น้อยมาก ผลดีของยาในกลุ่ม statin ในการลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง มีมากกว่าความเสี่ยงในการเกิดภาวะปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้ออักเสบ อย่างไรก็ตามถ้าผู้เป็นเบาหวานมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะได้ปรับหรือเปลี่ยนแปลงการใช้ยาให้เหมาะสมยาในกลุ่ม statin มีหลายตัว ซึ่งความแรงในการลดระดับไขมันเลวแตกต่างกันไป ยาบางตัวจำเป็นต้องรับประทานตอนกลางคืน เนื่องจากยามีระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้น ในขณะที่ยาบางตัวสามารถรับประทานเวลาใดก็ได้โดยที่ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพ ของยา ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าการรับประทานยาลดไขมันในกลุ่ม statin มีความสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  ในผู้ที่เป็นเบาหวานได้มากกว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด   ดังนั้นผู้เป็นเบาหวานส่วนใหญ่จึงควรรับประทานยาลดไขมัน statin ถ้าไม่มีข้อห้ามหรืออาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงจากยา
      
    บ่อยครั้งที่มักจะได้รับคำถามจากผู้เป็นเบาหวานว่า ทำไมต้องรับประทานยาด้วยในเมื่อสบายดี ไม่รู้สึกผิดปกติใด ๆ การควบคุมอาหารและ/หรือออกกำลังกายน่าจะเพียงพอต่อการควบคุมไขมันเลว ต้องเข้าใจก่อนว่าการควบคุมอาหารโดยการลดปริมาณอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาหมึก กุ้งตัวใหญ่ หอย สามารถลดระดับไขมันเลวในเลือดได้ไม่มากนัก การควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จึงมักต้องการการรักษาด้วยยาในกลุ่ม statin ร่วมด้วย
      
    “ตอนนี้ระดับไขมันในเลือดผมปกติดีแล้ว หยุดยาได้ไหมครับ” ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ผู้เป็นเบาหวานมักจะสอบถามบ่อย ๆ บางคนก็หยุดยาเองไปเลยโดยไม่บอกแพทย์เพราะคิดว่าหายแล้ว ดังกล่าวข้างต้น ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเพียงอย่างเดียว  แต่เกิดจากร่างกายสร้างไขมันคอเลสเตอรอลจากตับ และเนื่องจากความผิดปกติของขบวนการเมตาอลิซึ่มของไขมันคอเลสเตอรอล ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดไขมันคอเลสเตอรอลส่วนเกินได้ โดยเฉพาะไขมัน LDL ซึ่งเป็นไขมันเลว ดังนั้นถ้าหยุดยา statin ระดับไขมันคอเลสเตอรอลซึ่งลดลงจากการใช้ยา statin ก็จะกลับสูงขึ้นมาอีก ผู้เป็นเบาหวานจำเป็นต้องรับประทานยานี้ไปตลอดชีวิต  เช่นเดียวกับการรับประทานยาเบาหวาน ทั้งนี้เพื่อควบคุมระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีหลอดเลือดตีบตันแล้ว เช่น มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ หลอดเลือดสมองตีบ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ถือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงมาก ยิ่งจำเป็นต้องรับประทานยากลุ่มนี้เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำ
      
    ข้อมูลจาก ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ชัยชาญ ดีโรจนวงศ์ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ.

................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27