อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563

ว้าววๆๆของขวัญปี'หนูเริงร่า' ว่าด้วย..โหมดเดินทาง

สัปดาห์นี้ไปดูของขวัญรับปีหนูทองจากคมนาคมกับโครงการใหม่แกะกล่องสารพัดที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม อังคารที่ 7 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์แรกต้อนรับปีหนูเริงร่าอย่างสุขี ในโหมดของการคมนาคมขนส่ง ปี 2563 จะเกิดปรากฏการณ์ความว้าวว!!ใหม่แกะกล่องของแต่ละเรื่องราว ให้ตั้งตารอพอสังเขป เปิดกันด้วยเรื่องแรก...

“รถไฟทางคู่ขนสินค้า” รอฤกษ์เปิดหวูด

โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางแรกของรถไฟทางคู่ขนส่งสินค้า จาก อ.แก่งคอย ไปสู่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และ จังหวัดในภาคตะวันออกอย่างสมบูรณ์พร้อมแล้วต้นปี 2563 จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ



เส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง 3 แห่ง ได้แก่ บริเวณสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา, สถานีชุมทางแก่งคอย จ.สระบุรี และ สถานีชุมทางบ้านภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 97 กม. และสัญญาที่ 2 งานก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ ระยะทาง 9 กม. พร้อมอุโมงค์รถไฟลอดใต้เขาพระพุทธฉาย ระยะทาง 1.2 กม. ก่อสร้างเสร็จ 100% ผู้รับเหมาได้ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 สัญญา

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน และรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บอกว่า อยู่ระหว่างทดสอบระบบเดินรถทั้ง 2 สัญญา ก่อนเปิดให้บริการจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขนส่งสินค้าทางรางได้ทราบ เพื่อให้เตรียมความพร้อมและมาใช้บริการขนส่งสินค้าทางรางมากขึ้น ในอนาคตเส้นทางนี้ยังเชื่อมต่อรถไฟทางคู่เส้นทางอื่นที่จะขนส่งสินค้าไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศลาวและประเทศจีนได้ด้วย

เรือด่วนเจ้าพระยาติดแอร์....นับหนึ่งปิดตำนานเรือไม้

บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางปากเกร็ด จ.นนทบุรี-ราษฎร์บูรณะ จะเปิดวาร์ปให้บริการเรือโฉมใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เป็นการนับหนึ่งปิดตำนานเรือไม้ ด้วยการลงทุนต่อเรือโดยสารแบบอลูมิเนียมติดตั้งระบบปรับอากาศ(ติดแอร์) 4 ลำ ต้นทุนเฉลี่ยลำละประมาณ 30 ล้านบาท

ตัวเรือเป็นแบบแค็ททะมาแรน( CATAMARAN ) เป็นเรือใบแบบเรือแคนูหลายลำที่มีลำเรือคู่ขนานกัน) หรือลำตัวคู่ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 24 เมตร ลดอาการโคลงเครงของเรือและด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ชุด

ช่วยให้มีความคล่องตัวในการบังคับและการนำเรือเข้าจอดเทียบท่าได้สะดวกรวดเร็วขึ้นใช้เวลาเดินทางจากต้นทางไปปลายทางแล่นฉิวแค่ 30 นาที จากเดิมประมาณ 50 นาที-1ชม. อัตราค่าบริการคนละ 50 บาทตลอดเส้นทาง โดยจะให้บริการเป็นระบบรอง (feeder) เชื่อมระบบรถไฟฟ้า และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯ 8 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือสาทร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ท่าเรือราชินี และท่าเรือบางโพเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(หัวลำโพง-บางซื่อ) ท่าเรือไอคอนสยาม ท่าเรือราชวงศ์ ท่าเรือท่าช้าง ท่าเรือท่าเตียน และท่าเรือพรานนก

“มอเตอร์เวย์” เบื่อไม้กั้น รถไม่ติดสะสมหน้าด่าน

ต่อกันด้วยทางถนน รถติดยังเป็นปัญหาอันน่าปวดหัวของคนกรุงเทพฯ แม้จะใช้ทางด่วนแต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนกลับไม่ด่วนสมชื่อ!รถติดสะสมหน้าด่านเก็บเงิน ต่อไปนี้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯออกนอกเมืองจะไร้ไม้กั้น

ในปีที่ผ่านมา กรมทางหลวง (ทล.) ได้ศึกษาระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมอัตโนมัติแบบไม่มีด่าน (Multilane Free Flow หรือ MLFF) เป็นระบบที่ใช้แพร่หลายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เยอรมัน และอีกหลายประเทศในแถบยุโรป โดยหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อกำหนดรายละเอียด รวมถึงข้อกฎหมาย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ใบสั่งจราจร การต่อทะเบียนฯ ในกรณีที่ไม่ชำระค่าผ่านทาง เป็นต้น

