อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

กะเทาะเปลือกบันเทิงทำยังไง "โคลี่เซี่ยม" ถึงอยู่จนวันนี้

ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคในการเสพหนังและละครเปลี่ยนไป ดังนั้นผู้ผลิตหนังจะต้องปรับตัวยังไง สัปดาห์นี้ yimyim มีคำตอบให้จ้า พฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 11.00 น.


สวัสดีแฟนๆของ yimyim ทุกคน วันนี้เราจะพาทุกคนมาไขความลับของคำถามที่ว่าทำไมละครในปัจจุบัน บางเรื่องเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ แต่กลับทำเรตติ้งได้ไม่ดี และตอนนี้ตลาดของการผลิตงานละครเป็นไปในทิศทางไหนแล้ว ซึ่งเรามีโอกาสพูดคุยกับค่ายหนังและละครที่อยู่คู่กับคนไทยมานานอย่าง โคลี่เซี่ยม ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นสำหรับคนในปัจจุบัน แต่ถ้าพูดชื่อนี้กับคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะก็ ท่านจะต้องรู้จักแน่นอน
           
สัปดาห์นี้ yimyim เลยขอเป็นงานเป็นการด้วยการไปล้วงความลับการทำงานละครในปัจจุบันในภาวะที่วงการโทรทัศน์กำลังซบเซาอยู่ว่าต้องคำนึงอะไรบ้างมาฝากกัน โดยเราได้พูดคุยกับ พร-พรพิมล มั่นฤทัย ผู้บริหารใหญ่ของโคลี่เซี่ยม ซึ่งจะพาเราไปดูขั้นตอนการเตรียมทำละครและห้องลับการทำซีจีอีกด้วย  




 
การทำละครตอนนี้มีการแข่งขันกันมากขึ้น มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไร?
“มุมมองส่วนตัวมองว่าละครเดี๋ยวนี้ทำยากขึ้นเพราะช่องดิจิตอลเกิดขึ้นมากมาย ต้องทุ่มเททุกอย่างเกี่ยวกับการผลิตหนักขึ้น ต้องใส่ใจในแต่ละคัท แต่ละตอน ปล่อยไม่ได้เลยเพราะทุกวินาทีมีค่าและต้องมีคุณภาพ ส่วนตัวเชื่อว่าละคร ยังสามารถอยู่ในวงการโทรทัศน์ได้ แต่ก็ต้องสร้างงานที่มีคุณภาพออกมานำเสนอให้กับผู้ชมได้เห็นด้วย ซึ่งสมัยนี้มีเทคโนโลยีหลากหลาย ซึ่งสามารถถ่ายทอดสดได้เลย ดังนั้นโคลีเซี่ยมจึงต้องพิถีพิถันในการผลิตงานละครทุกขั้นตอนมากๆ”
 
โคลี่เซียมปรับตัวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างไร?
“โดยปกติบริษัทเราผลิตผลงานเอาใจคนดูอยู่แล้ว เราจะดูผลงานของละครทุกเรื่องที่ได้ออกอากาศว่าเรื่องไหนมีคนดูชอบและชอบอะไรในการนำเสนอของเรา ซึ่งเราเองใส่ใจทุกขั้นตอนจริงๆ อย่างละครเรื่อง จ้าวสมิง เราได้รับคำชมในเรื่องการทำเทคนิคพิเศษ(ซีจี)เกี่ยวกับเรื่องเสือ กระแสตอบรับดีมาก เราจึงได้ผลิตละครเรื่อง ตะกรุดโทน ออกมา ซึ่งเราได้ลงทุนสร้างเทคนิคพิเศษ ให้เหนือกว่าผลงานที่ผ่านมาและยังมีสเปเชียลเอฟเฟ็กซ์อีกมากมายในการนำเสนอออกไป โดยเรายังลงทุนในด้านของการนำดาราที่คนดูรู้จักมาแสดง บทก็มีความครบรสมากขึ้น ซึ่งเรามองว่าเท่านี้ ก็สามารถปรับพฤติกรรมคนดูให้ติดตามดูละครได้มากขึ้นแล้ว”
 


