อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

"บำรุงราษฎร์" เปิดตัว"ศูนย์ลิ้นหัวใจ"

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ ในการส่งมอบการดูแลรักษาโรคลิ้นหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI หรือ Transcatheter Aortic Valve Implantation ศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.30 น.


นายแพทย์วิญญู รัตนไชย ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เล็งเห็นแนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเตรียมพร้อมในการรองรับปัญหาสุขภาพที่เกิดในกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้สูงวัยในลำดับต้นๆ



ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีความพร้อมทั้งในส่วนของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ สหสาขาวิชาชีพ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ความพร้อมของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รวมถึงศูนย์ลิ้นหัวใจ ที่จะให้การดูแลรักษาโรคเฉพาะทางได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ตลอดจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญการขั้นสูง ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากลและความปลอดภัยสูงสุด”



นพ. วิสุทธิ์ วิเวกาภิรัต แพทย์ที่ปรึกษาผู้อำนวยการปฏิบัติการทางการแพทย์ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “โรคหัวใจ นับเป็นภัยเงียบที่อาจไม่มีอาการหรือสัญญาณบ่งชี้ชัดเจน ผู้ป่วยจึงอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพหัวใจ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก บางครั้งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้



ดังนั้นการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยโรคหัวใจที่พบบ่อยในผู้สูงวัย ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน โรคลิ้นหัวใจเอเออร์ติกตีบ (Aortic valve stenosis) โรคหัวใจสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation) ภาวะหัวใจเต้นช้า และหัวใจล้มเหลว ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีศูนย์รักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่สำคัญ ได้แก่ ศูนย์หัวใจ ศูนย์หัวใจเต้นผิดจังหวะ และล่าสุด ศูนย์ลิ้นหัวใจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัย และการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่ตรงจุดและด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับอาการของโรคในแต่ละบุคคล”
 


“สำหรับวิธีการรักษาด้วยเทคนิค TAVI จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม โดยเทคนิค TAVI เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรง ผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด หรือเคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน ผู้ป่วยสูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป หากผู้ป่วยถึงขั้นตีบระดับ 3 คือ ตีบรุนแรง หมายถึง ลิ้นหัวใจแทบไม่เปิดเลย เปรียบเหมือนวาล์วน้ำ ถ้าไม่เปิด เลือดก็สูบฉีดไม่ได้ โดยขั้นตอนการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอกซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชม. การรักษาด้วยเทคนิค TAVI จึงทำให้แผลมีขนาดเล็กตรงบริเวณที่เจาะผ่านเท่านั้น ผู้ป่วยเจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5-7 วันก็สามารถกลับบ้านได้ ขณะที่การผ่าตัดต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน 2-3 เดือน ซึ่งจากการติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยเทคนิค TAVI ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลดี เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นพ. วัธนพล กล่าวทิ้งท้าย



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 98