อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ความฝันที่ไม่ไกลเกินฝันของ 'ขงเบ้ง-ธาดา'

สัปดาห์นี้ "เดลินิวส์ออนไลน"์ จะพาไปคุยเพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจดีๆกับหนุ่ม ขงเบ้ง-ธาดา ที่ก้าวข้ามความกลัวและไปคว้าฝันของตัวเองมาครอง อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.


หากกล่าวถึงความฝัน น้อยคนนักที่จะไม่มีฝัน แต่การมีฝันแล้วได้คว้าฝันนั้นมาไว้ในมือ เชื่อเหลือเกินว่ามันคือ “ความสุข” ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้อีก สัปดาห์นี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์น้อง ขงเบ้ง-ธาดา คงจรรักษ์ หนุ่มซึ่งมีความฝัน ความเชื่อ และศรัทธาในงานศิลปะที่ทำด้วยมืออย่างมาก และเขาก็ได้ก้าวข้ามความกลัวและกระแสสังคมเพื่อคว้าความฝันนั้นมาได้สำเร็จ เราเลยขอส่งต่อข้อความดีๆเพื่อเป็นแรงบันดาลใจของคนมีฝัน เพื่อให้เขาทำสิ่งที่ฝันให้เป็นจริงให้ได้



แนะนำตัวกับแฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์สักหน่อย?
“สวัสดีครับ ผมชื่อธาดา คงจรรักษ์ หรือขงเบ้ง ผมเรียบจบจากคณะมัณฑศิลป์ ม.ศิลปากร หลังจากที่ทำงานด้านกราฟิกและโฆษณาในเมืองไทยได้ 1 ปีก็ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Academy of Art University, San Francisco ในสาขา Traditional Animation: Stop Motion Animation ตอนนี้ผมเป็น Senior Designer อยู่ที่บริษัท AppLovin, San Francisco”

สนใจเรียนศิลปะทำมือมากกว่าการทำแอนิเมชั่นล้ำสมัยเพราะอะไร?
“ด้วยความที่ผมเป็นเด็กยุค 90ผมเติบโตมากับภาพยนตร์ Disney Animation รุ่นเก่า บวกกับผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้าถึงเทคโนโลยีได้ยาก ก็เลยทำงานมือมาตลอด พอมาเรียนที่ศิลปากรผมก็เริ่มรู้สึกว่าการทำงานด้วยมือมันมีเสน่ห์ ตอนเรียนที่ศิลปากรก็ได้ลองทำงาน 3D animation ตอนนั้นรู้ตัวเลยว่าเราไม่ชอบ เราชอบดูนะ แต่พอให้ทำผมรู้สึกว่าผมไม่มีความสุขกับกระบวนการทำงาน อิสระในการเคลื่อนไหวมันหายไป ผมรู้เลยว่าเราไม่ชอบงานด้านนี้ เลยเลือกที่จะทำงานด้วยมือตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา”



ที่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพราะอะไร?
“ตอนนั้นผมได้ไปดูคลิปวีดีโอเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์แบบ Traditional Animation ใน Youtube ซึ่งที่ไทยแทบจะหาข้อมูลทางด้านนี้ไม่ได้เลย พอมีโอกาสผมเลยอยากที่จะศึกษางานทางด้านนี้เพิ่ม ซึ่งตัวเลือกในการศึกษา Stop Motion Animation และ Traditional Animation มีน้อยมาก ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ขนาดใน Youtube ยังแทบจะหาดูไม่ได้เลย ส่วนตัวผมรู้สึกว่างานด้านนี้มันกำลังถูกลืมและคนทำเริ่มน้อย และคิดว่าการแข่งขันทางด้านนี้ค่อนข้างต่ำ ตอนนั้นตั้งความหวังไว้สูงมากว่าอยากจะทำงานในสตูดิโอภาพยนตร์อย่างเช่น Disney ไม่ก็ Pixar และเราจะต้องมีชื่อในเครดิตภาพยนตร์ซักเรื่อง”