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ระบุว่า ผลการศึกษาจะแล้วเสร็จม.ค. 2563 จากนั้นจะเริ่มนำร่องกับมอเตอร์เวย์สาย 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ช่วงเดือน เม.ย.ให้ประชาชนทดสอบระบบ ก่อนจะเริ่มให้บริการเป็นทางการภายใน ก.ย. ใช้เวลาประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน และขยายผลไปใช้กับมอเตอร์เวย์ทุกเส้นทาง เช่น มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. สายบางปะอิน-นครราชสีมา สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ต่อไป



วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์สายใหม่ “พัทยา-มาบตาพุด”

แต่ที่จะเฮ!! กันลั่น คือ ของขวัญกล่องยักษ์ที่กรมทางหลวง แจ้งความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 7สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. งบประมาณก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท แบ่งก่อสร้างเป็น 13 ตอน ภาพรวมคืบหน้าเกือบ 100% แล้ว โดยเฉพาะงานโยธา การก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ เหลืองานระบบด่านจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง อาทิ ก่อสร้างอาคารด่านจัดเก็บค่าผ่านทาง และงานอำนวยความสะดวกด้านจราจรคาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ค. ตามสัญญา

กรมทางหลวงเตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองวิ่งฟรี 1 เดือน เพื่อประเมินผลและทดสอบระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง โดยต้องรับบัตรที่ด่านขาเข้า แล้วไปชำระเงินที่ด่านขาออกเท่านั้น เมื่อเปิดเป็นทางการในเดือนส.ค. มอเตอร์เวย์สายใหม่ เก็บกม.ละ1บาท เช่น ค่าผ่านทางจากกรุงเทพฯ-ด่านอู่ตะเภา สำหรับรถยนต์ขนาด 4 ล้อประมาณ 130 บาท ส่วนช่วงพัทยา-มาบตาพุด รถ 4 ล้อ ราคาประมาณ 30 บาท

แกรนด์โอเพ่นนิ่ง ให้เหยียบ(ไม่)มิดไมล์ฟรีได้ 1เดือนเท่านั้นสปีดไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. (ไม่งั้นเจอพี่จ่าพี่หมวดตำรวจดักยื่นใบสั่งแน่ๆ)

ขึ้นทางด่วนสะดวกฉิว!... ทัช&โก!บัตรEMV

เมื่อปัญหารถติดลามไปถึงทางด่วนลอยฟ้า ประชาชนสุดเซ็งที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงิน ไม่ได้ใช้กันฟรีๆ แต่ไปติดหนึบน่าเบื่อทุกวัน กทพ.เตรียมนำเทคโนโลยีระบบEMV (Euro/ MasterCard และ Visa) หรือบัตรเครดิตดิจิทัลที่เป็นมาตรฐานสากลใช้กันทั่วโลกมาในรูปแบบของเครดิตการ์ดมาใช้ในการชำระเงินค่าผ่านทางด่วน

หลังการทดสอบใช้บัตรอีเอ็มวีชำระค่าผ่านทางพิเศษ แบบแตะแล้วไป(ทัช&โก) ในระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด ที่ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์ เมื่อ6เดือนที่ผ่านมา เพื่อระบายการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน ปรากฏว่าได้ผลดีช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการกทพ. บอกว่าจะเดินหน้าเริ่มทดลองนำร่องใช้บัตรอีเอ็มวีชำระค่าผ่านทางเร็วๆนี้ โดยให้ผู้ใช้ทางรวมทดสอบในช่องทางเงินสดที่ทางพิเศษกาญจนาภิเษก และด่านอื่นๆ อีก2-3ด่าน



เสร็จเสียทีรถไฟฟ้าสายสีทอง...เส้นสีเขียววิ่งยาวลำลูกกา

รถไฟฟ้าสายสีทอง ระยะ(เฟส)ที่ 1 ช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร(กม.) การก่อสร้างคืบหน้าแล้วเกือบ 60% ขบวนรถไฟฟ้าจะทยอยเดินทางถึงประเทศไทยเดือน มี.ค. จากนั้นเดือน ส.ค.จะเริ่มทดสอบเดินรถ พร้อมเปิดบริการในเดือนต.ค.เบื้องต้นจะเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย มี 3 สถานี ได้แก่ สถานีกรุงธนบุรี, สถานีเจริญนคร และสถ านีคลองสาน

รถไฟฟ้าสีอร่ามนี้กรุงเทพมหานคร(กทม.) มอบให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ เคที เป็นผู้บริหารมีบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เป็นผู้เดินรถ แนว เส้นทางเริ่มจากถนนกรุงธนบุรี เลี้ยวเข้าถนนเจริญนคร ผ่านห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม จากนั้นเลี้ยวเลี้ยวเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยา สิ้นสุดที่โรงพยาบาล(รพ.) ตากสิน รถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะมาช่วยเติมเต็มโครงข่ายรถไฟฟ้าหลากสีในกรุงเทพฯ ผลิตโดยบอมบาร์ดิเอร์ รุ่นอินโนเวีย เอพีเอ็ม 300 เป็นรถไฟฟ้าชนิดล้อยางขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ(ไร้คนขับ) หรือ Automated Guideway Transit (AGT) ต่างกับรถไฟฟ้าที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่เป็นรถไฟฟ้าล้อเหล็ก

เมื่อเปิดบริการเชื่อแน่ว่า ผู้ใช้รถใช้ถนน คงยกมือสาธุ!! ท่วมหัว เพราะสุดแสนจะเอือมระอากับปัญหารถติดย่านนี้เต็มทน...

