อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

'เศรษฐกิจพอเพียง'หล่อเลี้ยงมนุษยโลกให้มีความยั่งยืน

สัปดาห์นี้ไปดูเวทีโลกยกย่องแนวทางปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ช่วยพัฒนาโลกให้มีความยั่งยืน ไม่เบียดเบียน มีเมตตา อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติ พฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ความเป็นจริงของโลกมนุษย์ในปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาอันใหญ่หลวงเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศถูกทำลายลงจนย่อยยับ ความหายนะที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นชาติใดและภาษาใดก็ตามต่างก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย นับเป็นความวิกฤติถึงขีดสุดที่สะท้อนให้เห็นและได้รับรู้ผ่านสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate Change)​ ไปทั่วโลก เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากปรากฏการณ์เรือนกระจก (Green House Effect)

ก๊าซเรือนกระจกที่ห่อหุ้มชั้นบรรยากาศโลก ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน (CH4) ไนตรัสออกไซด์ (N2O) และกลุ่มก๊าซฟลูออริเนตซึ่งประกอบด้วยไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3) โดยเฉพาะสารซีเอฟซี (CFCs) ที่เกิดจากการสังเคราะห์ของมนุษย์



ก๊าซเรือนกระจกที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากธรรมชาติซึ่งมีปริมาณไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ที่ต้องการความมั่งคั่ง (wealth) อย่างไม่ลืมหูลืมตาเป็นเป้าหมายในชีวิต ​โดยมุ่งแสวงหาผลกำไรที่สูงสุด (maximize profit) มิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์และระบบนิเวศแต่อย่างใด หากปล่อยให้สถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับและขยายออกไปในวงกว้างยากที่จะควบคุมได้ ฉะนั้นประชากรโลกจึงควรรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างแท้จริงเพื่อจะได้ร่วมกันตระหนักถึงความเลวร้ายที่ทุกคนจะตกอยู่ในชะตากรรมร่วมกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การหยุดยั้งในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศจะต้องดำเนินการกันทันทีไม่อาจรอช้าอีกต่อไป มิเช่นนั้นแล้วกาลวิบัติของโลกก็จะคืบคลานเข้ามาเร็วกว่าที่เคยคาดคิดจากมหันตภัยทางธรรมชาติ อาทิ อุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ รวมถึงมลพิษทางอากาศ ดินและน้ำ

การพัฒนาโลกให้มีความยั่งยืนได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวทีต่างๆ ทั้งระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งเมื่อเดือนกันยายน 2558 ที่ประชุมองค์การสหประชาชาติได้พิจารณาประกาศใช้ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2558-2573” (Sustainable Development Goals -SDGs 2015-2030) เพื่อใช้เป็นหลักและกรอบการดำเนินงานสำหรับใน 15 ปีข้างหน้า ประกอบด้วยเป้าหมายการพัฒนาด้านต่างๆ 17 ข้อ คือ ความยากจน ความหิวโหย สุขภาวะ การศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ น้ำและการสุขาภิบาล พลังงาน เศรษฐกิจและการจ้างงาน โครงสร้างพื้นฐานและการปรับให้เป็นอุตสาหกรรม ความเหลื่อมล้ำ เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ แบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ ทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ สังคมและความยุติธรรม ความร่วมมือและการปฏิบัติให้เกิดผล



นายสเตฟาโนส โฟทีโอ ผู้อำนวยการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ กล่าวยกย่องแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการประชุมวิชาการ เรื่อง “ความท้าทายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเอเชีย” จัดโดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิมั่นพัฒนา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และกลุ่มบริษัท ช.การช่างเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 มีใจความตอนหนึ่งว่า “… ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนอกจากจะเป็นแนวทางเสริมพลังการพัฒนาที่สำคัญยังมีความสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของเอเซียเป็นอย่างยิ่ง เพราะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเล็งเห็นคุณค่าของคนและสิ่งแวดล้อม… ”

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีคุณค่าและคุณประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและประชากรโลกในการอยู่ร่วมกันด้วยความไม่เบียดเบียน มีความเมตตาและกรุณา​ต่อกัน​ต่อกัน​ เพราะเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ทางสว่างแก่ปุถุชนซึ่งเป็นผู้มีกิเลสหยาบหนา ให้รู้จักขัดเกลากิเลสที่มีความโลภ โกรธ หลงอย่างหนาแน่น เพื่อให้เบาบางลง โลกมนุษย์​จะได้อยู่​ร่วมกัน​อย่าง​มีสันติ​สุข.
……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 284