อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

ปลูกสวนป่า..แปลงสวนหมอ "อิงธรรมชาติ" เมืองลำพูน

ชาย 2 คน ที่เป็นเพื่อนรักกัน ที่ได้ชักชวนกันซื้อที่ดินติด ๆ กัน และให้คำมั่นกันว่าจะมาอยู่ด้วยกันในยามแก่เฒ่า พัฒนาพื้นที่ นำต้นไม้นานาพันธุ์ลงปลูก จนกลายเป็น “สวนป่าในเมือง” ที่อุดมสมบูรณ์ และใหญ่ที่สุดใน จ.ลำพูน อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.


เริ่มจากชาย 2 คน ที่เป็นเพื่อนรักกัน ที่ได้ชักชวนกันซื้อที่ดินติด ๆ กัน และให้คำมั่นกันว่าจะมาอยู่ด้วยกันในยามแก่เฒ่า ซึ่งทั้งคู่ช่วยกันค่อย ๆ พัฒนาพื้นที่ นำต้นไม้นานาพันธุ์ลงปลูก จนพื้นที่ว่างเปล่ากลายเป็นสวนป่าในเมืองที่อุดมสมบูรณ์ และใหญ่ที่สุดใน จ.ลำพูน แล้ววันหนึ่งทั้งคู่และครอบครัวก็เห็นตรงกันว่า...ถ้ามาอยู่ด้วยกันตอนสูงวัย ก็อาจจะช่วยเหลือตัวเองและช่วยดูแลกันไม่ไหว คงต้องจ้างวานใครมาช่วยดูแล จึงเกิดไอเดีย จุดประกายการนำความรู้ความสามารถที่ต่างคนต่างมี รวมทั้งชักชวนเพื่อน ๆ ที่มีความรู้ความสามารถด้านอื่น ๆ มาช่วยกันออกไอเดียทำแหล่งพักพิงอินเทรนด์ยุคสังคมสูงวัย จนเป็นที่มาของ ลำพูนเนอร์สซิ่งโฮม ซึ่งเป็น ศูนย์ดูแลและสถานพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้สูงอายุ ก่อเกิด... วิถีชีวิตสงบงามกลางธรรมชาติ
     
แวดล้อมด้วยสวนป่าสมบูรณ์แบบที่เกิดจากการลงทุนลงแรงลงใจร่วมกันของชาย 2 คนและครอบครัวของทั้งคู่ ลำพูนเนอร์สซิ่งโฮม ถือกำเนิดขึ้นในหมู่บ้านจามเทวีแลนด์ ถนนเลี่ยงเมืองเหมืองง่า ห่างจากโรงพยาบาลลำพูนราว 700 เมตร โดยได้รับการออกแบบให้เป็นทั้ง ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้สูงวัย ที่สุขภาพยังดี สามารถไปไหนมาไหนได้ และที่สำคัญคือไม่ชอบใช้ชีวิตแบบหงอยเหงาจำเจอยู่แต่ที่บ้าน...กับอีกอย่างคือเป็น ศูนย์ดูแลฟื้นฟูผู้สูงอายุ และผู้ป่วยระยะพักฟื้น ซึ่งไม่ว่าจะเลือกแบบอยู่ประจำ หรือไป-กลับ ก็จะมีพนักงานที่ผ่านการอบรมฝึกฝนคอยดูแลบริการผู้สูงอายุเสมือนญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวเดียวกัน...ที่สำคัญคือมีทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพผู้มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมานาน มาร่วมดูแลช่วยฟื้นฟูทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ ภายใต้สถานที่อันโอ่อ่าครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ถึงพร้อมด้วยความสะอาดและความปลอดภัย แวดล้อมด้วยบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่ล้ำค่านานาพันธุ์ และยังชิดใกล้พื้นที่การเกษตรอันเขียวขจี
        
