อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

ฟินไปกับร้าน Le Boeuf  ทีเด็ดอยู่ที่'ซอสเขียว' 

สัปดาห์นี้พาไปลิ้มรสร้าน Le Boeuf หลากเมนูเด็ดๆ ที่ฟินกันไปตามๆ กัน แต่ทีเด็ดกับอยู่ที่ "ซอสเขียว"  จันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ผมมักจะเห็นโฆษณาของร้าน Le Boeuf ในโซเชียลมีเดียเสมอ จนมีอยู่วันหนึ่งรุ่นน้องได้โพสต์ซี่โครงแกะบนซอสเขียวขึ้นมา ผมจึงส่งข้อความไปถามด้วยความสงสัย “ซอสเขียวๆ นั่นเป็น Parsley Sauce หรือเปล่าครับ” รุ่นน้องบอกไม่ใช่ เพราะเจ้าของร้านบอกว่าซอสเขียวนั้นเป็นสมุนไพร 15 ชนิดมารวมๆ กัน ฟังแบบนี้ผมยิ่งสนใจ รุ่นน้องเลยอาสาพาไปชิม เรานัดเพื่อนๆ อีกกลุ่มใหญ่ แล้วไปกันเย็นวันธรรมดาเพราะบอกว่าเย็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์คนค่อนข้างแน่น

ร้าน Le Boeuf อยู่ถนนหลังสวนครับ จะขับรถไปก็ได้ร้านอยู่ในโรงแรม Mayfair แต่เย็นวันนั้นผมใส่เสื้อสีเขียว (ตั้งใจไปกินซอสเขียวเต็มที่) แล้วนั่งรถไฟฟ้าไปกับเพื่อนๆ ก็สะดวกดี เดินไปคุยไปเผลอแป๊บเดียวก็ถึงร้าน เราสั่งออเดิร์ฟเป็นหอยแมลงภู่อบเนยซอสไวน์ขาว Les Moules Marinieres และข้อดีของการมากินหลายคนคือ เราได้สั่งหลายเมนูครับ เราสั่งทั้งเนื้อ แกะ หอยเชลล์ และแซลมอน จริงๆ ทางร้านมี MEAT LOVER PLATTER ที่รวมเมนูหลากหลายแบบนี้ในราคาสุดคุ้ม แต่เราเลือกกินทุกอย่างก่อน อันไหนติดใจค่อยสั่งเบิ้ล อ้อ ทางร้านมีสลัดผักและขนมปังให้รับประทานรองท้องก่อนด้วยครับ



เมื่อได้เวลา Main Course พนักงานทำการเปลี่ยนจานและมีดส้อม ที่ตื่นเต้นสำหรับผมคือ มีเฟรนช์ฟรายส์จำนวนมหาศาลใส่ถาดมาแล้วเสิร์ฟพร้อมๆ กับอาหารจานหลัก เฟรนช์ฟรายส์นี้จะเอาไว้จิ้มหรือปาดกินกับเจ้าซอสเขียวครับ พอได้ชิมซอสเขียวคำแรกแล้วน่าสนใจมากครับ รสชาติแรกที่มาก่อนเลยคือ เปรี้ยวนำ แล้วมันจะมีกลิ่นหอมเนยและสมุนไพรอยู่ในปากเป็น After Taste ที่รู้สึกดี ผมต้องขอเรียกน้องพนักงานมาสอบถาม (เสียดายวันนี้เจ้าของไม่อยู่) น้องพนักงานเล่าว่า ซอสเขียวนี้เป็นสูตรลับเฉพาะของเจ้าของร้าน คุณ David J Perrot ไปเรียนรู้การทำซอสสูตรนี้มาตั้งแต่ร้านดั้งเดิมอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นการนำสมุนไพร 15 ชนิดมาผัดกับเนยจนได้ซอสสูตรเฉพาะ กินได้กับเนื้อสัตว์ทุกชนิด …แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าสมุนไพรมีอะไรบ้าง แต่ได้ชิมแล้ว ก็ถือว่าหายข้องใจไปได้บ้างครับ ถือว่าซอสเขียวมีรสชาติถูกปากมาก ๆ ครับ

เมนูแรกมาเสิร์ฟเป็น Scallop หรือหอยเชลล์ จานนี้พิเศษมากครับเพราะเป็นเมนูใหม่ล่าสุดยังไม่ลงในเมนู น้องพนักงานเสิร์ฟแนะนำเนื่องจากหอยเชลล์เพิ่งมาส่งวันนั้นพอดี สดมากอยากให้ลอง ผมได้ชิมแล้วก็สดจริงครับ ทั้งหนา นุ่ม และหวาน มีผักเคียงมาด้วย เมนูเหมาะสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ กินน้อย ที่ชื่นชอบอาหารทะเลครับ แต่เบาเกินไปสำหรับผม