สื่อโทรทัศน์กำลังชะลอตัวมีวิธีรับมือยังไง?
“เราก็ต้องคล้อยตามสถานการณ์ของวงการละคร ซึ่งเราเองก็น้อมรับนโยบายของช่องในการผลิตละครทุกเรื่อง เราต้องรับมือได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น เราปรับได้ทุกวิธีในการทำงานผลิตละครเพื่อให้มันดีที่สุด”
 
โคลี่เซี่ยมอยู่ในวงการมานาน ทำละครหรือหนังมากี่เรื่อง?
“จริงๆเราทำทั้งหนังและละครเลย เราทำหนังมาก่อนตั้งแต่ปี 2519 เรื่องไผ่กำเพลิง ตามด้วย มหาหิน มีพี่แอ๊ด-สมบัติ โกนผมตอนนั้นค่าหัวของเขาหนึ่งล้านบาทเมื่อปี 2521 และเสือภูเขา ซึ่งเรื่องนี้คุณสรพงษ์ ชาตรี ถักเปีย คุณจารุณี สุขสวัสดิ์ก็มาดังจากเรื่องเสือภูเขาเช่นกัน ต่อมาเราก็มาปั้นคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ต่อโดยคุณบิณฑ์เขาดังเรื่องข้ามากับพระ แต่เขาเป็นตัวประกอบเท่านั้นเอง พอเราเห็นหน่วยก้านเขาปุ๊บก็เอามาปั้นเรื่องทับทิมโทน ซึ่งโคลี่เซี่ยมเราสร้างหนังมาเรื่องสุดท้ายน่าจะเรื่องตำรวจเหล็ก เป็นการปั้นมาช่า วัฒนพานิช จากนั้นมันเป็นยุคขาลงของหนังเราก็เลยหันมาทำละครต่อ เรื่องแรกเป็นเรื่องโก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะในปี 2534-2535 ประมาณนี้ เราเองก็ผลิตละครมาหลายเรื่องมากๆเพราะโก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะมีหลายตอน”


 
แสดงว่าตอนนี้มุ่งทำละครอย่างเดียวใช่ไหม?
“ส่วนมากตอนนี้ทำละครเป็นหลัก แต่ก็มีความคิดที่จะทำหนังนะเพราะเราทำซีจีมาแล้วก็มองว่ามันน่าจะมีช่องทางโตได้เพราะเราทำแปลกกว่าคนอื่นที่เขาทำ ยิ่งเราเคยทำหนังแล้วก็เลยอยากทำอีก อย่างตะกรุดโทนเป็นหนังฟอร์มใหญ่พอดูออนแอร์แล้วก็ดีใจ ผู้กำกับก็ดีใส่ใจบทและนักแสดง และได้คุณบิณฑ์พระเอกนักบุญมาเล่นด้วยก็ถือเป็นจังหวะที่ดีละครเลยออกมาสมบูรณ์ ก็เป็นละครเรื่องที่สนุกมากๆ”
 
ห่างจากการทำหนังมากี่ปีแล้ว?
“จริงๆตอนนี้เราก็มีแพลนทำหนังในอนาคตทำแน่นอน ซึ่งเราไม่ได้ทำหนังมานานกว่า 24 ปีแล้ว”


 
ผ่านมานานแล้วแต่ชื่อของโคลี่เซี่ยมยังเป็นที่รู้จักอยู่ รู้สึกอย่างไร?
“เราใช้ชื่อโคลี่เซี่ยมมาตั้งแต่ปี 2516-2517 ซึ่งเราก็ทำหนังที่ภาคใต้มาก่อน และทำโรงหนังโคลี่เซี่ยมและชื่อของเราก็อยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่สิ่งที่จะทำให้อยู่ได้คือเราต้องเสริมสร้างในสิ่งที่ดี มีได้ก็ต้องมีให้ มันต้องมีสองสิ่งนี้ถึงจะอยู่ได้เรียกว่าคืนกำไรให้สังคม เราอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอสมควร ตอนนี้เราเลยพยายามสร้างบุญเพื่อมาต่อยอดให้กับตัวเราเอง ให้กับเด็กๆเราทุกๆคนเพราะทีมงานเราก็อยู่กันพอสมควรนะ อยู่กับ 20-30 ปีทุกคน เราก็ต้องดูแลเขา”