อีกเรื่องดี๊ดี....ภายในปี 2563 รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายสายเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะเปิดบริการครบตลอดทั้งเส้น 16 สถานี รวม 19 กม. ขยายโครงข่ายจากปลายปีที่ผ่านมาเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการฟรี 5 สถานี ถึงม.เกษตรฯ จะทำให้ผู้โดยสารเดินทางสายสีเขียว จากกรุงเทพฯ เชื่อมปากน้ำ จ.สมุทรปราการ และ คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ....ใช้รถไฟฟ้าฟินๆทะลุ3จังหวัดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

นั่งเครื่องลงเบตงสนามบินสวยจัด เช็กอิน-เซลฟี่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ท่าอากาศยานน้องใหม่ล่าสุด ลำดับที่ 29 ของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% พร้อมเปิดให้บริการเดือน มิ.ย. สนามบินแห่งนี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบตง เพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีธรรมชาติอันสวยงามโอบล้อม

ส่วนสายการบินที่จะมาทำการบินที่ท่าอากาศยานเบตงนั้น มีสายการบินที่สนใจมาเปิดเส้นทางที่นี้แล้ว อาทิ สายการบินนกแอร์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินมาลินโดแอร์ และสายการบินไฟร์ฟลาย สายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์) จากประเทศมาเลเซีย คาดว่าเดือน มี.ค.จะได้ข้อสรุป ทย. พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้สายการบิน เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจอด และค่าใช้สนามบิน, ยกเว้นค่าเช่าอาคารสำนักงาน และออฟฟิศภายในสนามบิน รวมไปภึงรักษาเส้นทางการบินไม่ให้สายการบินอื่นมาเปิดเส้นทางทับ...... เปิดจุดเช็กอินแห่งใหม่ พร้อมแชะๆๆ และเซลฟี่กันรัวๆๆ



มาแล้วจ้า!!APMรถไฟฟ้าไร้คนขับ..แห่งแรก@สนามบินสุวรรณภูมิ

ปีชวดแต่เราจะไม่ชวด!! เมื่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) จะมีอาคารหลังใหม่ ที่เรียกว่า “อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่1” หรืออาคารแซทเทิลไลท์1 (SAT1) ให้บริการผู้โดยสารเพิ่มเติมจากอาคารผู้โดยสาร(เทอร์มินอล) หลักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาคารหลังนี้มี 28 หลุมจอด รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ A380 ได้พร้อมกัน 8 ลำ และอื่นๆ อีก 20 ลำ ในเวลาเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของ ทสภ. จากปัจจุบัน 45 ล้านคน เป็น 60 ล้านคนต่อปี และรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 60-63 เที่ยวบินต่อชั่วโมง(ชม.) เป็น 68 เที่ยวบินต่อชม.

ความพิเศษของอาคาร SAT1 อยู่ที่มีระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ(APM) หรือรถไฟฟ้าไร้คนขับ วิ่งใต้ดินให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างเทอร์มินอลปัจจุบัน และ SAT1 ฟรี มีระยะทางประมาณ 1 กม. ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีต่อเที่ยว ใช้ความเร็วสูงสุด 80 กม.ต่อชม. รองรับโดยสารได้ประมาณ 210 คนต่อขบวน หรือประมาณ 6,000 คนต่อชั่วโมง อดใจรอ!! พ.ย.2563 ได้ใช้บริการแน่ๆ .......@สนามบินสุวรรณภูมิแห่งแรกของประเทศไทยแจ่มว้าวว!! สุดๆและจะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้นั่งรถไฟฟ้าภายในสนามบินไปขึ้นเครื่องชิคๆกันเนอะๆๆ

สุขใจทุกการเดินทาง...ผลงานเมกะโปรเจคท์คมนาคมที่เริ่มชัดเป็นรูปธรรม
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"
Cr.ขอบคุณภาพประกอบมุมสูงสนามบินเบตงสวยๆจากสภ.ยะรม อ.เบตง /และอีกหลากหลายภาพสวยๆขอบคุณหน่วยงานเจ้าของโครงการที่เร่งรัดสร้างสรรผลงานเพื่อประชาชน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%