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะยังเลือกเรียนและสนใจในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่หรือไม่?
“ตอนเรียนนี่บอกเลยว่าอยากจะเปลี่ยนสาขาทันทีถ้าทำได้เพราะงานหนักมาก(ยิ้ม)แทบไม่มีเวลานอน ตอนทำไม่ใช่ไม่มีความสุขนะ มันเพลินมาก แต่พอเราเห็นคนอื่นเรียนสบาย มีเวลาทำอย่างอื่นในชีวิต ใจมันก็เริ่มเขว แต่มองกลับมาและเห็นสิ่งที่เราสร้างมากับมือกำลังจะมีชีวิต ผมมีความสุขมาก ถ้ามองกลับไปก็รู้สึกว่าเราได้อะไรจากมันมาเยอะมาก ทั้งทักษะ กระบวนการคิดและอื่นๆ ตอนนี้ผมเลยพูดได้เต็มปากว่าผมก็คงยังตัดสินใจเลือกเลยสาขาวิชานี้เหมือนเดิม”



เสน่ห์ของศิลปะทำมือในมุมมองของคุณคืออะไร?
“ความไม่สมบูรณ์คือเสน่ห์ของงานด้านนี้ เหตุผลที่ทำให้ผมหลงใหลในความไม่สมบูรณ์คือผมรู้สึกว่างานที่ทำออกมามันมีชีวิตและจับต้องได้ อีกทั้งยังเข้าถึงง่ายและผมรู้สึกว่ามันมีมูลค่าทางด้านจิตใจ”

วันนี้ผลงานของคุณได้รับความสนใจจากหลายๆประเทศ ในฐานะผู้ผลิตผลงานรู้สึกอย่างไร?
“ครั้งแรกที่ได้อีเมลจากเทศกาลภาพยนตร์ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ผมยังตั้งคำถามกับตัวเองว่างานของเราดีพอจริงๆหรือเปล่า พอเริ่มมีเทศกาลอื่นๆเข้ามาผมก็รู้สึกว่าเรามาไกลได้ขนาดนี้จริงหรือ ทุกครั้งที่ได้คำชมจากผู้ชมมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีไฟมาเติมเชื้อเพลิงให้คนทำงานแบบเรา มันทำให้ผมรู้ว่าภาพยนตร์ของผมสามารถสื่อสารให้พวกเขาเข้าใจได้ มันไม่มีขอบเขตของภาษาและวัฒนธรรมมาเป็นอุปสรรค มันทำให้อยากทำงานดีๆแบบนี้ออกมาอีก”



ศักยภาพของคนไทยในเวทีระดับโลกเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับภาพยนตร์เป็นอย่างไร?
“คนไทยเก่งมาก การที่ผมได้มาทำงานที่อเมริกาทำให้ผมรู้เลยว่าคนไทยเก่งและขยันมากขนาดไหน เพียงแต่เรามักจะเป็นฟันเฟืองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่นเสมอ ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพในวงการภาพยนตร์อนิเมชั่นมากมาย เห็นได้จากอนิเมชั่นคุณภาพหลายๆเรื่องที่ออกมาสู่สายตาประชาชน เพียงแต่เรามี กรอบหลายๆอย่างทางด้านความคิดที่ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ อีกอย่างเรามักจะเริ่มทำอะไรใหญ่ๆใช้เงินลงทุนเยอะๆแทนที่จะเป็นการลงทุนน้อยแต่ให้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ผมยกตัวอย่างสตูดิโอเล็กๆที่ได้โชว์ผลงานใน Netflixหลายๆสตูดิโอที่ทำ Animation Series ใน Netflix เริ่มจากการทีมงานเล็กๆที่ทำงานส่งประกวดในเวทีระดับโลก ซึ่งผมแปลกใจมากที่ผมไม่เห็นชื่อคนไทยในเวทีที่ผมส่งประกวดเลย ทั้งๆที่นั่นอาจจะเป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงให้โลกรู้ว่าเราสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพได้”

เคล็ดลับการทำงานของคุณคืออะไร?
“การทำงานสายนี้ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลย ผมว่ามันอยู่ที่ความทุ่มเทและตั้งใจ มันเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงและต้องใช้ความรักจริงๆในการทำ นอกจากนั้นผมว่าจินตนาการก็มีความสำคัญ งาน Stop Motion มันไม่มีขอบเขตในเรื่องของวัสดุและกระบวนการอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องรู้จักสังเกตและวางแผน ผมคิดว่าคนที่อยากจะทำงานด้านนี้จริงๆก็สามารถทำได้”



