อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

"ศัตรูของ ผบ."

ผู้บังคับบัญชาไม่ควรเสียเวลาจมอยู่กับงานธุรการและงานในรายละเอียดต่าง ๆ สมองของท่านจะได้มีเวลาสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ... จันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 11.00 น.


จำผมไว้เลยครับ read my lips..ว่า อันตรายสูงสุดของผู้บังคับบัญชาก็คืองานธุรการ !!!
 
ข้อเท็จจริงประการนี้สำหรับข้าราชการบางวงการอาจเถียงผมว่าไม่จริงหรอก อันตรายสูงสุดคือนักการเมืองต่างหาก อันนี้ผมไม่มีประสบการณ์ไม่กล้าเถียง แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมก็ยอมให้งานธุรการเป็นอันตรายลำดับที่สองก็แล้วกัน
 
ผู้บังคับบัญชาไม่ควรเสียเวลาจมอยู่กับงานธุรการและงานในรายละเอียดต่าง ๆ สมองของท่านจะได้มีเวลาสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ เพื่อความเจริญของหน่วยงานและประเทศชาติในที่สุด ขอจงปล่อยงานในรายละเอียดให้พวกฝ่ายเสธ.เขาทำกันเถิด
 
บิ๊กจะได้มีเวลาว่างครีเอตงานใหม่ ๆ ให้พวกมันทำกัน !!
 
การสั่งการสั้น ๆ ที่กระชับ ๆ อยู่กับหัวข้อทั้ง 5 ทําให้ฝ่ายเสธ.มีงานต่อไปที่จะต้องทำก็คือ “การทำแผนและคำสั่ง” ซึ่งอธิบายกันง่าย ๆ ก็คือนำเอาการสั่งการของ ผบ.มาขยายความให้เป็นงานรูปธรรมที่หน่วยต่าง ๆ ในบังคับบัญชาจะสามารถนำไปปฏิบัติในรายละเอียดนั่นเอง ดังนั้นใครที่เป็นผู้บังคับบัญชาก็จงขอได้เห็นใจฝ่ายเสธ.มันมั่ง อย่างสั่งการ “ให้ดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแต่อะลุ่มอล่วย” นี่ฝ่ายเสธ.คิดจนหัวผุก็เขียนแผนให้หน่วยไปปฏิบัติต่อไม่ถูกครับ แล้วท่านก็ลอยตัวจากปัญหา ผิดพลาดขึ้นมาก็โทษข้าราชการประจำว่าทำผิดนโยบายเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลอีกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ตานี้ก็มาถึงงานขั้นสุดท้ายของฝ่ายเสธ.ก็คือ “การกำกับดูแลการปฏิบัติตามแผนและคำสั่ง”

คุณเคยมีประสบการณ์อย่างนี้ไหม สั่งงานกับหัวหน้าแผนกลูกน้องคุณให้ไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ ไอ้หมอ (หรือ “ยัย”) นั่นรับคำสั่งดิบดีว่าเรียบร้อยครับ (ค่ะ) นาย แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ กลับไม่ได้เรื่อง ครั้นสอบถามก็จะได้รับคำตอบเรียบง่ายกะทัดรัดแต่ไม่ค่อยชัดเจนว่า “ก็สั่งไปแล้วนี่ครับ (ค่ะ)”



นี่แหละความสำคัญของงานสุดท้ายของฝ่ายเสธ.หลังจากที่สั่งการไปแล้ว คือต้องคอยติดตาม “กำกับดูแล” ให้แน่ใจว่าได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งไปแล้วอย่างถูกต้องจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น ฝ่ายเสธ.ที่ดีจึงจะลืมขั้นตอนการปฏิบัติงานขั้นสุดท้ายนี้ไม่ได้เป็นอันขาด

มีตัวอย่างจากประสบการณ์โดยตรงมาเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นร้อยโทผู้หมวดทหารปืนใหญ่ ภารกิจที่ได้รับจากผู้บังคับกองพันคือนำทหารทั้งกองพันไปฝึกยิงปืนที่สนามยิงปืนที่อยู่ห่างจากกองพันไปหลายสิบกิโลเมตร สนามยิงปืนไม่มีระบบน้ำประปา ดังนั้นเราจึงต้องเอาน้ำไปกินกันเอง

นี่คือภารกิจที่ได้รับมอบ ในขั้นการรวบรวมข่าวสาร ผมทราบว่าเรามีรถน้ำอยู่ จึงทำประมาณการในใจสำหรับการแก้ปัญหานี้แล้วก็ออกมาเป็นข้อเสนอและการตกลงใจเสร็จสรรพ จากนั้นก็สั่งการจ่ากองร้อยอย่างกะทัดรัดว่า “จ่า...เอารถน้ำไปด้วย”

มารู้ตัวอีกที่หนึ่งก็เมื่อเสร็จอาหารมื้อกลางวันในสนามยิงปืนแล้วร้องหาน้ำดื่ม ปรากฏว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น…มีรถน้ำก็จริงตามคำสั่ง...แต่จ่ากองร้อยท่านไม่ได้เอาไปเติมน้ำ !!! 

เถียงกันลำบากครับงานนี้ สั่งรถน้ำก็ได้รถน้ำ จะว่าเขาก็ไม่ได้…

ลองวิจารณ์ดูครับว่า เรื่องแบบนี้ใครผิดใครถูก แต่ที่ชัวร์ป้าดตามตำราก็คือว่างานขั้นสุดท้ายว่าด้วยการกำกับดูแลของผมไม่สมบูรณ์จริง ๆ ดังนั้นจงอย่านึกว่าภารกิจสำเร็จแล้ว ถ้ายังไม่กำกับดูแล หรือหากพูดด้วยภาษาชาวบ้านก็คือ ถ้ายังไม่เห็นด้วยตาตัวเอง…

ผมจำสอนใจตัวเองมาจนบัดนี้.
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 94