อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563

อันตรายจากแสตมป์มรณะ ระแวง-หูแว่วทำร้ายคนอื่น

สัปดาห์นี้เตือนอันตราย “กระดาษเมา” หรือ “แสตมป์มรณะ” เมื่อเข้าสู่ร่างกายออกฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรง ระแวงหูแว่วทำร้ายผู้อื่นเสี่ยงฆ่าตัวตาย แนะสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน เสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 12.00 น.


“แสตมป์มรณะ” คืออะไร? เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาไปค้นหาคำตอบ…เหตุใดถึงได้ชื่อว่าเป็นแสตมป์ที่แฝงไปด้วยภัยและอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
 
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า กระดาษเมา กระดาษมหัศจรรย์ หรือที่เรียกว่า “แสตมป์มรณะ” เป็นการนำสารที่มีชื่อว่า “แอลเอสดี” (LSD) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ออกฤทธิ์หลอนประสาท หยดลงบนกระดาษที่มีคุณสมบัติดูดซับ (blotter paper) มีลวดลายและสีสันต่าง ๆ แล้วแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ คล้ายแสตมป์ และนำมาอมไว้ใต้ลิ้น ออกฤทธิ์ภายใน 30-90 นาที นาน 8-12 ชม.
 


สารแอลเอสดีที่อยู่ในกระดาษนี้ จะทำให้รูม่านตาขยาย อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตสูงและอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เหงื่อออก นอนไม่หลับ ปากแห้ง ตัวสั่นและเบื่ออาหาร โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายในระยะแรกจะทำให้มีความสุข อารมณ์ดี คึกคัก หลังจากนั้นจะเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เห็นภาพหรือเหตุการณ์ในอดีต เกิดอาการหวาดกลัว บางรายอาจทำร้ายตนเอง หรือทำร้ายผู้อื่นและอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้

นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเสพสารแอลเอสดีจะทำให้ผู้เสพมีปัญหาด้านการรับรู้ การคิดและการตัดสินใจ อาจนำมาซึ่งเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ทำร้ายตนเองและผู้อื่น
 
ทั้งนี้หากมีการเสพเกินขนาด มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาทางจิตเรื้อรัง เช่น โรคจิตเภท หรือโรคซึมเศร้า เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบว่ามีการแพร่ระบาด แต่จะพบบ้างในนักท่องเที่ยวต่างชาติ



จากสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดของ สบยช.และรพ.ธัญญารักษ์ภูมิภาค ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษา ฉะนั้นกระแสข่าวในลักษณะนี้เป็นการสร้างการรับรู้และเฝ้าระวังสำหรับผู้เกี่ยวข้อง แนะผู้ปกครองไม่ตื่นตระหนกแต่ควรเฝ้าระวังและสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน หากพบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงต้องรีบพูดคุยบอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%