อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

สว.สส.เจอรอยยิ้มสาว18 แฟนโจรหนุ่มถึงกับสะท้าน

สัปดาห์นี้ไปดูสารวัตรสืบตามจับโจรหนุ่มทุบกระจกนานนับเดือน เจอคำสารภาพจำใจต้องทำ “ไม่งั้นเด็กสาวสวยวัย 18 จะทิ้งผม” ไม่ทันไรสารวัตรสืบเห็นรอยยิ้มเด็กสาวถึงกับใจละลาย พุธที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น.


สารวัตรสืบสวนถูกตามตัวไปจุดเกิดเหตุหลังสายตรวจและห้องวิทยุแจ้งว่ามีเหตุทุบกระจกรถ ทรัพย์สินสูญหาย ขณะผู้เสียหายจอดรถในสถานที่ราชการและไปประชุมจนถึงช่วงเย็น ระหว่างการประชุมมีข้อความเข้ามาทางมือถือว่าบัตรเครดิตถูกนำไปรูดซื้อสินค้า

เจ้าของบัตรยังประชุมอยู่ เมื่อข้อความดัง เธอจึงนึกได้ว่าด้วยความรีบร้อนจึงเอาทรัพย์สินไปไว้ที่รถ โดยใส่ในกระเป๋าสะพายไว้ จึงขอตัวออกจากการประชุมด้วยความไม่พอใจของประธานประชุม เมื่อมาถึงที่รถก็พบกระจกถูกทุบ และทรัพย์สินสูญหาย

นักสืบหนุ่มไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายยืนหน้าบอกบุญไม่รับ บ่นว่าจะต้องเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเป็นรอบที่เท่าไหร่รู้ไหม เขาเข้าใจดีและพยักหน้ายืนยันว่า “อีกครั้งได้ไหมครับ ผมจะได้สืบคดี”

เธอเล่าอีกรอบพร้อมบ่นว่า มีตำรวจหลายคนย้ำว่าอย่าเอาทรัพย์สินไว้ในรถ เหมือนพวกเขากำลังตำหนิเธอ



แต่นักสืบไม่พูดถึง แม้รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ ทรัพย์สินมีค่าอย่าไว้ในรถ ถ้าจะไว้ใส่กระโปรงหลังจะดีกว่า ยุคที่โจรชุกชุมพอๆ กับยุงในคลองเน่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ หัวขโมยพัฒนาฝีมือ ใช้เวลาทุบกระจกไม่นาน ก็เอาทรัพย์สินไป ยิ่งรถราคาแพงที่บอกว่าสัญญาณกันขโมยเป็นเลิศ โจรก็พัฒนายกระดับ เอาไขควงแทงกระจกงัดออกทั้งบาน โดยที่สัญญาณกันขโมยไม่ทำงานเสียด้วยซ้ำ

“แจ้งยกเลิกบัตรแล้วใช่ไหมครับ” สารวัตรสืบสวนย้ำ ผู้เสียหายยังคงหงุดหงิดไม่หาย เขาเข้าใจดีเป็นใครก็คงไม่พอใจ

หลังจากสอบปากคำพยานผู้เสียหาย เขาก็เริ่มสืบคดี มันไม่ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ ไม่เหมือนคดีระดับชาติที่ยังงมกันอยู่ในตอนนี้ เริ่มแรกเขาไปที่ร้านขายสินค้าซึ่งบัตรถูกรูด ขอดูวงจรปิด ไล่เลี่ยเวลา ดูทุกอย่างรอบด้าน รอบร้าน ไล่ตรวจตราไปเรื่อย งานนี้ทำคนเดียวไม่สำเร็จ จึงต้องให้สายสืบชั้นประทวนดำเนินการ

เขาพบตัวคนร้าย ชายหนุ่มเห็นหน้าชัดเจน

คดีหลายคดีไม่ได้ซับซ้อนเหมือนภาพยนตร์ลับลวงพราง นักสืบหนุ่มไล่วงจรปิดไปเรื่อยๆ ตามเวลา ประชุมสรุปความคืบหน้าคดีแทบทุกวัน

แต่ตำรวจไทยงานอื่นเยอะกว่างานจริงๆ นั่นทำให้การตามคดีใช้เวลาเกือบเดือน ท่ามกลางเสียงบ่นของผู้เสียหาย ซึ่งเข้าใจได้ หากไม่มีการจับกุมคนร้าย สินค้าที่รูดไปย่อมเป็นหนี้ของผู้เสียหายที่ต้องชดใช้

ตำรวจรวบรวมหลักฐานทุกอย่าง นำไปให้พนักงานสอบสวนร้อยเวรเจ้าของคดี ชี้แจงทุกเรื่องราว และขออำนาจศาลอนุญาตออกหมายจับกุมคนร้าย หลังจากไล่กล้องวงจรปิดไปเรื่อยๆ ผ่านการดูคนร้ายไปกินข้าวรับประทานอาหาร เที่ยวเล่นดูหนังในวันเดียวกัน ก่อนจบลงที่กลับห้องพักราคาแพง

