อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

ไวรัสอู่ฮั่น

การแพร่ระบาดของไวรัสปริศนาก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งผู้คนนับล้านในประเทศจีนที่เดินทางเบียดเสียดกันไปบนรถไฟ มุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาเพราะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผู้คนจะต้องเดินทางกลับไปหาครอบครัวตามประเพณี ทำได้เพียงการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเท่านั้น พุธที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 18.31 น.


    การแพร่ระบาดของไวรัสปริศนาก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งผู้คนนับล้านในประเทศจีนที่จะต้องเดินทางเบียดเสียดกันไปบนรถไฟขณะมุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาเพราะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผู้คนจะต้องเดินทางกลับไปหาครอบครัวตามประเพณี แต่บางคนก็ทำได้เพียงการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเท่านั้น
      
   เทศกาลเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะที่ไวรัสปริศนาคล้ายโรคซาร์สคือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ระบาดจากเมืองอู่ฮั่นไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วไม่เว้นแม้แต่กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของจีน มณฑลกวางตุ้ง นครเซี่ยงไฮ้ และยังอีก 3 ประเทศในเอเชียเป็นอย่างน้อยคือไทย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 200 ราย
       
     ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงของรัฐบาลจีนยืนยันแล้วว่า ไวรัสสามารถแพร่ติดต่อกันได้ระหว่างคนสู่คน ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ผู้คนจะติดต่อกันมากยิ่งขึ้น หากได้ไปนั่งติดกันบนรถไฟขณะเดินทางระยะไกลกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งการกลับสู่ชนบทและภูมิลำเนาเพื่อกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสมาชิกในครอบครัวถือเป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติ พลาดไม่ได้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 ม.ค. ไปจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 ม.ค. เพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนู
       
   การรถไฟแห่งชาติของจีนบอกว่ามีคนซื้อตั๋วรถไฟกลับภูมิลำเนาไปแล้วกว่า 100 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มเดินทางกันไปเมื่อสิบกว่าวันก่อน แต่ก็ยังมีเข้าคิวรอซื้อตั๋วรถไฟหน้าสถานีรถไฟในกรุงปักกิ่ง ซึ่งมีทั้งคนหนุ่มสาวและผู้สูงวัยพร้อมสัมภาระและของที่ระลึกกลับไปให้คนที่บ้าน
      
      หลี่ หยาง วัย 28 ปีอาชีพผู้จัดการฝ่ายบัญชีจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีนบอกว่า ไม่ได้กลับบ้านมา 5-6 ปีแล้ว ตั้งแต่เข้ามาทำงานในปักกิ่ง เป็นเรื่องยากที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัส ตอนดูข่าวก็วิตกกังวลเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ป้องกันอะไรเป็นพิเศษ นอกจากสวมหน้ากากอนามัย แม้แต่ตอนอยู่ในปักกิ่ง เวลาไปที่ชุมชนก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย
       
      ส่วนคนงานในภาคธุรกิจการเงินที่ชื่อสกุลกั้ววัย 26 ปีบอกว่า เธอกับเพื่อนช่วยกันเตือนอยู่เสมอว่าอย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะป้องกันไปได้ถึงขนาดไหน แต่ก็เฝ้าระวังเอาไว้ก่อน เพราะยังไงก็ต้องเดินทางกลับบ้านช่วงตรุษจีน
     
      ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมีคำสั่งลงมาแล้วให้หน่วยงานของรัฐหาทางที่จะควบคุมการแพร่ระบาดให้จงได้เช่นเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและรับประกันว่ามวลชนจะได้ฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างมั่นคงและสงบสุข
   
        เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นส่งสัญญาณเตือนให้ระวังเพราะมันอยู่ในตระกูลเดียวกันกับซาร์ส (ทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง) ซึ่งเคยคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 650 คนแล้วในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงช่วงปี 2545-46
    
        เจ้าหน้าที่เมืองอู่ฮั่นที่มีประชากร 11 ล้านคนถือว่าเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด โดยเชื่อว่าอยู่ที่ตลาดปลา ซึ่งองค์การอนามัยโลกบอกว่าต้นตอจากสัตว์น่าจะเป็นสาเหตุอันดับแรก
        
       ส่วนที่ฮ่องกงก็มีการเฝ้าระวัง  ตรวจคัดกรองโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากกวางตุ้งเข้ามาที่ฮ่องกง หรือผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสนามบินในฮ่องกงและสถานีรถไฟความเร็วสูง เพิ่มการตรวจตราอย่างเข้มงวด ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หากพบใครมีอุณหภูมิสูงก็ต้องแยกตัวออกมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบอกด้วยว่าจะตรวจเข้มเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากไม่เฉพาะเมืองอู่ฮั่นเท่านั้น แต่เป็นทั้งมณฑลหูเป่ย์ และผู้โดยสารทางเครื่องบินจากเมืองอู่ฮั่นจะต้องกรอกแบบฟอร์มด้านสุขภาพด้วย
        
      หญิงสาววัย 25 ปีชื่อสกุลเจียงซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์บอกว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่มณฑลหูเป่ย์ ซึ่งมีเมืองอู่ฮั่นเป็นเมืองหลวงของมณฑลนี้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเที่ยวอู่ฮั่นสัก 1-2 วัน แต่ตอนนี้ขอเปลี่ยนใจแล้ว ขอเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปเที่ยวแล้ว ขณะที่หญิงสาววัย 29 ปีอีกคนหนึ่งสกุลเซี่ยะทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานผลิตรถยนต์ ต้องสวมหน้ากากอนามัยเพราะจะกลับไปอู่ฮั่นเช่นกัน ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ทางตอนใต้ของจีนบอกว่าเป็นห่วงมากว่าทำไมยังกล้าไปอู่ฮั่นอีก เธอบอกว่าสถานการณ์ของโรคปอดอักเสบควบคุมได้ แต่หลังจากไปบ้านกลับมาแล้ว เธอขอหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะ ไม่ทานอาหารทะเลและสัตว์ปีกมีชีวิต.

..........................................
เลนซ์ซูม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14