อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

เส้นทางรถไฟ

นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซียเปิดเผยแล้วว่า โครงการรถไฟเชื่อมต่อระหว่างรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียกับประเทศเพื่อนบ้านสิงคโปร์สามารถดำเนินการต่อไปได้ แม้จะต้องถูกตัดลดงบประมาณการก่อสร้างลงหนึ่งในสามก็ตาม จันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.30 น.

        
     ในที่สุดนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซียก็ออกมาเปิดเผยแล้วว่า โครงการรถไฟเชื่อมต่อระหว่างรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียกับประเทศเพื่อนบ้านสิงคโปร์ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้แล้ว แม้ว่าจะต้องถูกตัดลดงบประมาณการก่อสร้างลงหนึ่งในสามก็ตาม ถือเป็นการยุติความไม่แน่นอนจนทำให้โครงการต้องล่าช้า
ออกไป
      
      นั่นคือโครงการ The Rapid Transit System Link โครงการเส้นทางรถไฟข้ามเขตแดนซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางข้ามเขตแดนที่พลุกพล่านที่สุดในโลก เพราะสามารถนำผู้โดยสารข้ามเขตแดนได้ชั่วโมงละ 10,000 คนทั้งขาขึ้นและขาล่อง มากกว่า 30 เท่าของการให้บริการรถไฟในขณะนี้
       
      โครงการนี้มีมูลค่า 3,160 ล้านริงกิต(757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงจากเดิม 4,930 ล้านริงกิต ภายใต้ข้อเสนอใหม่ซึ่งลดลงมาร้อยละ 36
      
       นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันว่าโครงการสร้างรถไฟเชื่อมต่อสองประเทศจะต้องสร้างเส้นทางรถไฟนี้เพราะสามารถทำข้อตกลงได้แล้ว โดยครึ่งหนึ่งสิงคโปร์จะเป็นฝ่ายสร้างส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาเลเซียจะเป็นผู้สร้าง รายละเอียดของโครงการจะต้องหารือกันอีกครั้งกับฝ่ายสิงคโปร์ ซึ่งก็น่าจะเป็นกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์
     
       โครงการรถไฟเชื่อมต่อมาเลเซียกับสิงคโปร์นี้ ตอนแรกถูกระงับไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาเพราะมีภาระหนี้สินกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงต้องกลับมาประเมินใหม่สำหรับโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ชุดที่แล้ว และก็ตกลงให้เลื่อนโครงการไปก่อนเมื่อเดือนที่แล้ว
        
       สองชาติเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่แล้วได้ยกเลิกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์กับกรุงกัวลาลัมเปอร์เมืองหลวงของมาเลเซีย ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าโครงการนี้ต้องใช้งบก่อสร้างราว 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
       
      สถานการณ์ของสองประเทศมักจะตึงเครียด โดยนายกรัฐมนตรีมหาเธร์กล่าวโจมตีไปที่สิงคโปร์ที่ไม่ยอมทำข้อตกลงสร้างถนนสายใหม่เชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ เพราะเชื่อว่าถ้ามีถนนสายใหม่แล้วจะช่วยลดความแออัดของเส้นทางจราจรได้
       
      ทั้งนี้มีการประเมินว่า ทางหลวงสายหลักระหว่างรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียกับสิงคโปร์ มีคนเดินทางข้ามเขตแดนด้วยเส้นทางหลวงนี้โดยเฉลี่ยวันละ 300,000 คน ซึ่งเส้นทางสายนี้เป็นจุดข้ามพรมแดนแรก ๆ ของสองประเทศนับตั้งแต่แยกออกจากกันเมื่อปี 2508
    
       สิงคโปร์ต้องอาศัยมาเลเซียเรื่องน้ำจืดเพื่อการอุปโภคบริโภคคิดเป็นจำนวนก็ประมาณครึ่งหนึ่งที่สิงคโปร์ใช้ และนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ขู่ว่าจะขึ้นราคาน้ำจืดที่ขายให้สิงคโปร์โดยบอกว่า เรายอมเสียสละเงินของเราเพื่อสนับสนุนสิงคโปร์เพื่อที่เขาจะได้ซื้อน้ำจืดในราคาถูก แต่เมื่อเราต้องการที่จะสร้างสะพานเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด ปรากฏว่าสิงคโปร์ปฏิเสธ
       
      ในส่วนของบ้านเรานั้น ก็เพิ่งจะเสร็จสิ้นการลงนามในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมูลค่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มซีพี เพื่อเชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิ กับสนามบินดอนเมืองและสนามบินอู่ตะเภา นำผู้โดยสารสู่จุดหมายได้ภายใน 1 ชั่วโมง กำหนดแล้วเสร็จในปี 2566
      
      ในพิธีลงนามนั้นมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตจีน อิตาลีและญี่ปุ่นร่วมด้วย ซึ่งจีนนั้นก็ย้ำว่าจะดำเนินบทบาทสำคัญตามโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเพื่อเชื่อมเส้นทางจากจีนลงมาสู่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายชาติให้ความสำคัญสำหรับการร่วมลงทุน ยกตัวอย่างเช่นรัสเซียซึ่งก็มีเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย จากกรุงมอสโกไปถึงภาคตะวันออกไกลอย่างเมืองวลาดิวอสตอค ระยะทาง 9,258 กม. รัฐบาลรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้นำเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงเรียกว่าโครงการซับซาน เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2552 เริ่มจาก มอสโกกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กระยะทาง 800 กม.และพัฒนาต่อยอดขึ้นไปหลายจุด จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการพิจารณา.

..............................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29