อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

สวนยางเฮ!ได้เงินประกัน พ่อค้าเฮ!ยิ่งกว่า..รีดเงินเพิ่ม

สัปดาห์นี้ไปดูโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ การให้เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการพัฒนา อาจไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง จันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น.


ยินดีปรีดา กันถ้วนหน้าไปแล้วสำหรับบรรดาชาวสวนยางกว่า 5 หมื่นคน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ดีเดย์โอนเงินรอบแรก กว่า 170 ล้านบาท ค่าประกันราคายางพารา ไปให้ก่อนเพื่อประเดิมโครงการประกันรายได้เกษตรกร

แน่นอน!! นี่เป็นเพียงแค่ “เรียกแขก” เท่านั้น เพราะเป้าหมายของโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพนั้น ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.71 ล้านราย รวมวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ก็ราวๆ 23,472 ล้านบาท

โครงการนี้… แม้จะดำเนินการภายใต้รัฐบาลผสมทั้ง 18 พรรคการเมือง แต่แน่นอนว่า พรรค”ประชาธิปัตย์” ก็เป็นเจ้าของโครงการตัวจริง ที่สัญญากับฐานเสียงที่จะเข้ามาทำในเรื่องของการประกันรายได้ให้ชาวสวนยางพาราให้สำเร็จจงได้



จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทั้งภาพข่าว ทั้งกระแสข่าว ในตอนนี้ พรรคการเมืองเก่าแก่พรรคนี้ จึงติดกระแสลมบน ทุกสื่อทุกแขนง แทบจะเรียกได้ว่า “กลบ” โครงการอื่น ๆ ของรัฐบาลไปจนหมด

ส่วนโครงการอื่นๆ ของพรรคร่วมรัฐบาลที่นำมาเป็นผลงาน ต่างกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า “แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์” โดยมีประชาชนคนไทยตาดำๆ เป็นตัวประกัน

ว่ากันตามจริงแล้ว …. แม้เวลานี้ประเทศไทยกำลังออกอาการ “ซวนเซ” จากรายได้จากการส่งออกสินค้าหดหายอย่างหนัก ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางมาคอยรับมือก็ตาม!!!

แต่ในแง่ของการเมือง “เรื่องในประเทศ” ย่อมมาเป็นอันดับหนึ่งมากกว่า เพราะนั่นหมายถึง “คะแนนเสียง” ที่ต้องรักษาไว้ให้ได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจหากเรื่องของ “การส่งออก” จะไม่ได้ถูกหยิบยกมาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ อย่างที่คุณๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ว่าข่าวคราวการแก้มือแก้เกมนั้นปรากฏบนสื่อ “น้อยมาก”



จะเห็นก็เพียงแต่เสียงเรียกร้องของบรรดาผู้ส่งออกที่ออกมาประเมินรายได้จากการส่งออกลดแล้วลดอีกจนขนาดที่ว่าไม่ขยายตัวด้วยซ้ำไป

แม้เรื่องในประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก แต่เรื่องการหารายได้จากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ผิดเพี้ยนก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่น้อยไปยิ่งกว่ากัน เพราะปัจจุบันรายได้ของประเทศมาจากการส่งออกสินค้าไปขายในเวทีโลกมาถึง 70%

ไม่เพียงเท่านี้…หากเงินงบประมาณ หรืออีกนัยหนึ่งก็เป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ทั้ง 23,472 ล้านบาท สามารถส่งตรงถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่เดือดร้อนจริงๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่คนในชาติได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

แต่!!! ถ้าส่งไปแล้วกลับไปอยู่ในมือของพวก “ฉวยประโยชน์” พวก “เหลือบ ริ้น ไร” ก็เป็นเรื่องที่ต้องนำกลับมาคิดมาทบทวน เพราะระหว่างทางที่ยังไม่ได้เริ่มโครงการ ยังไม่ได้จ่ายเงินลงไป ปรากฏว่า…กระแสข่าวการกดดันราคายางพารา ให้ร่วงหล่นติดดินก็เกิดขึ้นตลอดเวลา



เอาเถอะ…เรื่องนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องกลับเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะอย่าลืมว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายลงไปก็เป็นเงินของผู้เสียภาษี แม้ว่าจะใช้เงินของ ธ.ก.ส.ไปก่อนก็ตาม

ที่สำคัญ…การให้เงินช่วยเหลือ แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการพัฒนา ก็คงไม่ใช่หนทางที่ถูก เพราะไม่ใช่มีเพียงแค่ ยางพารา อย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นพืชเศรษฐกิจ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อย ก็เป็นพืชเศรษฐกิจเช่นกัน และประเทศไทย ก็ไม่ได้ปลูกพืชเพียงแค่นี้ ยังมีอีกมากมายหลายชนิด ที่หล่อเลี้ยงชีวิตพี่น้องเกษตรกรไทย หรือแม้แต่เรื่องของการเลี้ยงสัตว์ การทำประมง ก็เป็นอาชีพของคนไทยด้วยเช่นกัน

หากราคาตกต่ำ หากมีปัญหา หากขายไม่ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องนำเงินงบประมาณอีกมากน้อยอย่างไร เข้าไปช่วยสนับสนุนเข้าไปช่วยเหลือ เพราะอย่าลืมว่าที่ผ่านมา “การให้เงินช่วยเหลือ” ก็เป็นหนทางที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย “เลือกใช้” กันมาโดยตลอดอยู่แล้ว

หากวิถีการเมือง ยังเป็นอยู่เช่นนี้ จะอีกกี่ปีกี่ชาติ ที่บรรดาพี่น้องเกษตรกรไทย จะลืมตาอ้าปาก สามารถดำรงชีวิตได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน อย่างจริงจังเสียที !!!
...........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    58%
  • ไม่เห็นด้วย
    42%

บอกต่อ : 45