อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

เงินซื้ออำนาจ

การรณรงค์หาเสียง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2020 ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย. ปลายปีนี้ กำลังจะสร้างสถิติใหม่ ใช้เงินทุนมากที่สุด กว่าทุกการเลือกตั้งผู้นำอเมริกา 58 ครั้งที่ผ่านมา ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 07.30 น.

       
      การรณรงค์หาเสียง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2020 ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย. ปลายปีนี้ กำลังจะสร้างสถิติใหม่ ใช้เงินทุนมากที่สุด กว่าทุกการเลือกตั้งผู้นำอเมริกา 58 ครั้งที่ผ่านมา
   
      ผู้สมัครแข่งขันที่ถูกจับตามองมากที่สุด ในตอนนี้ เห็นจะเป็น นายไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีธุรกิจสื่อและข้อมูลด้านการเงิน และอดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก 3 สมัย ที่กระโดดเข้าร่วมการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน เดโมแครต เพื่อคว้าสิทธิลงชิงตำแหน่งกับแชมป์เก่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของพรรครีพับลิกัน
       
     บลูมเบิร์ก วัย 77 ปี เพิ่งตัดสินใจประกาศเข้าร่วมการแข่งขันชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2562 หลายเดือนหลังจากผู้แข่งขันราย   อื่น ๆ หาเสียงกันไปแล้ว โดยบลูมเบิร์กซึ่งประกาศว่าต้องเขาเท่านั้น ที่จะเอาชนะคนอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ แม้จะมาทีหลังแต่มาแรง โดยใช้ความร่ำรวยส่วนตัวทุ่มแหลก เพื่อให้สมหวังความตั้งใจ
       
     การตัดสินใจเข้าร่วมขบวนช้า และไม่ยอมรับเงินบริจาคจากภายนอก ทำให้บลูมเบิร์กไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมการดีเบต โต้วาทีประชันวิสัยทัศน์ ถ่ายทอดสดออกทีวี ร่วมกับผู้แข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตรายอื่น ๆ ซึ่งล่าสุดผู้แข่งขันจากเริ่มต้น 29 คน เหลืออยู่ 12 คน  รวมทั้งบลูมเบิร์ก
      
     ทรัมป์ซึ่งอดีตเป็นนักธุรกิจฐานะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเช่นกัน ใช้เงินทุนส่วนตัวในการหาเสียง ก่อนประสบความสำเร็จ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 ตลอดระยะเวลาหลายเดือน ประมาณ 65 ล้านดอลลาร์ แต่บลูมเบิร์กใช้ไปแล้ว มากกว่านั้นกว่า 3 เท่า ในเวลาแค่ 2 เดือนเศษ นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการจนถึงขณะนี้
        
     จากการเปิดเผยของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติสหรัฐ (เอฟอีซี) มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อเมริกา 2020 จะเป็นการเลือกตั้งที่มีการใช้จ่ายเงินมากเป็นประวัติการณ์ โดยผู้สมัครแข่งขันทั้ง 2 พรรคหลักคือ เดโมแครตและรีพับลิกัน ใช้จ่ายเงินไปแล้วรวมกันมากกว่า 446 ล้านดอลลาร์ รวมถึง 90 ล้านดอลลาร์เฉพาะของทรัมป์
        
       ล่าสุดบลูมเบิร์กจ้างทีมงานหาเสียงกว่า 1,000 คน มากกว่าผู้แข่งขันชิงตัวแทนพรรคเดโมแครตทุกคน โดยกว่า 700 คนประจำอยู่ในพื้นที่ 33 รัฐสำคัญ ที่ทีมงานยุทธศาสตร์หาเสียงส่วนตัวกำหนดไว้ และอีกประมาณ 300 คน ประจำศูนย์ใหญ่หาเสียง ในเขตแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก
       
    สัปดาห์ก่อนเข้าสู่กลางเดือน ม.ค. ทีมหาเสียงของบลูกเบิร์ก มีทั้งหมดประมาณ 800 คน
      
     ถึงวันที่ 16 ม.ค. บลูมเบิร์กควักเงินซื้อโฆษณาหาเสียงทางทีวี และโฆษณาดิจิทัล ไปแล้วรวม 217 ล้านดอลลาร์ (6,590 ล้านบาท)
       
      การตรวจสอบของสำนักข่าวรอยเตอร์ จากแบบรายการเงินทุนสำหรับหาเสียง ที่บรรดาผู้สมัครชิงตัวแทนพรรคเดโมแครต ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ถึงช่วงไตรมาส  3 ของปี 2562 นางเอลิซาเบ็ธ วอร์เรน ส.ว.รัฐแมสซาชูเซตส์ จ้างทีมงานหาเสียงประมาณ 600 คน ตามด้วยนายเบอร์นี่ แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มอนต์ จ้าง 550 คน ส่วนอีก 2 คนคือ อดีตรองประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และนายพีท บัตติกีก อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา จ้างประมาณ 450 คนเท่ากัน
      
     เมื่อวันที่ 11 ม.ค. บลูมเบิร์กซึ่งมีทรัพย์สินตามประเมินล่าสุด ในเดือน ม.ค. 2563 ที่ประมาณ 60,100 ล้านดอลลาร์ (1,825,370 ล้านบาท) เผยต่อรอยเตอร์ว่า เขาพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ (30,375 ล้านบาท) เพื่อขับทรัมป์ออกจากทำเนียบขาว
       
      บรรดาผู้แข่งขันชิงเป็นตัวแทนพรรค  เดโมแครตรายอื่น ๆ กล่าวหาบลูมเบิร์กพยายามใช้เงิน “ซื้อการเลือกตั้ง”
       
      นอกจากผู้สมัครแข่งขันแล้ว กลุ่มทำงานด้านการเมือง  Priorities USA ของพรรคเดโมแครต ยังประกาศขยายงบประมาณ จาก 100 ล้านดอลลาร์ เป็น 150 ล้านดอลลาร์ จนถึงเดือน ก.ค. เพื่อใช้ในการซื้อโฆษณาในสื่อทุกแขนง ในการโจมตีทรัมป์ ในหลายรัฐสำคัญที่มีโอกาสแพ้/ชนะได้ทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบ ด้วย ฟลอริดา, มิชิแกน, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน.        

............................................
เลนซ์ซูม          
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16