ศูนย์ดูแลและสถานพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้สูงอายุแห่งนี้จุดประกายขึ้นโดยเพื่อนรัก 2 คน 2 ครอบครัว คือ นพ.วรวิทย์-กรุณา วรภัทรากุล กับ วิรัตน์-จารุวรรณ ภู่สว่าง ซึ่งได้ร่วมกันสร้างสรรค์จากฝันอันบรรเจิดเมื่อราว 30 ปีที่ผ่านมาว่าจะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหลังเกษียณในพื้นที่แห่งนี้ ที่ได้ซื้อและล้อมรั้วไว้เป็นอาณาบริเวณเดียวกันราว ๆ 33 ไร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีวัยมากขึ้นจึงเริ่มเห็นพ้องกันว่า...ถ้าแก่แล้วมาอยู่ด้วยกันคงจะดูแลกันไม่ไหวเพราะต่างคนต่างแก่ ก็คงต้องจ้างคนมาดูแล จึงไปหาข้อมูลจากสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ และเป็นที่มา จุดประกายแนวคิดในการทำสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ โดยอาศัยพื้นฐานจากประสบการณ์ส่วนตัวและกลุ่มเพื่อนทั้งจาก นพ.วรวิทย์ ซึ่งเป็นหมอ และ กรุณา ผู้เป็นภรรยา ซึ่งเป็นพยาบาลที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมานาน 30 ปี ทั้งยังเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนสอนผู้ช่วยพยาบาลซึ่งดูแลผู้สูงอายุด้วย ทั้งจาก วิรัตน์ ที่แม้จะเป็นทนาย แต่สนใจและเชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ และ จารุวรรณ ผู้เป็นภรรยา ซึ่งมีประสบการณ์บริหาร โรงแรมบ้านหละปูน


       
นอกจากนี้ทั้ง 4 คน ยังได้ชักชวนเพื่อน ๆ ที่มีความรู้ความสามารถด้านอื่น ๆ มาร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ศิริกาญจน์ เตชอภิโชค ที่เคยทำงานฝ่ายการต่างประเทศของ กทม. และผ่านการเยี่ยมชมงานด้านดูแลผู้สูงอายุในหลายประเทศซึ่งช่วยให้มีข้อมูลและมุมมองกว้างไกล มีพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนาน คือ ธาริณี ดิตถ์ วัชรไพศาล มาเสริมกำลัง มี ปราบ เพิ่มแสงงาม และภรรยา ปทุมวดี เรืองทารินทร์ เจ้าของกิจการรับทำความสะอาดซึ่งรับงานโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในเชียงใหม่หลายแห่ง ซึ่งก็เท่ากับเสริมความมั่นใจในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยของศูนย์ฯ แห่งนี้
    
นพ.วรวิทย์ เล่าว่า... ผมเป็นเพื่อนกับ วิรัตน์ มา 30 ปี เขาเป็นคนลำพูน นอกจากเป็นทนายแล้วเขายังทำอาชีพจัดสรรที่ดินใน จ.ลำพูน ครอบครัวของเราสนิทสนมกันมาก รุ่นลูกก็เป็นเพื่อนกัน ซึ่งเขาก็ชวนผม ซื้อที่ดินแปลงติดกันเพื่อที่จะไว้อยู่ด้วยกันหลังเกษียณ โดยที่ดินของเรา  ทั้ง 2 คนอยู่ในรั้วเดียวกัน ในพื้นที่ของวิรัตน์เขาปลูกสร้างบ้านไว้หลังหนึ่ง เรียกว่า บ้านทนายและด้วยความที่เราทั้งคู่ชอบต้นไม้เหมือนกัน ตกลงกันว่าจะทำที่ดินของเราทั้งคู่ให้เป็นสวนป่า เวลามาอยู่ก็จะได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่สำคัญยังเป็นประโยชน์ในชุมชน ก็นำต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ต้นไม้หายาก มาปลูกไว้ ให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ จน 30 ปีผ่านไปพื้นที่ว่างเปล่าของเราก็กลายเป็นสวนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเราใช้ชื่อว่า สวนหมอ ครับ
        
