อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

รู้ทันสาเหตุ'ลมพิษ'หายได้ แบบไหนเฉียบพลัน-เรื้อรัง

สัปดาห์นี้พาไปทำความรู้จัก “โรคลมพิษ” แบบไหนเรียกว่า “เฉียบพลัน-เรื้อรัง” บางรายรุนแรงแน่นหน้าอกหายใจออกต้องรีบพบแพทย์ แนะพยายามหาสาเหตุให้พบ ทางออกโรคสงบลงและหายได้ เสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00 น.

 
หากพูดถึง “โรคลมพิษ” หลายคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้จะเข้าใจดีเลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ “ผื่น” หรือ “ปื้นนูนแดง” ผุดขึ้นตามร่างกาย อาการที่มักจะตามคือ...ความคัน ซึ่งหลายคนก็มักจะใช้มือเกาจนเป็นแผลถลอก ก่อนที่จะทานยาระงับอาการคัน เพื่อให้ผื่นคันยุบตัวลงโดยไม่กระจายไปทั่วร่างกาย
 
แต่จะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ เพื่อทำให้โรคสงบลงหรือหายได้ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า การหาสาเหตุจากการซักประวัติผู้ป่วย การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามความจำเป็น ซึ่งหากพบ “สาเหตุ” ที่ก่อให้เกิดโรคลมพิษ และหลีกเลี่ยงหรือรักษาสาเหตุนั้นได้ จะทำให้โรคลมพิษสงบลงหรือหายได้


 
โรคลมพิษ เป็นโรคผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง ไม่มีขุย แต่มีอาการคัน เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขน ขา ซึ่งมักจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากไม่เกิน 24 ชม. ผื่นจะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่น ๆ ได้
 
โดยปกติแล้วสามารถจำแนกแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังต่อไปนี้
 
1.ลมพิษเฉียบพลัน จะเป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์ เป็นลมพิษที่พบได้บ่อย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอาหาร ยา การติดเชื้อ
 
2.ลมพิษเรื้อรัง จะเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องกัน เกิน 6 สัปดาห์ เกิดจากอาหาร ยา การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราหรือมีพยาธิ โรคระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์ อิทธิพลทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น น้ำหนักกดรัด แสงแดด การออกกำลังกาย แพ้สารที่สัมผัส เช่น แพ้ยาง ขนสัตว์ พืช หรืออาหารบางชนิด ปฏิกิริยาแพ้พิษแมลง เช่น ต่อต่อย มะเร็ง แต่มีข้อสังเกตคือแต่ละผื่นอยู่ได้นานและมักเกิน 24 ชม.
 
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการปื้นนูนแดงมีขนาดต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ 0.5-10 ซม. ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น กลม รี วงแหวน วงแหวนหลายวงมาต่อกัน หรือเป็นรูปแผนที่ รายที่เป็นรุนแรงจะบวมมาก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า และลำคอ ทั้งนี้ผื่นจะเกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขน ขา รอบตา ปาก มีอาการแดง บวม ร้อน คัน บางครั้งอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจมีริมฝีปากบวม ปวดท้อง แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก ส่วนรายที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการหอบหืด เป็นลมจากความดันโลหิตต่ำได้ แต่พบได้น้อยมาก
 
การรักษาโรคลมพิษ คือ พยายามหาสาเหตุ และรักษาหรือหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคลมพิษ ถ้าสามารถทำได้ ผู้ป่วยจะหายจากโรคลมพิษ


 
แต่การรักษาอาการเบื้องต้นแพทย์จะให้ยาต้านฮีสตามีน ซึ่งยาต้านฮีสตามีนมีหลายชนิด หลายกลุ่ม มีทั้งออกฤทธิ์ยาว ทั้งที่ง่วงและไม่ง่วง อย่างไรก็ตามการรับประทานยาต้านฮีสตามีนระยะยาว ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
 
สำหรับยาอื่น ๆ ในกรณีผู้ป่วยมีอาการมาก ผื่นไม่ค่อยตอบสนองต่อยาต้านฮีสตามีน อาจพิจารณาใช้ยาอื่นที่มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสารสื่อกลางในผิวหนังที่เป็นตัวการก่อให้เกิดผื่นลมพิษ
 
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคมีความแตกต่างกันแต่ละบุคคล ฉะนั้นงดสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดลมพิษตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด พกยาต้านฮีสตามีนติดตัวไว้เสมอ เมื่อเกิดอาการจะได้หยิบใช้ได้ทันที ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด ไม่แกะเกาผิวหนัง เพราะผิวหนังจะอักเสบจากการเกา ที่สำคัญอย่าลืมทานยาตามแพทย์สั่ง หากยาทำให้ง่วงหรือซึมจนรบกวนการทำงาน ก็ควรบอกแพทย์เพื่อเปลี่ยนยา.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพประกอบจาก POBPAD

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 273