อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

'รองสว.'สอนมากับมือ เตะโด่งลูกพี่เก่าไปไกลปืนเที่ยง

สัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ “สารวัตรสืบ” ที่ปากดุพูดแรงสอน “รองสารวัตรสืบ” ก่อนสุดท้ายเป็น ผกก. แต่โดนเตะโด่งจากลูกน้องที่เคยสอนเคยด่า พุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น.

เมื่อหลายปีก่อน

สารวัตรสืบสวนประชุมคดีกับลูกน้อง รองสารวัตรสืบสวนนั่งจดทุกอย่างลงกระดาษ จดละเอียดอย่างยิ่ง เพราะเขาพึ่งมาทำงานสายสืบได้ไม่กี่เดือน หลังจากก่อนหน้านี้เป็นพนักงานสอบสวนร้อยเวรรับแจ้งคดีมา

สารวัตรสืบสวนจุดบุหรี่สูบมวนชนมวน ถามความคืบหน้าคดีในทุกรายละเอียด ในสมัยที่รองผู้กำกับสืบสวนยังไม่ผุดมา มีแต่รองผู้กำกับสอบสวนและสืบสวนควบรวมกัน สารวัตรสืบสวนจึงใหญ่และมีอำนาจสั่งงานพอตัว เขาเค้นทุกรายละเอียดคดี ตำหนิหากเห็นข้อผิดพลาด

รองสารวัตรสืบสวนโดนดุด่าบ้าง หลายคนบอกให้ทำใจสารวัตรสืบแกปากเป็นแบบนี้ ปากหมาๆ หน่อย แต่สำหรับผู้มียศใหญ่กว่าเขาเรียกปากตรงกับใจ พูดแรง แต่จบ

“ไหวไหม เอ็งนะ” สารวัตรสืบถามรองสารวัตร
“ไหวครับ...นาย”
“ดี...”



คดีนั้นจับคนร้ายได้ ผู้กำกับการหน้ายิ้มแป้นไปทั้งวัน สารวัตรสืบสวนได้รับคำชมเชย แต่คนทำงานตัวจริงคือรองสารวัตรสืบสวนที่ฉายแววนักสืบขึ้นมาอย่างน่าสนใจ

สารวัตรสืบถ่ายทอดวิชาให้กับรองสารวัตรสืบสวน ผ่านไป 2 ปี รองสารวัตรสืบสวนย้ายงานไปที่อื่น สารวัตรสืบยังทำงานที่เดิม การจะขยับไปเป็นรองผู้กำกับการไม่สำเร็จ ต้องนั่งอยู่ที่เดิม สอนรองสารวัตรสืบสวนคนใหม่ที่ได้ข่าวว่าเป็นเด็กนาย งานราชการไม่ค่อยทำ ไปดูแลนายเสียมาก เมื่อมีงานประชุมประจำกองบก. สารวัตรสืบสวนได้พบกับรองสารวัตรสืบสวนศิษย์เก่าอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสองตำแหน่งเท่ากันแล้ว เป็นสารวัตรสืบสวน

“หวัดดีครับพี่” น้องไหว้พี่ ทุกอย่างยังดูเหมือนเดิม
“ไหวไหม...เอ็ง”
“ไหวครับ..พี่”
“ดี...”

ผ่านไป 4 ปี สารวัตรสืบสวนโดนเตะออกจากโรงพักเดิมไปไกลปืนเที่ยงที่ไหนไม่ทราบ หมดเรี่ยวแรงจะทำงาน อ่านข่าวเห็นเรื่องการจับคนร้ายคดีฆ่าปาดคอโหดได้ ฝีมือการจับของสารวัตรสืบสวนมือดีที่สื่อต่างให้ความสนใจ อดีตรองสารวัตรสืบสวน ที่เขาสอนมากับมือ

ผ่านไปเกือบ 10 ปี

สารวัตรสืบสวนค่อยๆ ไต่ไปเป็นผู้กำกับการได้อย่างแช่มช้า เหลือเวลาไม่กี่ปีก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว ตำแหน่งนายพลที่เคยฝันถึงดูลานเรือง วันนี้เขาเป็นพันตำรวจเอกแก่ๆ ที่เจอผู้กำกับการตำแหน่งเดียวกันยกมือไหว้ บางคนนั้นก็หนุ่มเฟี้ยวอย่างยิ่ง ก็ได้เป็นพันตำรวจเอกกันแล้ว

ผู้การเดินทางมาที่ประชุม สิ่งแรกที่ทำคือรับการทำความเคารพจากผู้กำกับการและลูกน้องทั้งมวล ผู้การหนุ่มรับการทำความเคารพ ก่อนจะเดินมาถึงผู้กำกับการแก่ๆ

“ว่าไงพี่ ช่วงนี้งานโรงพักพี่เยอะจริงๆ นะ ไหวไหม”
“ไหวครับ..นาย”
“ดี...”

การประชุมผ่านพ้นไป ด้วยความเป็นนักสืบเก่า ผู้กำกับการลงคุมคดีเอง ลูกน้องไม่ได้เรื่อง เขาสั่งการวางแผน ปากยังแรงเหมือนเดิม แต่ในที่สุดก็จับคนร้ายคดีปล้นธนาคารได้ ชงเรื่องให้ผู้การมาแถลงข่าวเอง พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพโชว์สื่อ ผู้การยิ้มมีความสุข มอบเงินให้โรงพัก

เมื่อมาถึงช่วงโผแต่งตั้ง ทางผู้กำกับฯ หวังจะเกษียณตำแหน่งที่โรงพักนี้ แต่ปรากฏว่ามีกระแสมาแรงโดนย้ายไปไกลปืนเที่ยง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงสอบถามผู้การ อดีตลูกน้อง

“มันเป็นแค่หัวโขนพี่ อะไรๆ ก็ยังเหมือนเดิม คนมาแทนพี่ คนนี้กระแสแรง เด็กนาย ถือว่าไปพักที่อื่นก่อนเกษียณนะพี่ ยังไงพี่กับผม เราก็ยังเหมือนเดิม”



ผู้กำกับการฯ โดนเตะจากโรงพักกลางเมืองไปโรงพักไกลเมือง แต่แววความเป็นนักสืบยังคงอยู่ ก่อนโผจะออกอย่างเป็นทางการ เขาแอบสอบถามลูกน้องที่ก็ได้ดิบได้ดีกันหมด แซงหน้ายศสูงใหญ่กว่าตัวเอง ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ทำไมพี่โดนเตะวะ” คำถามจากแกส่งไปยังใครหลายคนให้คำตอบ

รองผู้การกระซิบข่าวมาว่า “จะไม่โดนได้ไง ก็ผู้การลูกน้องเก่าพี่นะ จะเอาเพื่อนมาลงแทนพี่ เขาซี้กันมา ยังไงพี่ก็ต้องไป”

ผู้กำกับการอ้าปากค้างพลันที่ทราบข่าว “จริงเหรอวะ เอ้ย! จริงเหรอครับนาย...”

“จริงดิพี่..”

เขากลืนน้ำลาย พอดีกับที่อดีตลูกน้องซึ่งตอนนี้เป็นรองผู้การถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ไหวไหมพี่...”

“ไหว....ยังไงก็ต้องไหว...เอ่อ...ไหวครับ”

“ดี....” เสียงของลูกน้อง ตำแหน่งรองผู้การตอบกลับมาอย่างสั้น ๆ แต่ได้ใจความ.
...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

บอกต่อ : 160