ส่วนเรื่องการทำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คุณหมอวรวิทย์ บอกเล่าว่า... เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน วิรัตน์ชวนผมไปดูสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ในเชียงใหม่ ที่ทำเป็นคอนโดฯ ที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัย เช่น มีราวจับในทุกแห่งที่จำเป็น พื้นที่ไม่มีขั้นให้สะดุด มีโทรศัพท์และกริ่ง   ขอความช่วยเหลือ ตลอดจนมนันทนาการหลากหลาย บรรยากาศโดยรวม  ก็ดูดี มีบึงน้ำและต้นไม้ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ผมรู้สึกชอบมาก มีความคิดที่จะซื้อไว้อยู่ตอนแก่ ก็ชวนวิรัตน์เขามาอยู่ด้วยกันที่นี่ แต่เพื่อนผมบอกว่าที่ของเราก็มีสิ่งแวดล้อมที่ดีมากนะ ก็เลยเป็นการจุดประกายความคิดที่อยากจะทำศูนย์ดูแลและพักผ่อนสำหรับผู้สูงอายุขึ้นมาในพื้นที่ของตัวเอง ตอนนั้นคิดว่าอย่างน้อยก็ทำไว้อยู่กันเองกับเพื่อน ๆ ยามแก่ตัว...”


     
เมื่อมีเป้าหมาย ก็เริ่มลงมือทำทันที โดยให้สถาปนิกออกแบบอาคาร เน้นให้เป็นอาคารที่โล่ง มีการถ่ายเทอากาศที่ดี คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุ รวมทั้งวางระบบกำจัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และอาคารที่พักนั้นก็ได้ อินสนธิ์ วงศ์สามศิลปินแห่งชาติ สาขาประติมากรรม มาออกแบบที่บังแดดให้ และให้ชื่อว่าลายเทพสัญจร
       
ทุกอย่างที่ออกแบบและทำไว้ ตั้งใจจะใช้ประโยชน์เองด้วย โดยต้องการให้อยู่สบาย สะอาด มีความปลอดภัย มีสิ่งแวด ล้อมที่ดี มีต้นไม้มีความร่มรื่น อาหารก็เน้นในเรื่องของอาหารอินทรีย์ที่ปลอดภัยจากสารเคมี ซึ่งวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างเราปลูกเอง...ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็ย่อมส่งผลดีต่อผู้สูงอายุที่สนใจจะมาพักผ่อนหย่อนใจอยู่กับเราที่นี่ ก็จะได้ประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ จากทุกอย่างที่เราเตรียมไว้สูงกว่ามาตรฐานทุกด้าน
    
...คุณหมอวรวิทย์กล่าว พร้อมทั้งขยายความต่อไปว่า... ศูนย์พักผ่อนหย่อนใจและดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้มีห้องพิเศษ 4 ห้อง และมีห้องรวม ซึ่งสำหรับห้องรวมจะแยกออกเป็นฝั่งชายและฝั่งหญิง ภายในห้องรวมจะใช้ผนังเบาแบ่งออกเป็นล็อก แต่ละล็อกอาจมีเตียงเดี่ยว 2 เตียง หรือสูงสุด 3 เตียง ล็อกที่มีเตียงเดี่ยวมีไว้เพื่อคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนล็อกที่มี 2 เตียง และ 3 เตียง ทำไว้สำหรับผู้สูงอายุที่มีเพื่อนสนิท จะได้รู้สึกว่าอยู่กับเพื่อน... การดูแลผู้สูงอายุสำคัญที่สุดคือเรื่อง ความสะอาด ถ้าที่พักไม่สะอาดก็จะทำให้ป่วยได้ง่าย เราจึงทำห้องพักให้สะอาดที่สุด อีกปัญหาหนึ่งของผู้สูงอายุก็คือเรื่องกลิ่นของเสียที่ขับถ่าย เราจึงออกแบบห้องที่พักอาศัยให้มีเพดานสูง 4 เมตร และติดตั้งตัวดูดอากาศออกจากภายในห้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่น...
       
สภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่เราเน้นมาก สิ่งแวดล้อมต้องดี รอบ ๆ   อาคารจึงได้ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นไว้โดยรอบ เพื่อให้ร่มรื่น และยังช่วยกรองมลพิษในอากาศ รวมทั้งมีบึงบัวและบ่อน้ำหน้าอาคารทำให้อากาศเย็นสบาย พื้นที่ใกล้ ๆ ก็เป็นสวนป่าที่ปลูกไว้ ผู้สูงอายุสามารถไปเดินเล่น และมีรถเข็นไว้อำนวยความสะดวกในการพาไปรับอากาศบริสุทธิ์และความสดชื่นด้วย
     
...ทาง คุณหมอวรวิทย์ แจกแจงถึง วิถีชีวิตกลางธรรมชาติ ขณะที่เรื่องอาหาร ซึ่งที่ศูนย์ฯ แห่งนี้จะเน้น อาหารปลอดภัย ใช้วัตถุดิบ เกษตรอินทรีย์ โดยส่วนใหญ่จะปลูกเอง กับเรื่องนี้ทาง วิรัตน์ บอกเล่าว่า... ผมเองชอบเรื่องทำการเกษตรอินทรีย์มาก ซึ่งในพื้นที่ของศูนย์ฯ ก็จะมีทั้งแปลงนาปลูกข้าว แปลงปลูกผักสวนครัว ซึ่งเป็นผักต่าง ๆ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารและยังเลี้ยงไก่ไข่ ทั้งหมดทำแบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษสารเคมี
    
วิรัตน์ เล่าต่ออีกว่า... การปลูกข้าวจะใช้พื้นที่ 1 ไร่ จะไม่ใช้ยาฆ่าหอยเชอรี่ ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และเพื่อป้องกันไม่ให้ สารพิษ สารเคมีต่าง ๆ จากบริเวณรอบนอกเข้ามาปะปนในนา ได้ใช้ วิธีการออกแบบให้คันนากว้าง 4 เมตร แยกที่นาของศูนย์ฯ ออกจากพื้นที่ใกล้เคียง และยังขุดบ่อน้ำคั่นไว้อีกชั้น ส่วนรอบคันนาก็ปลูกต้นไม้หลายชนิดไว้เป็นกำแพงกั้นอีกชั้น น้ำที่ใช้ทำเกษตรก็ใช้วิธีขุดบ่อเก็บกักน้ำไว้ใช้เอง โดยจะปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง ปลูกสลับระหว่างข้าวเจ้าพันธุ์ไรซ์เบอรี่ กับ ข้าวเหนียวพันธุ์แม่โจ้ 2 ซึ่งข้าวเหนียว แม่โจ้ 2 เป็นพันธุ์ที่เป็นลูกผสมระหว่างข้าวเหนียวกับข้าวหอมมะลิ หุงแบบข้าวเจ้าทั่วไปได้ ไม่ต้องแช่น้ำ หุงแล้วหอม เนื้อข้าวนุ่ม การสีก็จะเลือกโรงสีที่รับสีเฉพาะข้าวที่ปลูกแบบอินทรีย์โดยเฉพาะเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารเคมีมาเจือปน
       
พืชผักสวนครัว ที่นี่ก็มีการปลูกเองแบบอินทรีย์ และยังเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ เลี้ยงแบบกรงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้ไก่ได้วิ่งเล่น อาหารที่ให้คือพืชผักที่เราปลูกเอง หยวกกล้วยซอยจากต้นกล้วยที่ปลูกเอง ไข่ที่นำมาเป็นอาหารจึงเป็นไข่ปลอดสาร ...วิรัตน์ระบุ


