อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

snapaskเรียนด้วยตัวเองแนวใหม่ ถาม'ติวเตอร์'ได้24ชม.

สัปดาห์นี้ไปดูการเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น snapask ด้วยตัวเองแนวใหม่ สงสัยสอบถามติวเตอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รอรับคำตอบพร้อมคำอธิบายภายใน 15 นาที จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.


ผมได้มีโอกาสคุยกับนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ชื่อ คุณชวัล เจียรวนนท์ หรือ “คุณริชชี่” ผู้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาของเด็กไทยได้อย่างน่าสนใจ กับแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า snapask โดยจุดเด่นของแอปฯ นี้คือ นักเรียนสามารถเข้ามาถามติวเตอร์กี่โมงก็ได้และจะได้รับคำตอบพร้อมคำอธิบายภายใน 15 นาที



สนใจลงทุนกับ snapask ตั้งแต่เรียนปริญญาตรี

คุณริชชี่เล่าให้ผมฟังว่า เมื่อ 3 ปีก่อนขณะที่เขายังเรียนปริญญาตรี BBA International Program ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาได้เข้าร่วมงาน Venture Capital ชื่อว่า Kejora Ventures ที่ประเทศอินโดนีเซีย คุณริชชี่เห็นว่าผู้เล่นในธุรกิจ EduTech ของเอเชียยังมีไม่มาก น่าจะมีโอกาสทางธุรกิจที่จะทำกำไรและสามารถขยายตัวทางธุรกิจไปได้ รวมทั้งยังช่วยเด็กไทยที่อยู่ต่างจังหวัดให้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาอีกด้วย

snapask เริ่มต้นที่ฮ่องกง ปัจจุบันกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียและใกล้เคียงรวม 10 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ณ วันนี้ snapask ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 3 และมีเด็กไทยเข้ามาใช้แอปฯ แล้วกว่าล้านคน



ทำไมถึงสนใจใน snapask

ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่าเมืองไทยมีเทคโนโลยีอะไรแบบนี้ที่ช่วยเหลือเรื่องการเรียนรู้ของเด็ก ๆ คุณริชชี่บอกว่า วิธีเรียนของ snapask เป็นการเรียนแบบ Self-directed Learning ซึ่งsnapask เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง เขาเล็งเห็นความสำคัญของการเรียนแบบนี้มาก อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งเคยได้ไปศึกษาในต่างประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ต้องพยายามเรียนด้วยตัวเองมาตลอด เมื่อกลับมาเมืองไทย เขาได้เห็นเด็กมัธยมเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนพิเศษเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศในเอเชียหลายประเทศก็เป็นแบบนี้ คุณริชชี่คิดว่าการเรียนพิเศษเปรียบเสมือนครูสอนพิเศษจูงมือเด็กไปตลอดทาง โดยการให้สูตร หลักการจำ ป้อนข้อมูลให้ไป แต่พอเรียนมหาวิทยาลัย เด็กถูกปล่อยมือ เพราะเด็กต้องเรียนเองรวมถึงลงมือทำงานจริง ทำให้เด็กทำอะไรไม่เป็นเพราะไม่มีคนช่วยและไม่รู้จะหาความรู้ได้อย่างไร

คุณริชชี่บอกว่า snapask เข้ามาผลักดันให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีคนคอยสนับสนุนเขา คอยอยู่ข้างหลังเขาแทนการจูงมือ ถ้าเด็กมีคำถามสงสัย อะไรจากเนื้อหาบทเรียนหรือแบบทดสอบ อยากได้ความช่วยเหลือส่วนไหนจากการทำโจทย์ก็ให้มาถามติวเตอร์ได้ตลอด ยิ่งในปัจจุบันความรู้มีอยู่มากมายรอบตัว ขึ้นอยู่กับวิธีการค้นหา การถามผู้รู้ และการนำความรู้ที่ได้มาใช้ เพราะฉะนั้นเด็กยุคใหม่ควรมีทักษะการหาความรู้ให้เป็น

ใครมาใช้ snapask บ้าง

คุณริชชี่ให้ข้อมูลว่า สำหรับ snapask ประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม ทั้งเด็กมัธยมต้นและเด็กมัธยมปลาย ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีเด็กประถมปลายบ้าง แต่ยังไม่มีเนื้อหาสำหรับเด็กมหาวิทยาลัย ผมฟังตัวเลขที่น่าดีใจคือ เด็กต่างจังหวัดใช้แอปพลิเคชันนี้ถึง 60% เด็กในกรุงเทพฯ 40% แสดงว่าเทคโนโลยีเข้าถึงเด็กต่างจังหวัดด้วย

