อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

พลังงานอาเซียน

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เร่งแผนเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงอาทิตย์ ในระยะหลายปีข้างหน้า จากที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการ ถูกกว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ จันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.30 น.

       กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเร่งแผนเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงอาทิตย์ ในระยะหลายปีข้างหน้า จากการที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้า ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายโครงการ ถูกกว่าโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
      
     ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าความต้องการใช้พลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2583 กำลังตื่นตัวขยายส่วนแบ่งแหล่งพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก พยายามหาแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าราคาถูกกว่า พร้อมกับการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก หรือ ภาวะโลกร้อน
     
     จากการประเมินของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่ปรึกษา Wood Mackenzie คาดว่า กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลส์แสงอาทิตย์โดยรวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็น 35.8 กิกะวัตต์ (1 กิกะวัตต์เท่ากับ 1,000 ล้านวัตต์) ในปี พ.ศ. 2567 จากประมาณ 12.6 กิกะวัตต์ในปีนี้ (2562)
     
     ริชาบ เชษฐา นักวิเคราะห์พลังงานและพลังงานหมุนเวียนของวู้ด แม็คเคนซี่ เผย เวียดนามเป็นเจ้าแห่งเซลส์แสงอาทิตย์ในอาเซียน มีกำลังการผลิตรวม 5.5 กิกะวัตต์ในปีนี้ หรือคิดเป็นอัตรา 44% ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลส์แสงอาทิตย์ทั้งหมดในภูมิภาค เพิ่มขึ้นจาก 134 เมกะวัตต์ (1 เมกะวัตต์เท่ากับ 1 ล้านวัตต์) เมื่อปีที่แล้ว
      
     อีกหนึ่งสัญญาณสดใส สำหรับอุตสาหกรรมผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ในอาเซียนคือ มาเลเซีย หลังการประมูลโครง การเซลส์แสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 500 เมกะวัตต์ เมื่อไม่นานมานี้ โดย 365 เมกะวัตต์ในโครงการ ประมูลในราคาต่ำกว่าราคาเฉลี่ย ของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติของประเทศ จากการเปิดเผยของ นางเยียว บี หยิน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมาเลเซีย
      
  นางเยียว กล่าวต่อที่ประชุมพลังงานระหว่างประเทศ Singapore International Energy Week ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปลายเดือน ต.ค. ว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติ ศาสตร์ของมาเลเซีย ที่ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ราคาถูกกว่าการผลิตจากก๊าซธรรมชาติ
       
   นางเยียวบอกว่า ในที่สุดตอนนี้มาเลเซียได้ข้อสรุป พบพลังงานทางเลือกราคาถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสูงสุดในช่วง
เที่ยงวัน
      
     รัฐบาลมาเลเซียเตรียมตั้งเป้าหมาย เพิ่มพลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้า จากปัจจุบัน 6% เป็น 20% ภายในปี พ.ศ. 2568 โดยส่วนใหญ่ของพลังงานหมุนเวียนที่ว่านี้จะมาจากแสงอาทิตย์
       
     ทางการมาเลเซียยังมีแผนเปิดประมูล การผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ อีกอย่างน้อย 500 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า หรือประมาณเดือน เม.ย. – มิ.ย. 2563
       
    ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้ตั้งเป้าหมาย ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ให้ได้อย่างน้อย 2 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573 หรือกว่า 10% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศสูงสุดในปัจจุบัน และจะเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนก๊าซธรรมชาติ ที่ใช้ผลิตพลังงาน 95% ของประเทศในขณะนี้
       
    ฟรานเซสโก ลา คาเมรา ผู้อำนวยการ ทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ หรือ ไอรีนา (International Renewable Energy Agenc : IRENA) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)  ทิศทางนโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์ ถือว่าน่าสนใจมาก ในการไปสู่ความเป็นประเทศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ในยุคที่ทั่วโลกพยายามจำกัดปริมาณคาร์บอน
       
    ส่วนไคสุเกะ ซาดะโมริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและความมั่นคงด้านพลังงาน ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) กล่าวว่า จำเป็นต้องมีมาตรการที่ดี เพื่อรับประกันว่า นักลงทุนจะได้เงินกลับคืน “ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสม”.

.......................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 55