       
ทั้งนี้ กับเรื่อง บุคลากร ที่ก็สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ วิรัตน์ บอกว่า... ที่ ลำพูนเนอร์สซิ่งโฮม จะเน้นคนที่มีทัศนคติที่ดี มีใจรักด้านนี้ เข้าใจผู้สูงอายุ และเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ ที่นี่จึงตั้งโรงเรียนสอนผู้ช่วยพยาบาลในการดูแลผู้สูงอายุ ชื่อว่า โรงเรียนการุนย์บริบาล ขึ้นมาในอาณาบริเวณ โดยผ่านการรับรองหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาธิการ
      
โรงเรียนก็จะมีคุณหมอวรวิทย์ และคุณกรุณา รวมทั้งเพื่อนพยาบาล เป็นวิทยากร ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการผลิตบุคลากรคุณภาพไว้ดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลผู้สูงอายุเหมือนดังบุพการีของตัวเอง... ซึ่งประโยชน์จากการเปิดโรงเรียนแห่งนี้ ยังจะเป็นส่วนสำคัญของ
การส่งเสริมสนับสนุนผู้คนในชุมชน ให้ได้มีโอกาสได้รับการฝึกอบรมเรียนรู้และได้วิชาชีพติดตัวเพื่อประกอบสัมมาอาชีวะที่มีรายได้ดีต่อไป...” ...ทาง วิรัตน์ กล่าว
    
ทิ้งท้าย...เกี่ยวกับศูนย์ฯ ลำพูนเนอร์สซิ่งโฮม ที่มีต้นรากเกิดขึ้นจากความผูกพันของชาย 2 คน 2 ครอบครัว ก่อนขยายสู่หลาย ๆ คน หลาย ๆ ครอบครัว ทั้งที่ร่วมดำเนินการ และที่เข้าพักอาศัย ทาง คุณหมอวรวิทย์ ระบุว่า... พวกเราทำศูนย์พักผ่อนหย่อนใจ และดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท ด้วยจุดมุ่งหมาย ว่าสุดท้ายที่นี่ก็จะเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเรา และญาติมิตรของพวกเรา ซึ่งพวกเรายินดี และจะรอให้การต้อนรับผู้สูงอายุที่สนใจจะพักผ่อนหย่อนใจอยู่กับพวกเรา...”  กับ วิถีชีวิตสงบงามกลางธรรมชาติ.

ออพชั่นเสริม ‘สายบุญ-สายสังคม’

นอกจากการดูแลให้พักผ่อนหย่อนใจ หรือให้ได้พักฟื้น-ฟื้นฟูด้านสุขภาพ-สุขอนามัยแล้ว ที่ศูนย์ฯ ลำพูนเนอร์สซิ่งโฮมนั้น ทาง จารุวรรณ หนึ่งในแนว ร่วมก่อตั้ง-ดำเนินการ บอกเล่าว่า... ที่นี่ยังมีการจัดทัวร์ให้ผู้สูงวัยที่มาพักได้ไปตามวัดวาอารามสำคัญ ๆ ที่     ใคร ๆ ก็อยากไปเยือน อยากไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น วัดพระธาตุหริภุญชัย และ วัดจามเทวี
       
เพื่อให้ผู้สูงวัยที่มาพัก รวมถึงลูกหลาน ญาติ มิตร ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูน โดยจะมีพนักงานของเราคอยดูแลไปด้วยตลอด และนอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีการจัดเตรียม กิจกรรมที่ทำร่วมกับชุมชนเมืองลำพูน  เพื่อให้ผู้สูงวัยได้พบปะสนทนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ดี ๆ กับผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนเมืองลำพูนด้วย  ...ซึ่งในส่วนนี้ก็นับว่าน่าสนใจ.

.................................................
ทีมวิถีชีวิต : รายงาน

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31