จากนั้นเขาใช้อำนาจที่ตำรวจมี ถามห้องพักนั้นว่าชายในห้องนั้นดังกล่าวชื่ออะไร เมื่อทราบชื่อ ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ พบว่าเคยถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์มาแล้ว



“มันมีเมียเหรอ” นักสืบประทวนพูดขึ้น “เมียรู้ไหมว่ามันเป็นโจร” ใครสักคนพูด พอดีกับที่หมายจับมาพอดี สารวัตรสืบสวนจึงนำกำลังลูกน้อง 2-3 นายไปที่ห้องพักดังกล่าว ขึ้นห้องเคาะประตูพร้อมกับเจ้าหน้าที่ดูแลห้องพัก

ไม่นานชายคนดังกล่าวก็เปิดประตูออกมา “นี่ตำรวจ หมายจับ” เขาพูดเรียบๆ ชายหนุ่มเอาไปดูแล้วหน้าเสีย พยายามจะปิดประตูห้อง แต่ตำรวจเดาเกมส์ขาด พวกเขาใช้เท้ากั้นและยันประตูให้เปิดออก บุกเข้าไปจับคนร้ายกดกับพื้นกุญแจมือสับเข้าที่มือไพล่หลัง ก่อนตกตะลึง

แฟนสาวของคนร้ายยังไม่ได้ใส่อะไรเลย ท่ามกลางความตกตะลึงของนักสืบ เธอผอมเพรียว ขาวสะอ้าน ผมสีทองผ่านการย้อม เปลือยกายราวนางฟ้า ดูน่ารักสมส่วนเสียจริง “ใส่เสื้อผ้าแล้วไปโรงพักเดี๋ยวนี้” เขาตัดความพุ่งพล่านในตัวแล้วกล่าวเรียบๆ

เมื่อคุมตัวทั้งสองไปที่ห้องสืบสวน แล้วให้ตำรวจที่เหลือช่วยกันไปขนทรัพย์สินในห้องที่มากมหาศาล นักข่าวเดินทางมาถึง คนร้ายรับว่าไปทุบกระจกรถแล้วหาเงินไปใช้จริง รูดบัตรเครดิตแหลก ทรัพย์สินทั้งหมดน่าจะได้คืน แต่ที่ห้องมีทรัพย์สินจำนวนมาก หมายความว่าก่อเหตุมาหลายครั้ง

“แฟนผมไม่เกี่ยวครับ” คนร้ายย้ำ นักสืบประทวนพยายามยั่วโทสะบอกว่าร่วมมือกันหมด คนร้ายยืนยันว่าไม่ใช่

จากการสอบปากคำ จะพูดว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ เธอไม่ได้ก่อเหตุ แต่เธอคือยอดดวงใจที่ต้องการทรัพย์สินมากมาย ชายหนุ่มทำงานไม่พอใช้ ยิ่งเสียพนันบอลออนไลน์ เงินซื้อของปรนเปรอหญิงสาวไม่พอ เธอย้ำว่าหากดูแลไม่ได้ก็พร้อมตีจาก ชายหนุ่มจึงก้าวข้ามเส้นกฎหมาย หากินด้วยการทุบกระจกรถ ได้ทรัพย์สินมาก็ไปขายในตลาดนัดที่คนขายไม่สนใจที่มา



“ถ้าไม่ทำ เธอบอกจะทิ้งผมไป” ภาพหญิงสาวเปลือยในห้องขณะจับกุมรบกวนนักสืบยิ่งหนัก ตำรวจแจ้งข้อหาชายหนุ่มดำเนินคดี ผู้เสียหายดีใจรีบมาดูของกลาง แม้จะยังไม่ได้คืน แต่ก็ยิ้มออกที่ตำรวจจับคนร้ายได้

“ผู้หญิงคนนี้เอาไง” ลูกน้องถาม นักสืบหนุ่มบอกให้กลับบ้านได้ เธอเหมือนว่าวที่หลุดลอยกลางท้องฟ้า ไม่มีที่ไป เขาต้องตามพ่อแม่มารับ จึงทราบว่าหญิงสาวคนนี้อายุไม่ถึง 18 ปี ดังนั้นข้อหาคนร้ายจึงเพิ่มไปอีก

ก่อนจากกันหญิงสาวสบตานักสืบหนุ่มไม่พูดอะไร ก่อนจะปริยิ้มออกมา ทำเอาสั่นสะท้าน รอยยิ้มนี้นี่เองที่ทำให้คนรักของเธอยอมเป็นโจรเพื่อหาทรัพย์สินมาปรนเปรอ

สารวัตรสืบสวนกลับบ้าน ภรรยากับลูกชายวัย 3 ขวบกำลังรอพ่อมาอ่านนิทานให้ฟัง เมื่อถึงบ้านก็ยิ้มให้ภรรยา ดูแลลูก เมื่อจะล้มตัวลงนอน เขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อภาพเปลือยของหญิงสาวปรากฏในห้วงคิด พร้อมกับรอยยิ้มของเธอที่ปริออกมาใส่เขา มันช่างสั่นคลอนนักสืบหนุ่มอยู่ในความทรงจำเสียจริงๆ
….................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

บอกต่อ : 172