อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

ลูกเมียนักเรียน เสธ. ตอนที่ 5

ทางทหารเราใช้การจัดแบบ “หน่วย 3” อย่างกองพลหนึ่งก็จะมี 3 กรม กรมหนึ่ง มี 3 กองพัน กองพันหนึ่งมี 3 กองร้อย ฯลฯ .... แต่ภรรยามีได้คนเดียว (อาจารย์ไม่ได้บอก แต่ภรรยาสั่งไว้เด็ดขาด)… จันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.


ทั้งฝ่ายเสนาธิการและผู้บังคับบัญชาจึงต้อง “คิด” ด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ “ฐานะ” ในการคิดจะแตกต่างกันไปเท่านั้น แต่ตอนนี้เข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่า โรงเรียนเสนาธิการทหารบกมิได้มีหน้าที่แต่เพียงผลิต “ฝ่ายเสนาธิการ” เท่านั้น แต่หมายรวมถึง “ผู้บังคับบัญชา” ด้วย ทั้งสองฝ่ายจะได้มีกระบวนการคิดที่สอดคล้องและไปด้วยกันได้ ความจริงข้อนี้ดูได้จากชื่อของโรงเรียนเสธ.สหรัฐที่ใช้ชื่อว่า “Command and General Staff College” คือสอนทั้งผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการ ผิดกับของไทยที่เรียกสั้นๆ ว่า “โรงเรียนเสนาธิการทหารบก” ทั้งๆ ที่มีความมุ่งหมายในการเรียนการสอนเหมือนกัน

เรื่องนี้คนขี้สงสัยอย่างผมเคยถามอาจารย์โรงเรียนเสธ. ซึ่งท่านได้กรุณาอธิบายว่า สมัยแรก ๆ นั้น กองทัพไทยแยกระหว่างอาชีพ “ผู้บังคับบัญชา” กับ “ฝ่ายเสนาธิการ” ออกจากกันอย่างชัดเจน ใครเป็น ผบ.ก็เดินอยู่บนเส้นทางนี้ไป ใครเป็นฝ่าย เสธ.ก็เป็นฝ่ายเสธไป โรงเรียนเสธ.ในยุคแรกจึงสอนเฉพาะนายทหารที่จะทำหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการเท่านั้น จนกระทั่งต่อมาไปรับความคิดของสหรัฐเข้า จึงกลายมาเป็นสอนทั้ง ผบ.ทั้ง ฝ่ายเสธ. แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนชื่อโรงเรียนให้ยุ่งยาก...แล้วไล่ผมกลับไปนั่งโต๊ะเรียน อย่าขี้สงสัยนัก

เพื่อให้การทําหน้าที่คิดและให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการแบ่งกลุ่มของงานฝ่ายเสนาธิการตามลักษณะของงาน คืองานที่คล้าย ๆ กันหรือเกี่ยวข้องกันโดยตรงก็จัดมารวมกลุ่มกันเสีย แล้วแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ งานกำลังพล (Personel) งานการข่าว (Intelligence) งานยุทธการ (Operation) และงานส่งกำลังบำรุง (Logistics) ภายหลังก็มีการแบ่งเพิ่มงานขึ้นมาอีกเช่น งานกิจการพลเรือน (Civil Operation) รวมทั้งหากหน่วยสูงขึ้นก็จะมีกลุ่มงานปลัดบัญชี (Comptroller) งานสื่อสาร (Signal) และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากผมจะขี้เกียจไปค้นคว้าแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นอันใดที่คุณผู้อ่านจะต้องมาอดทนกับงานชื่อแปลก ๆ ของทหารเขาด้วย เอาแค่นี้แล้วกันนะครับ คนดี…

บรรพบุรุษทหารหัวแหลมของพวกผมรวบรวมงานเหล่านี้เข้าด้วยกัน แบ่งเป็นสายงานแล้วก็กำหนดผู้รับผิดชอบให้เป็นหัวหน้า จึงทำให้เกิดความง่ายในการบริหารและง่ายต่อการคิดแล้วให้ข้อเสนอแนะกับ ผบ.ท่าน

