อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

"พ่อค้าหมี่เกี๊ยวจอมพลัง" แบกทุกข์-ปันสุขให้ผู้ยากไร้

ชื่นชมพ่อค้าหมี่เกี๊ยวเมืองเลย บุกป่าฝ่าดงช่วยเหลือผู้ไร้ถิ่นทุรกันดารเมืองกาญจนบุรี เผยส่องโซเชียลฯ พบเรื่องราว“หมอยี่หวา” ขอเข้าร่วมทีมจิตอาสา ‘ใต้ร่มพระบารมี’ ทำหน้าที่มนุษย์จอมพลังแบกทุกข์(อย่าง) ไม่ว่าจะเป็นอาหาร-ยา และผู้ป่วย  เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


ยุคนี้ถือเป็นยุคแห่งการแข่งขัน อาจเรียกว่าทุกอาชีพก็ว่าได้ใครเร็วกว่า ฉลาดกว่า กล้าตัดสินใจกว่าคนนั้นชนะ...สื่อฯเองก็เช่นกัน ทำงานเร็วและง่ายเหลือเกิน บางครั้งข้อมูลเนื้อหาไม่ต้องอาศัยนักข่าว เล่นก็อปปี้ลอกของชาวบ้านมาอ่านมาเล่ากันอย่างสนุกปาก บางคดีชื่อนามสมมุติรีบจัด ก็อปปี้จนลืมเปลี่ยนด้วยซ้ำไป...บางตรงๆไม่ได้ว่าหรอก แต่ช่วยกรุณาให้เครดิตก็จะดีไม่น้อย

ขณะที่ตัวละคร (บุคคลในข่าว)ก็ไม่ธรรมดาสามารถชี้นำสื่อ(โปรโมทตัวเอง-โปรโมทวงดนตรี)ได้อย่างกลมกลืนมีการวางแผนอย่างดี อยากบอกอะไร-อยากทำอะไรก็โพสต์ฯลงโซเชียลฯ สื่อเห็นก็เอามาเล่นเองเหมือนวางเหยื่อตกปลาไม่มีผิด สร้างกระแสโดยไม่ต้องลงทุน...ปัจจุบันไม่ใช่แค่คนบันเทิงเท่านั้นที่ชอบเปิดเกมแบบนี้ นักการเมือง,ทนาย,อาจารย์ระดับดอกเตอร์มหาวิทยาลัยดัง,สื่อบางคนฯลฯก็นิยมโพสต์เรื่องที่ตัวเองสนใจ หรือเหตุการณ์อะไรก็ตามที่มันกำลังเข้ากับกระแส


 
ส่วนตัวมองว่าดีเพราะมันคือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่จะสะท้อนแนวคิดของคนเหล่านี้ให้สังคมได้รับทราบ....แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่ทุกคน บางคนจบสูงแต่โพสต์ฯโชว์เหมือนไม่มีการศึกษา สื่อเองควรตะหนักให้มาก มีอะไรเขาไม่รับผิดชอบหรอก เนื่องจากเอาของเขามาลงเอง...พูดถึงเรื่องการโพสต์ฯภาพ-ข้อความลงโซเชียลฯ วีคนี้เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งชื่อ “เชาวนันท์ ชาลือชัย” หรือเชา ภูมิลำเนาเป็นชาวร้อยเอ็ด ปัจจุบันอาชีพพ่อค้าขายบะหมี่เกี๊ยวที่ จ.เลย ชายคนนี้ทราบเรื่องราวที่ ..มณิศรา โฮ่บรรเทา หรือ“หมอยี่หวา (นำเสนอตอนที่แล้ว)ทำให้กับสังคมที่ทุ่มเท-เสียสละเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เขาไม่รอช้ารีบสมัครขอเขาร่วมเป็นสมาชิกฯบุกป่าฝ่าดงเข้าไปช่วยเหลือผู้คนทันที
 

 
เชาวนันท์ บอกว่า ทราบเรื่องของหมอยี่หวาจากเฟซบุ๊ก เพื่อนๆแชร์ส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ เห็นแล้ว ประทับใจ-ซึ้งใจมาก ๆ  ที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งทุ่มเทเสียสละให้กับสังคม โดยเฉพาะหมอยี่หวา เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่หัวใจแกร่งยิ่งกว่าผู้ชายบางคนด้วยซ้ำไป สาเหตุที่เข้าร่วมทีมเนื่องจากส่วนตัวเป็นคนที่ชอบงานจิตอาสาเป็นทุนอยู่แล้ว โดยเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มกล้าคิดดี จึงกล้าทำดี ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งโครงการของตัวเองหรือไปร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าเป็นการไปบริจาคสิ่งของ การเข้าไปพัฒนา ให้การช่วยเหลือต่าง ๆ หรือการเข้าไปสอนหนังสือให้กับเด็กที่ห่างไกล แต่ไม่เคยทำหรือเรียนรู้ด้านสาธารณสุข หรือการให้ที่เรียกว่าให้ชีวิตเหมือนอย่างที่ทีมหมอฯทำเลย