คุณริชชี่ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าจะให้เห็นชัด ๆ ต้องดูในช่วงปิดเทอม เด็กต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาติวในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก แสดงว่าพวกเขาต้องการเข้าถึงแหล่งข้อมูล ถ้าเราใช้เทคโนโลยีมาช่วยตรงนี้ ก็จะประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งเวลาและการเดินทางไปพร้อม ๆ กัน ผมถามเรื่องค่าบริการว่าใครเป็นคนจ่าย ตัวเด็กเองหรือคุณพ่อคุณแม่ คุณริชชี่บอกว่า ถ้าเป็นเด็กมัธยม เด็ก ๆ มักจะจ่ายกันเอง เพราะค่าบริการไม่ได้แพงมากนัก แค่ตั้งคำถามเฉพาะข้อที่สงสัย แต่ถ้าเป็นเด็กประถม คุณพ่อคุณแม่จะจ่าย แล้วให้เด็กเข้ามาถามเอง

ใครมาเป็นติวเตอร์ แล้วสอนวิชาไหนบ้าง

ฐานติวเตอร์ของ snapask มีจำนวนมากและหลากหลาย ทีมงานใช้เวลามากที่สุดในการคัดเลือกติวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เรียนจบไปแล้วแต่ต้องการทำงานพิเศษ ครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้วแต่ยังอยากสอน เด็กนักเรียนทุนรัฐบาลที่จบจากเมืองนอก แล้วอยากทำงานเพิ่ม ฯลฯ คนที่อยากมาเป็นติวเตอร์ทุกเพศทุกวัยจะต้องส่งใบรับรองการศึกษา ส่งใบเกรดมาให้ดูว่าวิชาที่ติวเตอร์จะสอนทำคะแนนได้ดีหรือเปล่า การทำข้อสอบวัดความรู้ความเข้าใจ ซึ่งทีมงานจะคัดกรองทุกหลักฐานการสมัครข้างต้น รวมถึงนักเรียนเองสามารถให้คะแนนหลังจากได้รับการสอนเสร็จทุกครั้ง โดยวิชาของ snapask มีให้เลือก 8 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (วิทย์พื้นฐาน-ฟิสิกส์-เคมี-ชีววิทยา) ภาษาอังกฤษ สังคม และภาษาไทย

snapask ใช้งานอย่างไร

เริ่มจากดาวน์โหลดแอปฯ (ฟรี) ใน Google Play หรือ App Store จากนั้นลงทะเบียนเข้าใช้งานง่าย ๆ เพียงใช้หมายเลขโทรศัพท์ โดยบนแอปฯ มีแพ็คเกจให้เลือกหลากหลาย เช่น ฟรีตะลุยโจทย์ในคลังข้อสอบเก่า หรือ ถามคำถาม 2 ข้อในราคา 30 บาท หรือจะให้ติวเตอร์สอนยาวหน่อยก็จะจองแบบ 30 นาทีเพื่อเจาะลึกในประเด็นที่สงสัยให้กระจ่างขึ้น

แอปพลิเคชัน snapask คล้าย ๆ กับการส่งไลน์คุยกัน โดยเด็กจะส่งคำถามเข้ามาและเลือกวิชาของคำถามนั้น ๆ ระบบจะจัดหาติวเตอร์เพื่อไปตอบคำถามภายใน 5 นาที ทั้งเด็กและติวเตอร์จะสื่อสารด้วยการพิมพ์ ส่งรูป และส่งข้อความเสียงได้เท่านั้น แต่ไม่มีการ VDO Call คุยกัน ระบบมีตัวกรองคำศัพท์ในการพิมพ์คุยกัน เพื่อความสุภาพและความปลอดภัย เมื่อสอนจบแล้ว เด็กจะให้คะแนนติวเตอร์ หรือถ้าสอนไม่ดีก็สามารถรายงานกับทีมงานได้



