อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563

ความในใจ 'เพชรา' ขอ 'พี่มิตร' อโหสิให้น้อง

yimyim ชวนคุยกับนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง "เพชรา เชาวราษฎร์" ในมุมของชีวิตในวงการมายา และน้ำตาที่หลั่งออกมาเพราะรู้สึกผิดต่อคู่ขวัญ มิตร ชัยบัญชา พฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2563 เวลา 11.00 น.


หากเอ่ยถึงชื่อ อี๊ด-เอก ชาวราษฎร์ แฟนๆอาจจะไม่รู้จักมากนักว่าคือใคร แต่ถ้าเอ่ยชื่อของนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง อี๊ด-เพชรา เชาวราษฎร์ คนรุ่นพ่อแม่จะต้องรู้จักแน่นอนและ yimyim ก็เชื่อว่าเด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ในยุคนี้จะต้องคุ้นกับชื่อนี้มาบ้างเพราะชื่อนี้เป็นชื่อของ “ราชินีจอเงิน” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต



โดยชื่อของ ''เพชรา''มักจะถูกนำหน้าด้วยคำว่า “มิตร” จนหลายคนเรียกติดปากกันว่า ''มิตร เพชรา'' ซึ่งคำว่ามิตรในที่นี้หมายถึงคู่ขวัญหรือที่เราเรียกในยุคนี้ว่าคู่จิ้นของคุณยายเพชรานั่นก็คือพระเอกขวัญใจคนไทยตลอดกาลอย่าง มิตร ชัยบัญชา ที่แม้ปัจจุบันจะเสียชีวิตไปนานกว่า 49 ปีแล้วแต่ชื่อและหนังที่ทั้งสองคนแสดงร่วมกันยังคงเป็นอมตะมาถึงทุกวันนี้

ล่าสุด yimyim มีโอกาสได้เจอตัว ''เพชรา'' เลยไม่พลาดขออัพเดทเรื่องราวทั้งในอดีตและปัจจุบันมาฝากแฟนๆเดลินิวส์ออนไลน์กัน



ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฎตัวผ่านสื่อเลย แต่ช่วงนี้ออกมาเจอแฟนๆบ่อยขึ้นเพราะอะไร?
“แต่ก่อนเราไม่สบายมาตั้งนาน แล้วก็ไม่มั่นใจตัวเองเพราะตัวเองดูตัวเองไม่ได้ ก็เลยไม่มั่นใจเวลาไปไหนหรือทำอะไร ก็ต้องเก็บตัวหน่อย (ยิ้ม) แต่ช่วงหลังที่ออกงานก็ไม่ค่อยมั่นใจนะ แต่มีคนเขาบอกว่าอีกไม่นานเราก็จะไปกันแล้ว เราอายุเยอะกันแล้วออกก็ออกๆซะเดี๋ยวไม่มีโอกาส(ยิ้ม) ซึ่งงานที่เราไปออกก็เลือกแล้วแต่ความจำเป็นและเราควรจะไป ในกลุ่มอย่างชมรมรักเพลงชรินทร์ สวนอาหารที่รู้จักกัน เราก็ต้องไปบ้าง เพราะเขาก็จัดงานวันเกิดให้หลายปีแล้ว จริงๆดีใจที่มีคนคิดถึงเพชราอยู่เพราะในความเป็นชาวบ้านและไม่ได้ออกมานานๆ และมีหลายกลุ่มที่เข้าไปเยี่ยมไปหาบ้าง เขาก็จะลือกันว่าเพชราตายแล้ว มาหลายครั้งมากเลย พอมีศิลปินหญิงที่ตายในวงการ เขาก็จะบอกว่าเพชราตายแล้ว เราก็คิดทำไมเราตานหลายครั้งเหลือเกิน(ยิ้ม)”

เริ่มต้นเป็นนักแสดงได้อย่างไร?
“ตอนแรกคิดว่าง่าย ไม่ลำบากอะไร แต่ไม่ง่ายเลยคือเราดูในโรงหนังประเดี๋ยวเดียวก็จบแล้ว ไปพูดไปเที่ยวสนุกจะตายไป อยากลองมาสนุกดูบ้าง แต่ถามว่าสนุกจริงไหม หนังแรกเรื่องแรกที่เล่นเรื่อง “บันทึกรักพิมพ์ฉวี” มาเล่นครั้งแรกก็ยืนกลางแดด กว่าจะได้แต่ละคัท แต่ละวันผ่านไป เราไม่เคยก็เลยรู้สึกว่าพอๆกับเลี้ยงควายกลางทุ่ง(หัวเราะ)