 
เห็นข่าวและติดตามกิจกรรมของหมอฯมาเรื่อย จนวันหนึ่งตัดสินใจติดต่อกับคุณหมอฯเพื่อขอเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ตอนแรกที่ติดต่อไปเหมือนกับหมอไม่ค่อยเชื่อว่าจะมาร่วมด้วยจริง เพราะมีหลายคนติดต่อเข้ามา แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป อีกทั้งระยะทางที่ผมต้องเดินทางมาเป็นคนละซีกประเทศ หมอก็เลยคิดว่าคงจะเหมือนคนอื่น แต่พอมาได้เข้าร่วมครั้งแรกถึงแม้เราไม่มีความรู้ด้านสาธารณสุข แต่สิ่งที่เราพอจะช่วยได้คือกำลังในการช่วยแบกของ แบกผู้ป่วย และยังพอช่วยด้านโรงเรียนได้ จึงมองเห็นว่ากิจกรรมนี้พวกเราสามารถช่วยเหลือคนที่เขาลำบาก อยู่ห่างไกล และขาดแคลนจริง ๆ ปีนี้เพิ่งมาทำเป็นปีแรก โดยมาทุก 3 เดือน ตามปฏิทินกิจกรรมของคุณหมอที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับชาวบ้านว่าจะนำยามาให้ และช่วยตรวจชาวบ้านในทุก ๆ 3 เดือน

พ่อค้าหมี่เกี๊ยว บอกต่อว่า มีคนเคยว่าเหนื่อยหรือไม่ที่มาช่วย ก็บอกไปว่าเหนื่อยแต่มีความสุขมาก ๆ คนเราเกิดมาทั้งทีมันต้องมีความสุข ในยุคที่ทุกคนต่างดิ้นรนเอาตัวรอด ในยุคที่ทุกคนต่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้งในยุคของการแข่งขัน และพาตัวเองไปถึงเส้นชัย เพื่ออยากจะได้พบแต่ความสุข แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อถึงเส้นชัยจะพบกับความสุขที่แท้จริง แม้แต่เราเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าที่เส้นชัยจะมีอะไรหรือไม่ ความสุขมันไม่ได้วางไว้ที่ไหน ไม่ได้ผูกไว้กับอะไร เมื่อไหร่เราเลิกมองหาเส้นชัยเราจะพบความสุขในใจของเราเอง ความสุขที่ได้ทำเพื่อตัวเอง และความสุขเมื่อได้ทำเพื่อผู้อื่น ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีอะไรเพื่อตัวเอง เพื่อให้มีมูลค่าทางสังคมมากขึ้น แต่ควรจะมองที่คุณค่าของชีวิตว่า เรามีอะไรเพื่อผู้อื่นต่างหาก เกิดมาขอตอบแทนบุญคุณแผ่นดินบ้างก็เพียงพอแล้ว




 
หมอยี่หวา บอกสั้น ๆ ว่า ดีใจที่มีคนเข้าร่วมกลุ่มฯ เชาเป็นคนจังหวัดเลย รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เขาเข้ามาช่วยงานจิตอาสาประมาณเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หน้าที่ของพวกเราทุกคนเหมือนกันคือแบกยา-แบกอาหารขึ้นไปให้กับชาวบ้าน เชาร่วมงานครั้งแรกทั้งทีมงาน และชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็พากันประทับใจ

ประเด็นเนื้อหาตอนนี้ เหยี่ยวขาวย้ำให้เห็นถึงการต่อยอดการทำความดีที่ส่งต่อกันมาทางโลกโซเชียลฯ ปัจจุบันจะเห็นคนส่วนใหญ่ใช้เวลาหมดไปกับการเพ่งหน้าจอมือถือ หรือเรียกว่าสังคมก้มหน้า ทั้งนี้เรื่องราวต่าง ๆ ที่อัดแน่นอยู่นั้นมันก็เหมือนเหรียญ2ด้าน มีทั้งประโยชน์ และมีโทษแอบแฝงอยู่ อยู่ที่ใครจะดึงข้อมูลในโลกโซเชียลฯมาทำให้เกิดประโยชน์ได้เท่านั้น...สำหรับเชาเขามีวิจารณญาณในการเลือกเสพข้อมูล เสพสิ่งดี เสพเรื่องดี เสพการกระทำดีของคนอื่น สุดท้ายมันส่งผลให้เขาอยากทำสิ่งดี ๆ เรียกได้ว่า เชาคือจอมพลังที่พร้อมแบกความทุกข์ของผู้อื่นไว้บนหลังของเขา เหนื่อยล้าขนาดไหนก็ไม่สนขอเพียงได้ช่วยก็พอ และคิดเสมอว่าระยะทางไม่ใช่อุปสรรคหากคิดจะทำความดี.
......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”

คนดีของสังคมที่เกี่ยวข้อง...

หัวใจเธอแกร่งดั่งหิน "หมอยี่หวานางฟ้าเดินดิน"
 

ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%