อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563

'แบตเตอรี่' รู้ไว้ไม่มีพัง!

ทำความรู้จัก “แบตเตอรี่” ขุมพลังงานสำรองรถยนต์ยามยากได้ง่ายๆ พร้อมวิธีเลือกใช้งานไม่ยากอย่างที่คิด เรียนรู้ไว้ รถไม่มีพังแน่นอน! ศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 เวลา 08.00 น.


"แบตเตอรี่รถยนต์" เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเก็บไฟฟ้า ก่อนที่จะป้อนไปยังอุปกรณ์ต่างๆของรถยนต์ให้ทำงานได้ ซึ่งแบตเตอรี่รถยนต์นั้น จริงๆแล้ว ไม่ใช่แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้า ที่ได้จาก "ไดร์ชาร์จ"(อุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า) เมื่อไดร์ชาร์จทำงานได้ดีขึ้น หรือ หมุนเร็วขึ้น ก็จะมีกระแสไฟฟ้าเหลือจากการใช้งานก็จะถูกส่งกลับเข้าไปยังแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง(แบตเตอรี่) จนกว่าจะเต็ม โดยแบตเตอรี่จะจ่ายไฟออกอย่างเดียวเฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น เพื่อส่งกระแสไฟเข้าสู่มอเตอร์สตาร์ท และระบบต่างๆของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้ว ไดร์ชาร์จก็จะทำหน้าที่ประจุไฟเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง หมุนเวียนเข้าออกแบตเตอรี่อยู่เสมอ ไม่ได้จ่ายออกไปจนหมดอย่างเดียว แต่เมื่อใดก็ตามที่ "ไดร์ชาร์จผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทัน" เช่นการขับขี่ในตอนกลางคืน ที่ใช้ระบบไฟมากกว่าปกติแล้ว ก็จะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้งาน

โดยทั่วไปแล้ว "อายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์" จะขึ้นอยู่กับประเภท คือ
1. แบบแห้ง SMF (Sealed Maintenance Free Car Battery) ไม่มีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น หรือถูกซีลทับฝาไปเลย แต่จะมีตาแมวไว้สำหรับไว้คอยตรวจเช็คระดับน้ำกรดและระดับไฟชาร์จ ข้อดีคือไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่ก็มีราคาแพงเช่นกัน
2. แบบเปียก(กรดตะกั่ว) นิยมใช้กันมาก แบ่งย่อยออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบที่ต้องเติม และ ดูแลน้ำกลั่นบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง กับ แบบกึ่งแห้ง MF (maintenance free) ไม่ต้องดูแลมาก ใช้น้ำกลั่นน้อย โดยทั้ง 2 แบบนี้จะมีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น ซึ่งในแบบแรกนี้จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 1.5-2 ปี แต่ไม่ควรเกิน 3 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ข้อดีคือมีราคาถูก ถ้าดูแลสม่ำเสมอจะมีอายุการใช้งานยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ก็มี "ข้อควรระวังในการใช้งานแบตเตอรี่" อยู่เหมือนกัน เพราะในแบตเตอรี่นั้นมีสารเคมีอยู่ เช่น สารตะกั่ว น้ำกรด เป็นต้น ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
1. ระวังไฟ หรือประกายไฟต่างๆ รวมทั้งประกายไฟจากการสูบบุหรี่
2. ในขณะที่ชาร์จแบตเตอรี่ จะมีแก๊สเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ ควรระวังอันตรายจาก "แบตเตอรี่ระเบิด"
3. การจัดวางและจัดเก็บแบตเตอรี่เก่า ควรเก็บในสถานที่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะไม่วางทิ้งเกลื่อนกลาดและทิ้งแบตเตอรี่เก่าลงในถังขยะปกติธรรมดาทั่วไป
4. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนตัวแบตเตอรี่ ปฏิบัติตามคู่มืองานซ่อมประจำอู่เรื่องระบบไฟฟ้า และ ปฏิบัติตามคู่มือประจำรถ
5. ควรระวังอันตรายจาก "น้ำกรดเวลาเดือด" โดยน้ำกรดในแบตเตอรี่นั้นเป็นสารกัดกร่อนอย่างรุนแรง ดังนั้นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาและถุงมือขณะที่ทำงาน รวมทั้งอย่าเอียง หรือ ตะแคงแบตเตอรี่เป็นอันขาด เพราะน้ำกรดสามารถรั่วไหลออกมาทางรูระบายได้
6. ระวังอย่าให้เด็กเข้าใกล้น้ำกรด และ แบตเตอรี่เด็ดขาด.

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 282