อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มกราคม 2563

ทดสอบหัวใจก่อนออกำลังกาย "สปอร์ตเทค" ผลงานวิศวะมหิดล

ปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกและนานาประเทศต่างหันมาให้ความสำคัญกับกีฬา ทั้งนักกีฬามืออาชีพ และกีฬาเพื่อการออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเสริมสร้างความรักสามัคคีและสังคมสุขภาพดีทั้งกายและใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล อาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.


   ปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกและนานาประเทศต่างหันมาให้ความสำคัญกับกีฬา ทั้งนักกีฬามืออาชีพ และกีฬาเพื่อการออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเสริมสร้างความรักสามัคคีและสังคมสุขภาพดีทั้งกายและใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

   ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ (Sport & HealthTech) เพื่อใช้พัฒนาสมรรถนะและการฝึกซ้อมนักกีฬาและผู้รักสุขภาพตามหลักสากลอย่างปลอดภัยและได้ผลดี

  ร่างกายของมนุษย์เราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น โดยมีหัวใจและเส้นโลหิตเป็นกลไกสำคัญ นักกีฬาก็จำเป็นต้องมีสมรรถนะของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตที่มีประสิทธิภาพ อันเป็นพื้นฐานของการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการกีฬา ส่วนผู้ที่หลงใหลการออกกำลังกายตามเทรนด์รักสุขภาพในปัจจุบัน ก็จำเป็นต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของหัวใจและการไหลเวียนของโลหิตด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และสามารถเลือกออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสมกับสมรรถนะร่างกายของตนเอง





   คณะวิศวะมหิดลได้แทคทีมวิจัยพัฒนาคิดค้น นวัตกรรมอุปกรณ์ทดสอบความทนทานของหัวใจและการไหลเวียนเลือด”  หรือ “Smart Knee Raising Counter Device” เพื่อใช้ตรวจประเมินสมรรถภาพร่างกาย โดยนำเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้ทราบถึงความทนทานของหัวใจและระบบไหลเวียนของเลือดได้อย่างแม่นยำ นำโดย ผศ.ดร.วรากร เจริญสุข อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์, รศ.ดร.วีรวัฒน์ ลิ้มรุ่งเรืองรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา, นายบรรณภพ ศรีวาณัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมด้วย 7 นักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ได้แก่ คุณอุดมพร มนูพิบูลย์, คุณวิมลรัตน์ จารุเมธิตานนท์, คุณสุชาดา นูพิมพ์, คุณกัญญารัตน์ บุญขำ, คุณชมบุญ สีมารักษ์, คุณวนพรรณ วุฒิอุตดม, คุณรติกัลยา ตันธุวปฐม และ คุณพุฒินันท์ แสงกิจอมร โดยได้รับการสนับสนุนจาก ผศ.ดร.
จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.วรากร กล่าวว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นเรื่องที่สำคัญต่อนักกีฬาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาฝึกซ้อม นักกีฬาต้องการทราบถึงสมรรถนะของร่างกายตนเอง สมัยก่อนยังไม่มีเครื่องวัดที่สามารถบ่งบอกถึงระดับความพร้อมของร่างกายนักกีฬา ซึ่งอาจทำให้ประสบอุบัติเหตุ
หรือเสี่ยงต่ออันตรายระหว่างฝึกซ้อมได้ โดยปัจจุบันวงการกีฬาได้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับการกีฬา ตัวอย่างเช่น มีการนำ GPS มาใช้วัดความเร็วของนักกีฬา, ใช้ Wireless Sensor ตรวจสอบระดับอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

   สำหรับในบ้านเราได้มีการประยุกต์ใช้สิ่งใกล้ตัว คือ ใช้ยางเส้นวัดสมรรถภาพของร่างกาย โดยนำยางเส้นมาขึงเป็นเส้นตรง และตีเข่าขึ้นไปให้โดนยางเส้น ซึ่งปัญหาที่เกิด คือ ยางจะไม่นิ่งอยู่กับที่และแกว่งไปมา คนที่เป็นผู้ทดสอบ เป็นผู้นับจำนวนครั้งเอง บางครั้งอาจเกิดความเผลอเรอ การนับครั้งไม่แม่นยำและไม่เป็นมาตรฐาน จึงเป็นแรงบันดาลใจคิดค้น อุปกรณ์ทดสอบความทนทานของหัวใจและการไหลเวียนเลือด  Smart Knee Raising Counter Device

   คุณวิมลรัตน์ ตัวแทนทีมนักวิจัยคนรุ่นใหม่ นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวะมหิดล กล่าวว่า จุดประสงค์ของอุปกรณ์ทดสอบความทนทานของหัวใจและการไหลเวียนเลือด Smart Knee Raising Counter Device เพื่อสามารถประเมินศักยภาพและสมรรถนะ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาและฝึกฝนได้อย่างตรงจุด ด้านผู้ฝึกซ้อมจะสามารถมอนิเตอร์การฝึกซ้อมของนักกีฬาได้ด้วย โดยหากเกิดปัญหากับนักกีฬาคนใดก็จะทราบได้ทันทีและหาทางแก้ไขได้ถูกทางและปลอดภัย

   แนวคิดของนวัตกรรมนี้ คือ การใช้วัสดุที่หาง่ายและมีต้นทุนประหยัด โดยดีไซน์เป็นโครงเสาเหล็กเป็นฐาน และติดตั้งอุปกรณ์ Micro Controller เข้ากับโครง โดยที่บาร์จะมีเซ็นเซอร์ ประมาณ 10-15 ตำแหน่งเพื่อความแม่นยำต่อการนับจำนวนการยกเข่า และใช้สมาร์ทโฟนสำหรับจับเวลาและนับจำนวนครั้งในการยกเข่า สำหรับวิธีใช้ เริ่มจากเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธ เปิดใช้งาน แอพพลิเคชั่น จากนั้นระบบจะให้เลือกโปรแกรมระยะเวลาการตีเข่า 2 นาที สำหรับผู้สูงอายุ 60-69 ปี  กับ 3 นาที สำหรับอายุ 7-59 ปี และเริ่มวัดสมรรถภาพร่างกาย โดยตีเข่าขึ้นไปแตะให้ถึงบาร์ ระบบ

   จะเริ่มนับครั้งเมื่อตีเข่าขึ้นไปโดนเซ็นเซอร์ เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด โปรแกรมจะประมวลผลทำการคำนวณและชี้วัดว่า ความทนทานของหัวใจจะอยู่ในระดับไหน โดยแยกชายและหญิงตามอายุ 10 กลุ่มอายุ ตั้งแต่ 19-24 ปี, 25-29 ปี, 30-34 ปี, 35-39 ปี ไปจนถึง 69 ปี แสดงค่าตัวเลขและผลของสมรรถภาพเป็น 5 ระดับ คือ ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง ดี และดีมาก

   ทำให้ทราบว่าควรจะฝึกซ้อมหนัก-เบาเพียงใดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย อีกทั้งสามารถวางแผนพัฒนานักกีฬาและผู้รักสุขภาพให้ก้าวหน้าต่อไป

   นับเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ต้นทุนต่ำ แต่ประสิทธิภาพสูง และเพื่อให้ทุกคนออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย.

--------------------------------
นภาพร พานิชชาติ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%