เมนูต่อมา Le Filet de Boeuf เป็นเมนูสเต็กเนื้อที่ผมรอคอย (Le Boeuf แปลว่า เนื้อวัว) เนื้อเป็น Tenderloin Black Angus Beef 120 days dry aged เป็นสุดยอดเนื้อสันในที่อิมพอร์ตมาจากออสเตรเลีย เราขอเพิ่มน้ำหนักเนื้อด้วย เพราะเนื้อที่หนาเวลานำไปย่างจะนุ่มครับ ผมขอความสุกแบบ Medium Rare พอเสิร์ฟมา เนื้อถูกแล่มาแล้ว สุกด้านนอก ด้านในยังแดงๆ แบบนี้ใช่เลยครับ พอกินกับซอสเขียวยิ่งอร่อยเด็ด!

รุ่นน้องที่ชวนผมมาร้านนี้ แนะนำให้ผมลองซี่โครงแกะย่างจากนิวซีแลนด์ที่เธอสั่งในเมนูชื่อ Les Cotes d’Agneau เธอขอให้ย่างความสุกแบบ Well Done ผมสังเกตตั้งแต่ใช้มีดตัดแล้ว เนื้อนุ่มมากตัดง่าย (นี่ขนาดย่างแบบสุกนะเนี่ย) พอกัดเข้าปากคำแรก “ฟินที่สุดครับ” รับรสได้ตั้งแต่มันที่ติดด้านบนไปจนถึงเนื้อแกะ รสชาติดีมาก ใครจะบอกว่าแกะมีกลิ่น ผมว่าร้านนี้ทำเมนูแกะได้ดีที่สุดร้านหนึ่งเลยครับ กลิ่นเหลือเบาบางมาก เนื้อนุ่มมีรสชาติ และที่เข้ากันที่สุดคือ ซอสเขียว ผมว่าซอสเขียวร้านนี้กับแกะนี่เวิร์คกว่ามิ้นต์ซอสมาก ส่วนตัวผมไม่ชอบมิ้นต์ซอสเลย มักจะกินแต่เนื้อแกะเปล่าๆ แต่พอเจอซอสเขียว เอาเนื้อแกะปาดกินได้เลยครับ รสเปรี้ยวของซอสตัดเลี่ยนเนื้อแกะติดมัน กินได้เพลินแบบยาวๆ เลยครับ



เมนูสุดท้ายคือ Le dos de Saumon แน่นอนว่ามีซอสเขียวเสิร์ฟมาด้วย ปกติผมชอบแซลมอน แต่พอเจอเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ผมเลยไม่ว้าวเท่าไหร่ แต่รุ่นน้องผมอีกคนบอกว่า เขาชอบเมนูนี้ที่สุด เพราะย่างแซลมอนให้ด้านนอกสุกและด้านในเกือบสุก กินแล้วฉ่ำกำลังดี อร่อยจนต้องขอให้สั่งเบิ้ลอีกจาน



ถัดจากสารพัดเมนูซอสเขียว เราสั่งของหวานมาเป็นคู่เป็นมารขาว-มารดำ ฝั่งสีขาวคือ Vacherin ไอศกรีมโยเกิร์ตกินกับเมอแร็งก์ที่ร้านทำเองและสตรอว์เบอร์รี่สด ผมไม่เคยกินขนมหวานแบบนี้มาก่อน แปลกดีครับ ไอศกรีมโยเกิร์ตเปรี้ยวนิดๆ และเมอแร็งก์ไม่หวานจนเกินไป กินเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนฝั่งสีดำคือ Profiteroles au Chocolat เห็นชัดๆ ว่าเป็นไอศกรีมวนิลาราดช็อคโกแลต โรยด้วยอัลมอนด์แผ่นบาง แต่พอรับประทานไปแล้ว มีแป้งชูคล้ายๆ เอแคลร์ห่ออยู่ นุ่มอร่อยดี

การรวมพลมากินร้าน Le Bouef ครั้งนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ ครับ ได้กินเนื้อสัตว์ชนิดไหนก็จะมีซอสเขียวที่กินคู่กันไปได้ทุกเมนู กินเนื้อหมดแล้ว แต่ซอสเขียวยังไม่หมด พนักงานจะเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์ให้ตลอด เอามาปาดกินได้อีก แถมเติมได้ไม่อั้นครับ ผมเองน่ะตั้งใจจะมากินเนื้อเทพๆ แต่มาพบว่าเมนูแกะและของหวานของที่นี่ก็อร่อยแบบจริงจังมาก แนะนำว่าต้องมาลองด้วยตัวเองเลยครับ.
.........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 87