อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

ม็อบประท้วงทรัมป์

หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโดรนสังหารปลิดชีพนายพลอิหร่านและบอกว่ากำลังส่งทหารเข้าไปเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง ผู้ประท้วงราว 100 คนก็ไปยืนบนสะพานลอยคนข้ามเหนือถนนริมฝั่งทะเลสาบของเมืองชิคาโกเพื่อแสดงป้ายข้อความ “ไม่ต้องการสงครามกับอิหร่าน”         อังคารที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.

        
     หลายวันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งโดรนสังหารปลิดชีพนายพลอิหร่านและบอกว่ากำลังส่งทหารเข้าไปเพิ่มเติมในตะวันออกกลาง ผู้ประท้วงราว 100 คนก็ไปยืนบนสะพานลอยคนข้ามเหนือถนนริมฝั่งทะเลสาบของเมืองชิคาโกเพื่อแสดงป้ายข้อความ “ไม่ต้องการสงครามกับอิหร่าน”
       
    ส่วนอีก 200 คนไปชุมนุมกันท่ามกลางอากาศหนาวในเมืองบอสตัน และอีกหลายสิบคนชุมนุมกันที่ศาลากลางเมืองลอสแอนเจลิส และผู้ชุมนุมจำนวนใกล้เคียงกันอีกหลายที่ทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงพลังต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
        
    สามปีหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เคยมีคนนับล้านเดินขบวนในวันสตรีในกรุงวอชิงตันและที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อแสดงพลังต่อต้านผู้นำสหรัฐซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีเห็นคนที่ไม่ชื่นชอบผู้นำสหรัฐคนนี้
        
    นักเคลื่อนไหวบอกว่าเรื่องจำนวนผู้ชุมนุมนั้นอย่าไปมองข้ามว่า พวกเขาไม่มีพลังหรือแรงจูงใจ เพื่อที่จะได้โหวตไม่เอาผู้นำสหรัฐคนนี้แล้วในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานา
ธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.ปลายปีนี้ นำมาซึ่งกลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านทรัมป์แห่งปี 2020 เพราะพวกเขามีการจัดระเบียบองค์กรกันดีขึ้นและมุ่งมั่นบนแนวทางปฏิบัติ หลายคนใช้วิธีการเปลี่ยนไป จากเดิมชุมนุมกัน เปลี่ยนไปเป็นเดินเคาะประตูบ้านให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่งโปสการ์ดทางไปรษณีย์ถึงประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงสนับสนุนการเคลื่อนไหวอื่น ๆ เป็นต้น
       
     แต่การเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านประธานา ธิบดีทรัมป์ กลับแตกออกเป็นหลากหลายแขนงเมื่อเทียบกับช่วงผู้ชุมนุมสวมหมวกสีชมพูแห่กันมาเต็มวอชิงตัน หลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกว่าเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนามเป็นต้นมาก็ว่าได้ มีการแตกแยกทางความคิดว่าจะสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งคนไหนในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 รวมถึงการแตกแยกทางความคิดในหลายประเด็นทั้งเชื้อชาติ ศาสนาและหลากหลายความคิด ซึ่งหากต้องการที่จะต่อต้านผู้นำสหรัฐคนนี้จริง พวกเขาต้องรวมตัวกันให้ได้ก่อนถึงเดือน พ.ย.นี้
        
     ส่วนการเดินขบวนในวันสตรีเดือนมี.ค.นี้ คาดว่าจะมีคนมากถึง 100,000 คนสำหรับการจัดชุมนุมใน 180 เมืองทั่วประเทศ เฉพาะวอชิงตันที่เดียวคาดว่าจะสูงถึง 10,000 คน ซึ่งก็ไม่ได้มากไปกว่าปีที่แล้วที่มีผู้คนมากถึง 100,000 คนไปชุมนุมกันทางตะวันออกของทำเนียบขาวกรุงวอชิงตัน แต่แทนที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ทีเดียว พวกเขาเลือกที่จะจัดกิจกรรมนำร่องก่อนถึงวันจริง ซึ่งก็จะมีหลายกิจกรรมให้เลือกชุมนุมเพื่อแสดงพลังต่อต้านไม่ว่าจะเป็นประเด็นโลกร้อน ผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน และสิทธิเจริญพันธุ์
        
     แคทลีน บรีดเลิฟ ผู้นำกลุ่มองค์กร MoveOn.org ซึ่งเคยจัดการชุมนุมต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านบอกว่า การชุมนุมเคลื่อน ไหวเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับต่อไป ส่วนเคท อเล็กซานเดอร์ ผู้จัดการชุมนุมบอกว่า การระดมพลเพื่อชุมนุม 370 จุดใน 46 เมืองในช่วงไม่ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อแสดงพลังต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ผู้สั่งให้กองทัพโจมตีด้วย
โดรนสังหาร พล.ต.กัสเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชา การหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านซึ่งผู้นำสหรัฐอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีทหารสหรัฐและกองกำลังพันธมิตร ทางอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐาน ทัพสหรัฐในอิรัก เกิดความวิตกว่าจะกลายเป็นสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
        
      หลายกลุ่มองค์กรยอมรับว่ามีการดำเนินการไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการจัดการชุมนุมผ่านทางโซเชียลมีเดียหรือข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ ขณะที่อาเตฟ ซาอิด ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เมืองชิคาโก บอกว่า ขบวนการทางสังคมมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มขบวนการต่อต้านทรัมป์เป็นการเคลื่อนไหวระดับโลกไปแล้วและจะดำเนินต่อไปโดยไม่สนใจว่า ทรัมป์จะได้รับชัยชนะอีกสมัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดี
        
     ส่วนนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งที่ชื่อ แอนดี้ คอช บุรุษพยาบาลวัย 30 ปีอาศัยอยู่ในชิคาโกบอกว่า อยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านประธานา ธิบดีทรัมป์เพราะไม่เห็นด้วยกับนโยบายของเขามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง นอกจากนั้นตอนเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ การหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อสี่ปีก่อน ค.ศ. 2016 เขาได้ยกเลิกกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัย เพียงเพราะมีนักศึกษาประท้วง เลยไม่มาร่วมงาน จากนั้นกระแสต่อต้านทรัมป์ก็ยังเพิ่มขึ้นอีกหลังรับตำแหน่งและหนึ่งปีหลังรับตำแหน่ง โดยเฉพาะช่วงเขาออกคำสั่งห้ามเดินทางเข้ามาสหรัฐของผู้คนจากประเทศมุสลิมหลายประเทศ.

...................................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 84