 

สิ่งสำคัญในการทำงานของโคลี่เซี่ยมคืออะไร?
“เรื่องและนักแสดงต้องเลือกให้มีความเหมาะสมกับบทและเรื่องนั้นๆ ถึงจะทำให้ละครเรื่องนั้นออกมาอย่างที่เราต้องการ ขั้นตอนนี้มันสำคัญมากเลย บางครั้งเราได้บทหรือคนมายังไม่ถูกใจ เราก็ต้องมาปรับเปลี่ยน บทก็อาจจะมีเปลี่ยนบ้าง ตรงๆอย่างเดียวไม่ได้แน่ๆ ซึ่งงานละครที่ดีเริ่มจากพล็อตเรื่องต้องดี เนื้อเรื่องโดนใจผู้ชม บทสมเหตุสมผลไม่ใช่ง่าย มันคือโจทย์ที่เราคิดว่าจะต้องทำยังไง ที่สำคัญผู้กำกับต้องเข้าใจบทด้วย องค์ประกอบละครดี เช่น สถานที่ถ่ายทำ เครื่องแต่งกายนักแสดง อุปกรณ์ประกอบฉาก เสียง แสง และที่สำคัญนักแสดงเล่นดีสมบทบาทนั่นคือละครที่ลงตัวและมีคุณภาพ สำหรับโคลี่เซี่ยมเองปีนี้ก็มีละครที่เราจะทำอยู่ 4 เรื่องเลยคือ คนเหนือคน ทะเลเดือด เผาขน และหลวงพ่อเสือ”


 
ทำงานเบื้องหลังมาเยอะประทับใจนักแสดงคนไหนมากที่สุดเพราะอะไร?
“เราชอบคนที่สนใจงาน ไม่มีปัญหาเรื่องเวลา ไม่เรื่องมาก เราโชคดีที่ได้นักแสดงมาร่วมงานเป็นคนนิสัยดีทุกคน ไม่มีปัญหาเลยเท่าที่ทำงานผ่านมา ซึ่งถ้าถามว่าเราประทับใจนักแสดงคนไหนที่ร่วมงานมาเราก็ประทับใจทุกคนที่ร่วมงานด้วยเลย ทั้งนักแสดงเก่าและใหม่ก็อยู่ในดวงใจเราทุกคน แต่ถ้าจะให้พูดถึงก็จะนึกถึงคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาเป็นดาราที่ยึดมั่นในบริษัทเราเพราะเขาจะไม่รับงานการแสดงจากค่ายอื่น จะเล่นให้โคลีเซี่ยมบริษัทเดียวเท่านั้นเพราะความผูกพันกับคุณคมน์ อรรฆเดช ที่ปั้นคุณบิณฑ์ให้เป็นพระเอกบิณฑ์ เขาเป็นคนที่น่ารักมากให้ความสำคัญกับบริษัทของเรามาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเราเองก็ดีใจนะเพราะความน่ารักและดีของเขา เวลาไปไหนเห็นคนเรียกเขาเทวดาเดินดินมันชื่นใจมาก(น้ำตาคลอ) ที่เราได้ปั้นเขาและนี่คือดาราที่เราประทับใจส่วนตัว ส่วนดาราคนอื่นๆทุกคนน่ารักทั้งหมดเลยค่ะ”


 
            ชิ้นงานคุณภาพคือจุดศูนย์กลางของคำว่าตั้งใจ ใส่ใจ จนเกิดเป็นความภูมิใจเมื่อผลงานที่เราทุ่มเทกำลังกายกำลังใจไปได้สู่สายตาผู้ชมและเขาชื่นชมในงานที่เราสื่อออกไป นั่นแหละความสุขของผู้ให้และผู้รับที่แท้จริง
 

-----------------------
คอลัมน์
“1 Day With ซุปตาร์”
โดย “yimyim”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 96