การศึกษาแนวใหม่สำหรับเด็กไทย

คุณริชชี่บอกว่า การศึกษาแบบนี้ไม่ได้กระทบต่อการศึกษาของไทย เรียกว่าเป็นการศึกษาที่ช่วยเสริมความเข้าใจและความมั่นใจให้กับเด็กมากกว่า ทีมงานเคยสัมภาษณ์เด็กที่มาใช้ snapask เด็กบางคนบอกว่าในห้องไม่กล้ายกมือถาม กลัวเพื่อนล้อว่าไม่ฉลาด หรือบางทีถามไปแล้วก็ กลัวครูดุว่าเนื้อหาง่าย ๆ แค่นี้ทำไมไม่รู้ หรือไม่ก็เนื้อหายากเกินกว่าคุณพ่อคุณแม่จะช่วยสอนได้ อาทิเช่น พวกฟิสิกส์ระดับมัธยมปลาย และที่พบบ่อยที่สุดคือ เด็ก ม.ปลาย นั่งอ่านหนังสือจนดึกดื่นเที่ยงคืน พอติดปัญหาก็ไม่รู้จะไปถามใคร จะโทรไปถามคุณครูตอนนั้นคงไม่ได้ เขาเลยเลือกมาถามติวเตอร์ออนไลน์ของ snapask แทน เพราะเรามีติวเตอร์พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ถามได้ทุกคำถามยากง่าย ติวเตอร์จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อส่งมอบกำลังใจและอธิบายคำตอบให้เด็กเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง

นอกจากติวเตอร์ตอบทุกคำถามตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว มีอะไรในแอปฯ อีก

ฟังก์ชันหลัก ๆ ของ snapask เป็น การถาม-ตอบการบ้านสั้น ๆ หรืออยากให้ติวเพิ่มขึ้นก็มี Time-based แบบจองเวลาติวครึ่งชั่วโมง สำหรับเด็กที่ชอบฟังชอบดู มากกว่าชอบถามก็มี VDO สรุปการคิดวิเคราะห์และวิธีตีโจทย์ รวมถึงอีกบริการยอดนิยม คือ คลังข้อสอบเก่าพร้อมเฉลยมากมายหลายหมื่นข้อ เด็กคนไหนสนใจอยากจะลองทำ เข้าแอปฯ snapask มาทำได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ถ้าทำข้อไหนไม่ได้ ติวเตอร์ของเรายินดีพร้อมให้บริการ



ความประทับใจของเด็กๆ ที่มีต่อ snapask

ผมถามถึงผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง คุณริชชี่บอกว่า มีลูกค้าที่มี “Stickiness” ใช้ประจำหรือกลับมาใช้ซ้ำบ่อยมาก เคยมีเด็กคนหนึ่งแคปฯ หน้าจอ แล้วเอาไปโพสต์ชมติวเตอร์ของเราในเฟซบุ๊กว่าอธิบายคำถามของเขาได้เข้าใจ หลังจากนั้นก็มีการแชร์ต่อ ๆ กันไป ทำให้วันนั้นมีเด็กไทยเข้ามาใช้แอปฯ พร้อมกันถึงหลักแสนคนต่อชั่วโมง นับว่าเยอะที่สุดตั้งแต่เปิดแอปฯ มา นอกจากนั้น บางคนก็อัดคลิป VDO ส่งเข้ามาขอบคุณติวเตอร์ บางคนก็ทักมาคุยเล่นกับทีมงานผ่านไลน์ ซึ่งไม่ใช่เพียงเด็ก ๆ ที่ประทับใจ แต่ทีมงาน snapask และติวเตอร์ทุกคนยินดีและมีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนเด็กไทยให้พร้อมก้าวเข้าสู่อนาคต โดยเราจะมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการของเราให้ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง



สำหรับผมที่มีลูกชายที่กำลังเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีนี้ ผมคงต้องแนะนำให้ลูกได้รู้จักแอปพลิเคชั่น snapask ไว้บ้างครับ เพราะผมเชื่อว่าเนื้อหาวิชาที่เขาเรียนในยุคสมัยนี้อาจจะยากขึ้นจนผมไม่สามารถจะสอนเขาได้ และอยากจะปลูกฝังเขาให้เริ่มศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองและฝึกการถามเพื่อหาคำตอบจากผู้รู้ ผมคิดเช่นเดียวกับคุณริชชี่ว่า ทักษะนี้เป็นทักษะที่สำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ที่ต้องมีติดตัวไว้ครับ.
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 286