อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563

ทำความรู้จัก'กรองอากาศ' ปอดของรถยนต์

ทำความรู้จักกับ "กรองอากาศ" อีกหนึ่งอุปกรณ์รถยนต์ที่หลายคนมองข้าม แต่มีความสำคัญกว่าที่คิด! ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่ติดตามมากับอากาศดังกล่าวนั่นก็คือ "ฝุ่น PM2.5" ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอย่างมากโดยเฉพาะปอด ส่วนรถยนต์ก็มีปอดที่เชื่อว่าหลายๆคนคงจะมองข้ามอย่าง "กรองอากาศ(Air filter)" เป็นอุปกรณ์ที่มีผลต่อประสิทธิภาพและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยตรง ซึ่งเครื่องยนต์เบนชินหรือดีเซล ต่างก็ต้องอาศัย ออกซิเจนไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้การจุดระเบิด แต่อากาศที่มีอยู่โดยทั่วไปมักจะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกปะปนอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี "กรองอากาศ" มาดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งหากปล่อยสิ่งสกปรกเข้าไปในห้องเผาไหม้ ส่วนหนึ่งจะเป็นเม็ดทรายละเอียดที่มีความแข็ง ไปเกาะอยู่ตามร่องแหวนและผนังกระบอกสูบ เปรียบเสมือนกระดาษทราย ที่จะคอยขัดถูทำให้แหวน-กระบอกสูบสึกหรอเร็วขึ้น จากที่ควรจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 3-4 แสนกิโลเมตร อาจจะลดลงมาเหลือแค่ 1 แสนกิโลเมตรได้

แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ "กรองอากาศ" อาจทำให้เกิดอาการอุดตัน ส่งผลให้อากาศผ่านเข้าไปได้น้อยลงการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โดยทั่วไปควรตรวจเช็คทำความสะอาดทุกๆ 2-5พันกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 2 หมื่นกิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น หากขับขี่รถในบริเวณที่มีฝุ่นมากเป็นประจำ

วิธีสังเกตกรองอากาศตัน
สามารถสังเกตอาการของรถยนต์ได้ ดังนี้ เครื่องยนต์สั่น-กำลังตก -สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ-ไอเสียมีสีดำ
 
วิธีทำความสะอาด "กรองอากาศ" ด้วยตัวเอง
ใช้การเป่าเอาสิ่งสกปรกออกจาก กรองอากาศ โดยให้เป่าลมจากด้านตรงกันข้ามกับที่ฝุ่นเกาะอยู่ จนหมด ถ้าเป็นกรองสแตนเลส สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ก่อนใช้ลมเป่าหรือตากให้แห้ง ถ้าเป็นกรองเปียกให้ทำล้างด้วยน้ำมันเบนซิน แล้วบีบให้แห้ง (ห้ามบิดเนื่องจากอาจทำให้ฉีกขาดเสียหายได้) แล้วชโลมด้วยน้ำมันเครื่องใหม่
 
วิธีตรวจสอบ "กรองอากาศ" หลังทำความสะอาด
ใช้ โคมไฟ หรือ ไฟฉาย ส่องกรองอากาศจากด้านตรงข้ามกับที่ฝุ่นเกาะอยู่ ถ้ามองเห็นแสงไฟและไม่มีรอยฉีกขาด ยังถือว่าใช้งานได้ แต่ถ้ามองไม่เห็นแสงไฟ แสดงว่าฝุ่นเข้าไปสะสมจนเต็ม แม้จะมีการเป่าลมก็ไม่สามารถช่วยได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่....

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 285