อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

รู้หรือไม่! ปัญหาในช่องปาก ภัยร้ายต่อหัวใจ

การดูแลและรักษาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด อันตรายหากไม่แจ้งข้อมูลการรักษาโรคหัวใจให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง ศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.00 น.


ปัญหาเรื่องสุขภาพในช่องปากของผู้ป่วยโรคหัวใจพบได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ 
 
ซึ่งการรักษาทางทันตกรรมในผู้ป่วยโรคหัวใจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์โรคหัวใจออกใบรับรองหากต้องการรักษาทางทันตกรรมต้องระมัดระวังเรื่องใดบ้างชนิดของโรคหัวใจที่เป็น และรับประทานยาชนิดใดอยู่เพื่อรักษาโรคหัวใจ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น งดยาละลายเลือด รับประทานยาปฏิชีวนะก่อนรักษาทันตกรรม ดูแลบาดแผลในช่องปากที่เกิดขึ้นภายหลังการรักษา และไม่ควรหยุดยาใด ๆ เองหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์การรักษาทางทันตกรรม

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องเอาใจใส่และระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะการติดเชื้อมากกว่าบุคคลทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยจะมีสภาพความผิดปกติของอวัยวะบางส่วนของหัวใจและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหากผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและใส่ลิ้นหัวใจเทียม จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะขนาดสูงก่อนรับการรักษาทางทันตกรรมที่ต้องมีเลือดออก เช่น ถอนฟัน  ขูดหินปูน  รักษาโรคเหงือก หรือการให้บริการทันตกรรมอื่นๆ

นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาละลายเลือด ที่อาจส่งผลให้เมื่อมีบาดแผลเลือดออกแล้วหยุดได้ยาก จำเป็นต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจดูค่าเวลาการหยุดเลือด หรือยาอมใต้ลิ้นในผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอก ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อนเริ่มรับการรักษา และควรนำยาอมใต้ลิ้นติดตัวมาด้วยทุกครั้ง
 
สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงโรคเหงือกและรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี (รวมถึงการป้องกันฟันผุ)

1.แปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันฟลูออไรที่ได้รับการยอมรับ
2.ทำความสะอาดช่องฟันทุกวันด้วยไหมขัดฟันทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งที่ฝังอยู่ในซอกฟัน
3.รับประทานที่พอเหมาะและไม่กินขนมขบเคี้ยวระหว่างมื้ออาหาร
4.ควรไปพบหมอฟันอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการทดสอบช่องปากของคุณและการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27