อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

เปิดอาชีพเสี่ยงภาวะปอดรั่ว ห้ามขึ้นเครื่องบิน-ดำน้ำ1ปี

สัปดาห์นี้แพทย์เตือนกลุ่มอาชีพเสี่ยง “ภาวะปอดรั่ว” ชี้อเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แนะรีบพบหมอหากเจ็บหน้าอกข้างเดียว หอบเหนื่อย ปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิต ย้ำผู้ที่เคยเป็นมาก่อน ห้ามขึ้นเครื่องบิน-ดำน้ำเด็ดขาด 1 ปี เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.00 น.


เคยเป็นไหมกับอาการเหล่านี้…เจ็บหน้าอกแปล๊บ ๆ รู้สึกเสียวช่วงอก หรือมีอาการหอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวกหรือแน่นหน้าอกลองสำรวจตัวเองกันสักนิด เพราะวันนี้จะพาไปรู้จัก “ภาวะปอดรั่ว” ซึ่งกลุ่มเสี่ยงของอาการข้างต้น อย่าได้ชะล่าใจ เพราะปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิต
 
ในเรื่องนี้ไปหาคำตอบกับ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ บอกให้ฟังว่า ภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือ “ภาวะปอดรั่ว” เป็นภาวะที่มีอากาศเข้าไปแทรกอยู่ภายในช่องปอด จนเบียดเนื้อปอด จึงทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่และทำงานได้ไม่ดี ส่งผลต่อการหายใจ ซึ่งนับเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เนื่องจากว่าหากปล่อยไว้แล้วจะเกิดอันตรายต่อชีวิตได้  
 


เราไปดูสาเหตุกันว่าภาวะนี้เกิดจากอะไร คุณหมอบอกว่าความจริงแล้วมันเกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่ การบาดเจ็บของปอด เช่น อุบัติเหตุ การผ่าตัด การส่องกล้องหลอดลมเพื่อตัดชิ้นเนื้อ เป็นต้น หรือแม้แต่เกิดจากโรคหรือสภาวะที่ก่อให้เกิดลมในช่องเยื่อหุ้มปอด เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ปอดติดเชื้อ มีซีสต์ในปอด สูบบุหรี่ และที่สำคัญอาจเกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุและสัญญาณเตือนใด ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์
 
นอกจากนี้ยังพบว่า เปอร์เซ็นต์ของเพศชายนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือ “ภาวะปอดรั่ว” มากกว่าเพศหญิง 3-6 เท่า และผู้ที่เคยมีภาวะนี้มาก่อนแล้ว ก็จะมีความเสี่ยงเป็นซ้ำได้อีกด้วย
 
ขณะที่ นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ อธิบายถึงอาการที่แสดง ได้แก่ เจ็บหน้าอกบริเวณข้างที่มีความผิดปกติ หอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวกหรือแน่นหน้าอก ซึ่งอาการและความรุนแรงมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก และจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอัตราเร็วในการสะสมของลมที่รั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด รวมถึงความผิดปกติของปอดเดิม หากมีปริมาณลมเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ปอดแฟบลง ส่งผลให้หายใจลำบาก และอาจเกิดภาวะช็อกจนเสียชีวิต



สำหรับกลุ่มอาชีพที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ นักบิน พลร่ม นักประดาน้ำ นักดำน้ำ หรือผู้ที่ต้องดำน้ำลึกหรือขึ้นที่สูง เนื่องจากในน้ำลึกและบนที่สูงมีแรงดันอากาศเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะนี้ตามมา
 
ส่วนเรื่องของการรักษานั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการ และขนาดของลมที่รั่ว โดยเริ่มจากติดตามอาการในกรณีที่อาการและขนาดของลมยังรั่วน้อย หรือการให้ออกซิเจนขนาดเข้มข้นเพื่อเร่งอัตราการดูดกลับของลม การใช้เข็มดูดลมออก รวมถึงการใส่สายเพื่อระบายลมในกรณีที่อาการหนัก และการผ่าตัดในกรณีที่รักษาเบื้องต้นแล้วลมยังรั่วและปอดไม่ขยายตัว
 
อย่าไรก็ตาม ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยที่เคยรักษาตัวแล้ว คือ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศยานและเลี่ยงกิจกรรมดำน้ำอย่างเด็ดขาดเป็นเวลา 1 ปี ห้ามยกของหนักประมาณ 6 สัปดาห์ เพราะความดันเปลี่ยนจะส่งผลต่อปอด และงดสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”  
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay


คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่   






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 85