มารู้ว่าเป็นดาราดังตอนไหน?
“ยังไม่รู้เลย(ยิ้ม)มันก็มึนๆมาเรื่อยๆแหละคือเราเป็นคนอดนอนไม่เก่ง พอถ่ายถึงเที่ยงคืนพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ก็ไม่รู้ก็อือๆไปเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นก็ยังอยู่ในสังกัดเขาให้เล่นเรื่องที่สองสามตามมามีเรื่องม่านน้ำตา กระทิงโทนค่ะ จริงๆสมัยนั้นหนังเยอะ ผู้สร้างก็เยอะ แต่เราจะรักกันสมัยนั้น อบอุ่นมีอะไรก็แชร์กันตลอด ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีก็แสดงความรู้สึกกันตลอด ซึ่งเราก็ทำงานร่วมกับทุกคนมาเรื่อยๆ”

เล่นหนังมาเยอะมาก 300 กว่าเรื่องชอบเรื่องไหนมากที่สุด?
“พูดไม่ถูกค่ะ(ยิ้ม)เพราะแสดงไปหลายๆเรื่องมาก ที่เรารักและลุ้นและประทับใจ คือมันสนุก ตอนที่เราแสดง แต่ส่วนใหญ่หนังที่แฟนๆรู้สึกสนุกไปกับเราจะได้เงิน แต่ถามว่าบทบาทไหนยากที่สุดคงเป็นบทว่ายน้ำมั้งเพราะว่ายน้ำไม่เป็น(หัวเราะ)”

เคล็ดลับการเป็นนักแสดงที่ดีคืออะไร?
“ยุคสมัยใหม่นักแสดงเขามีการศึกษากันดี แล้วก็เก่งๆกันทั้งนั้นแหละเท่าที่ฟังมา และก็เก่ง มีความสามารถมาก แล้วแต่บทบาทที่จะได้รับเพราะบางทีบทบาทที่เขาให้มาเขาจะฆ่าเราหรือจะส่งก็อยู่ตรงนั้น(ยิ้ม)นักแสดงมันไม่มีอะไรมาก แต่เราต้องตรงต่อเวลา สนใจในบทบาทที่ตนเองได้รับ”



เจอกันสามีคุณชรินทร์ได้ยังไง?
“ส่วนใหญ่พวกผู้ใหญ่นิดๆเป็นพี่ๆเขาจะให้ความรัก เมตตาและเป็นกันเองกับเรามาก ทุกคนก็ดีกันหมดแล้วคุณชรินทร์เขาก็เป็นนักร้องวูบไปวูบมา(ยิ้ม)ตอนนั้นเขาก็เที่ยวๆกันอยู่ในกลุ่มมั้งคะ บางทีไปถ่ายหนังที่ไหนก็มีเขาไปด้วย บางทีรายนี้เขาจะวูบๆวาบๆนะ ไม่ค่อยปรากฏให้ใครเห็นเป็นเรื่องเป็นราวไม่ใช่เลย มาเจอกันก็หนังของน้าดิน(ดอกดิน กัญญามาลย์) กับคุณชาลี อินทรวิจิตร นี่แหละที่เป็นเรื่องใหญ่ บางทีคุณชรินทร์ก็ไปเรื่องเพลงเพราะในหนังเขาร้องเพลง และก็เป็นตัวรองในหนังเรื่อง “นกน้อย” และเรื่อง “เงิน เงิน เงิน” ด้วย”

คุณชรินทรจีบยังไง?
“เขาไม่ได้จีบนะ งงอ่ะทุกวันนี้ก็ยังงงไม่หายเลย(หัวเราะ)ประหลาดเหมือนกันนะนึกไม่ออก งงจังเพราะสมัยหนังคือเขาจะมาที่กองถ่ายและถ้าคนอื่นมองมาที่เขา เขาก็จะมองไปที่อื่น แต่พอไม่มีคนมอง เขาก็มองมาที่เรา(ยิ้ม)อย่างนั้นแหละก็งงเหมือนกันนะเนี่ย”