นำเรื่องนี้มาเล่า นอกจากจะได้เข้าใจเรื่องราวที่พวกผมจะต้องเรียนกันหัวแทบผุเพื่อนำมาใช้งานภายหลังแล้ว ผมยังคิดว่าอาจเกิดประโยชน์กับผู้อ่านในการเอาไปดัดแปลงใช้กับโครงสร้างการบริหารองค์กรของท่านด้วย งานอะไรที่มันคล้ายๆ กันหรือเกี่ยวพันกันเป็นตังเม แต่ทะลึ่งแยกกันอยู่โดยไม่ทราบสาเหตุ เวลาประชุมที่หนึ่งจึงมีผู้ร่วมประชุมเยอะชะมัดแน่นห้องไปหมด ก็จับมารวมๆ กันเสีย แล้วตั้งหัวหน้าเข้าคนหนึ่ง แค่นี้คุณก็จะบริหารง่ายขึ้น เพราะได้เกี่ยวข้องกับคนๆ เดียว



เคยอ่านพบที่ไหนจำไม่ได้ ฝรั่งเขาวิจัยออกมาว่า คน ๆ หนึ่งนั้นจะสามารถรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชาได้ดีก็อยู่ระหว่าง 3 ถึง 5 คนเท่านั้น ดังนั้นแทนที่คุณจะต้องฟังความเห็นหรือบัญชาคนตั้ง 10 หน่วย ก็จับรวมกันเสียอย่าให้เกิน 5 หน่วย คุณก็จะบริหารงานง่ายขึ้น

ทางทหารเราใช้การจัดแบบ “หน่วย 3” ครับ อย่างกองพลหนึ่งก็จะมี 3 กรม กรมหนึ่ง มี 3 กองพัน กองพันหนึ่งมี 3 กองร้อย ฯลฯ .... 

แต่ภรรยามีได้คนเดียว (อาจารย์ไม่ได้บอก แต่ภรรยาสั่งไว้เด็ดขาด)

ดังนั้น ในทางการเมืองที่แบ่งเป็นเพียง 2 ฝ่าย คือ “ฝ่ายรัฐบาล” กับ “ฝ่ายค้าน” นั้นว่ากันตามหลักการนี้แล้วจึงไม่ถูกต้องนัก ผมจึงเข้าใจว่าที่ใครเขานินทาว่ามีฝ่ายที่ 3 ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่า “ฝ่ายแค้น” บ้างหรือ “ฝ่ายค้ำ” บ้างเช่นในสถานการณ์ปัจจุบันนี้นั้น จึงน่าจะพอทำความเข้าใจกันได้อยู่…

โรงเรียนเสธ.ช่วงแรกจับพวกเราเรียนเรื่องราวการทำงานของฝ่ายเสนาธิการและผู้บังคับบัญชากันอย่างหนัก เริ่มจากหน้าที่ทั่ว ๆ ไปแล้วก็เจาะลึกลงไปในรายละเอียดของงานแต่ละสาย ตั้งแต่งานกำลังพล งานการข่าว งานยุทธการ ฯลฯ ตำราที่ใช้กองท่วมหัวทีเดียวครับและที่สำคัญคือส่วนใหญ่ต้องใช้การ “ท่องจำ” เกือบทั้งสิ้น สร้างความเดือดร้อนรำคาญอย่างแสนสาหัสให้กับนายทหารนักเรียน ผมจะยกตัวอย่างเรื่องที่เราต้องท่องมาให้ดูสักเรื่องแล้วกัน

“งานกำลังพล ประกอบด้วย 1) การรักษายอดกำลังพลของหน่วย 2) การจัดการกำลังพล 3) การจัดการกำลังคน 4) การพัฒนาและการรักษาขวัญ 5) การรักษาวินัย 6) การจัดการในกองบัญชาการ 7) งาน กำลังพลเบ็ดเตล็ด” ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ต้องท่องจำครับ !!!

แต่ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้บ่นอย่างเดียว คราวหน้าจะเล่าให้ฟังว่า นักเรียนเสธ.อย่างพวกผมจะแก้ปัญหาเรื่องต้องท่องจำนี้อย่างไร ?

ใบ้ให้ว่า....ลูกเมียจะเข้ามาเกี่ยวอีกครั้ง ต่อจากช่วยระบายสีแผนที่ครับ.
...............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 35