อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

นักเรียน

วงการศึกษาในจีนแผ่นดินใหญ่ ต่างจับจ้องมองไปที่มณฑลเจ้อเจียง ริมชายฝั่งทางภาคตะวันออกตอนกลางของประเทศ ซึ่งคณะผู้บริหารการศึกษาของมณฑลประชากร 58 ล้านคน กำลังพิจารณาข้อเสนอ แผนปฏิรูประบบการศึกษาครั้งใหญ่ อังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.30 น.


    ตอนนี้วงการศึกษาในจีนแผ่นดินใหญ่ ต่างจับจ้องมองไปที่มณฑลเจ้อเจียง ริมชายฝั่งทางภาคตะวันออกตอนกลางของประเทศ ซึ่งคณะผู้บริหารการศึกษาของมณฑลประชากร 58 ล้านคน กำลังพิจารณาข้อเสนอ แผนปฏิรูประบบการศึกษาครั้งใหญ่ ที่อาจจะกลายเป็นตัวอย่างนำร่อง ถูกนำไปปรับใช้ทั่วประเทศ
      
     ประเด็นหลักในแนวนโยบาย 33 ข้อของแผนปฏิบัติการ ที่ประกาศเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ของสำนักงานการศึกษามณฑลเจ้อเจียง คือ การออกกฎบังคับใหม่ ให้เด็กนักเรียนต้องเข้านอน ด้วยความยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่เกิน 4 ทุ่ม หรือ 22.00 น. ถึงแม้ว่ายังทำการบ้านไม่เสร็จ หรือยังมีงานอื่น ๆ ต้องทำให้ลุล่วง
        
     เวลาแน่ชัดตามแผนข้อเสนอคือ เข้านอนไม่เกิน 3 ทุ่ม สำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และไม่เกิน 4 ทุ่ม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
     
     เด็กนักเรียนในประเทศจีน ขึ้นชื่อทางด้าน “ครูให้การบ้านเยอะ”นอกจากนั้นเด็กส่วนใหญ่ยังต้องไปเรียนพิเศษนอกเวลา กับติวเตอร์ตามสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ตามแรงผลักดันของพ่อแม่ผู้ปกครอง ทำให้เด็กต้องคร่ำเคร่งกับภารกิจการเรียนหนัก และเข้านอนดึกแทบทุกคืน
       
      ร่างนโยบายยังได้ “แนะนำ” พ่อแม่เด็ก ให้เลิกวัฒนธรรม “แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน” ด้วยการเอาผลการเรียนของลูกเป็นตัววัด และห้ามเด็กเรียนพิเศษช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงปิดเทอม โดยเจ้าหน้าที่ทางการจะมีโครงการช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่เด็ก
       
     แผนข้อเสนอของฝ่ายการศึกษามณฑลเจ้อเจียง กำลังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ทั่วแผ่นดินใหญ่ พ่อแม่จำนวนมากเกิดความวิตก หากลดการบ้าน หรือไม่ให้เรียนพิเศษ เด็กก็จะสู้เด็กอื่นไม่ได้ ในการสอบ โดยเฉพาะการสอบแข่งขันเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย สอบเข้าสถาบันมีชื่อเสียง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัด สถานะทางสังคมของชีวิตในอนาคต
      
      ระบบการศึกษาของจีนแผ่นดินใหญ่ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับ “เกาเข่า” หรือการสอบ “เอนทรานซ์” เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา  ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก สำหรับมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ ผู้ที่มีความพร้อมสูงสุดเท่านั้นจึงจะสมหวัง
       
      ตามปกติการสอบเกาเข่าของจีน จะสอบพร้อมกันทั่วประเทศ ในแต่ละปีจะสอบระหว่างวันที่ 7-8 มิ.ย. วันละ 9 ชั่วโมง แต่หลายมณฑลอาจขยายเพิ่มเป็น 3 วัน ตัวเลขปีล่าสุด พ.ศ. 2562 มีนักเรียนเข้าสอบทั้งหมด 10,310,000 คน
  
     เด็กนักเรียนและประชาชนที่ผ่านพ้นประสบการณ์เกาเข่าจำนวนมาก ไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกระบบนี้ หรือคิดหาแนวทางอื่น ที่จะทำให้เด็กกดดันทั้งร่างกายและจิตใจน้อยกว่านี้
    
        เรื่องนี้ถึงขั้นบรรณาธิการหนังสือ พิมพ์ ประชาชนรายวัน (พีเพิลส์ เดลี่) สื่อกระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือรัฐบาลในกรุงปักกิ่ง เขียนออกความเห็นว่า เป็นความจริงที่แทบไม่มีพ่อแม่คนไหน ที่ต้องการเห็นลูกเหนื่อยล้ากับการทำการบ้านที่มีมากเกินไป แต่ผลการเรียนที่ดีเยี่ยม เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก สำหรับระบบเกาเข่าของจีน รวมทั้งการสอบแข่งขันเข้าทำงาน  ซึ่งดุเดือดไม่แพ้กัน
      
       ส่วนหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ของรัฐบาลเช่นกัน เขียนว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายควรคิดคำนึง และให้ความสำคัญมากกว่าอย่างอื่นคือ คิดหาวิธีปฏิรูประบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ให้สิ่งนี้เป็นตัวหลัก ในการชี้วัดอนาคตของเด็ก และการปฏิรูปการศึกษาไม่ควรเน้นให้เด็ก “เรียนเก่ง” เพียงอย่างเดียว แต่ให้เก่งในการเรียนรู้เข้าใจและวิธีแก้ไขปัญหาชีวิตด้วย รวมทั้งเด็กควรได้ใช้ชีวิตตามวัย เช่น การเล่น การท่องเที่ยว ไม่ใช่อุทิศเวลาเกือบทั้งหมดไปกับการเรียน เพื่อแข่งขันเพียงอย่างเดียว
     
      ฝ่ายการศึกษาของอีกหลายมณฑลในจีน กำลังพิจารณาออกกฎระเบียบใหม่คล้ายกัน เพื่อช่วยลดภาระเด็ก จากการเรียนหนักทั้งเรียนประจำและเรียนพิเศษ ตามความเหมาะสมกับสภาพของแต่ละมณฑล แต่ตอนนี้กำลังดูพัฒนาการของเจ้อเจียงอยู่.

..................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 25