คาดหวังบนเส้นทางอาชีพของคุณอย่างไร?
“ผมเป็นคนไม่ได้ยึดติด ผมแค่มองหาความสมดุลของความสุขและงาน ตอนนี้ผมเป็น Senior Designer อยู่ในบริษัทที่ทำงานด้าน Gaming Platform ใน San Francisco ซึ่งก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสาขาที่ผมเรียนจบมาโดยตรง บริษัทรับผมเข้าทำงานเพราะแนวความคิดที่แตกต่างในการทำงาน รวมกับความสามารถในการทำงานด้วยมือ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในงานออกแบบที่หาได้ยากในปัจจุบัน ที่นี่เขาเชื่อใจและเปิดโอกาสให้ผมได้ลองทำในสิ่งที่ผมอยากทำ ในอนาคตถ้าผมมีโอกาสก็อยากจะออกมาทำสตูดิโอ Stop Motion และ 2D animation ที่ไทย เพราะผมคิดว่ายังมีคนไทยอีกหลายคนที่ไม่รู้จักและอยากจะสัมผัสงานทางด้านนี้ ตอนนี้โลกก็เปิดโอกาสมากขึ้น ผมคิดว่าโอกาสใหม่ๆคงเข้ามาถ้าเรายังมาหยุดเดิน”

ถ้าคุณคือแรงบันดาลของคนทีต้องการก้าวข้ามการทำตามกระแสสังคม คุณจะบอกเขาว่าอะไร?
“ไม่ต้องกลัวครับ ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณรักและทำมันสุดความสามารถ โอกาสจะเข้ามาหาคุณเอง คนอื่นจะมองเห็นความแตกต่างในตัวคุณและจะคว้าคุณออกมาจากคนนับหมื่นนับพัน การไม่ยึดติดเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี ไม่ใช่แค่นักออกแบบแบบผมเพราะฉะนั้นเริ่มทำมันเถอะ ส่วนคนที่มีฝันแต่ยังไม่กล้าลงมือทำ ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าความฝันของเรามีความเป็นไปได้มากขนาดไหน อันนี้ผมพูดจากประสบการณ์คนธรรมดาจากต่างจังหวัดคนหนึ่ง ไม่ได้มาขายฝัน เมื่อก่อนผมมีความฝันที่ใหญ่มาก มันใหญ่มากๆจนคนธรรมดาแบบเราแทบจะไม่มีทางเอื้อมมือไปถึง พอถึงจุดหนึ่งที่เราพยายามมากเท่าไหร่ก็รู้สึกไม่ประสบความสำเร็จสักที มันจะทำให้เราท้อจนไม่อยากจะเดินทางต่อ ซึ่งผมเข้าใจดีเพราะผมก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมเชื่อว่าคนที่มีความฝันจริงๆไม่มีใครไม่เริ่มหรอก เพียงแต่เราจะหยุดระหว่างทางรึเปล่าเท่านั้น”



“คำแนะนำของผมคงเป็นการเริ่มตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ เราพอมองเห็นว่าควรจะทำยังให้ให้ถึงจุดๆนั้น พอเราทำความฝันนี้สำเร็จ ก็เริ่มตั้งเป้าหมายต่อไปที่อาจจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเพราะการที่เราทำอะไรสำเร็จมันจะเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนที่อยากให้เราเดินทางต่อ อีกอย่างคือไม่ต้องรู้สึกผิดที่เราจะเปลี่ยนเป้าหมายหรือความฝันระหว่างการเดินทางเพราะเมื่อเวลาเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ความคิดของเราก็เปลี่ยนไปด้วยฉะนั้นคุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเป้าหมายที่ 1 ไปที่เป้าหมายที่ 2 เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้ครับ และถ้าใครสนใจอยากติดตามผลงานของผมก็สามารถเข้ามาดูได้ที่ IG: tada.kongbang Vimeo:
https://vimeo.com/tadakongbang ขอบคุณครับ”



สิ่งสำคัญของความฝันไม่ใช่การรอคอยโชคชะตาเพราะเราไม่รู้เลยว่าเราจะมีวันพรุ่งนี้ให้เราได้ทำฝันของเราอีกหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขกับฝันของคุณได้มากที่สุดคือการลุกขึ้นมาต่อสู้และปกป้องความฝันของคุณด้วยตัวคุณเอง

--------------
คอลัมน์ Talk Online
โดย สมคิด แซ่คู






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 194