มิตร ชัยบัญชา เท่าที่ได้ร่วมงานกันเป็นคนยังไง?
“ไม่รู้(หัวเราะ)รู้แค่ว่าเขาเป็นคนจริงจัง จริงใจ ปากยังไงใจก็อย่างนั้น เขาเสแสร้งไม่เป็น เขาไม่ชอบอะไรคือเขาไม่ชอบเลย และก็ไม่ชอบอยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่บางครั้งมันไม่ใช่ เขารักใครก็รักจริง ถ้าสมมุติเขามีชีวิตอยู่ตอนนี้ ศิลปินที่มีอายุมากๆ ที่ลำบากเขาจะเอื้อเฟื้อเผื่อแน่นอน ช่วยเหลือตลอด เขาเป็นคนแบบนั้น อีกเรื่องไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่าคือรองเท้าเขาเนี่ยนะไม่มีคนขัดให้ บางทีมีขี้โคนอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น ไปไหนก็ไปอย่างนั้น ใครจะว่าอะไรก็ช่าง เขาจะไม่ว่าลูกน้องในบ้านเขาเลย เขาเป็นคนใจดี แต่คนที่อยู่กับเขาจะไม่ค่อยคิดว่าเขาจะเป็นยังไงจะจิตใจยังไง ไม่ค่อยมีใครใส่ใจเขา ซึ่งเขาเป็นคนไม่พูดเกินไป ก็เลยต้องดูแลตัวเอง ลำบากด้วยตัวเอง ตั้งแต่เด็กสู้และปลอบใจตัวเองมาตลอด อย่างเรื่องรูปร่างเขาเป็นคนตัวสูง เราตัวนิดเดียว เวลาถ่ายรูปกันเราต้องยืนบนบ็อกซ์เลยเพราะเราใส่รองเท้าส้งสูงก็แค่ติ่งหูเขาเอง ไม่ถึงเขาเลย ซึ่งมันก็ลำบากเวลาถ่ายทำ จริงๆเรื่องหุ่นเขาไม่มีใครเหมือนเขาเหมือนกันนะ พูดไปเดี๋ยวคนอื่นตบให้(ยิ้ม)หุ่นเขาดี สรีระดี”



ตอนพูดถึงคุณมิตร ชัยบัญชาทำไมร้องไห้?
“สงสารเขาอ่ะ (น้ำตาไหล)และรู้สึกว่าตัวเราผิดเพราะวันที่เฮลิคอปเตอร์ที่เขาตก ความจริงเราต้องไปถ่ายทำกับเขา อีกอย่างเขาเป็นผู้กำกับเขาลืมไปว่าวันนั้นวันที่เขาโหนสลิง เขาคงลืมไปว่าข้างบนไม่ใช่เรา มันเป็นนักบินที่เอาหมวกและเสื้อเราไปผูกไว้ สมัยก่อนเราเป็นคนพูดน้อย ถ้าไม่ใช่เรื่องของเราจะไม่พูด สคริปมีไปให้บอกว่าให้บินไปทางโน้นประมาณเท่าไหร่ (ร้องไห้)ให้รับเขาและบินไปทางขวามือสักระดับ 45 องศาประมาณนั้นแล้วก็ให้เอาเขากลับมาหย่อนคืนที่เก่า

คราวนี้ตัวเขาเองก็อาจจะลืมว่าเราไม่ได้ไปด้วยและเราก็ลืมบอกนักบินว่าพรุ่งนี้คุณทำแบบนี้ๆนะ เราก็นึกว่าจะมีคนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนเรา นักบินก็ไม่รู้เรื่องว่าจะไปทางไหน คนที่อยู่ข้างกล้องก็โบกมือกันใหญ่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ผู้กำกับจะสั่งไปทางไหนนักบินเลยบินอีกทิศทางหนึ่ง และก็บินไปซะไกลและสูงมาก เขาก็โหนยังไม่ได้ที่และไม่มีอะไรเหยียบที่เท้า พอมีแรงเหวี่ยง เขาก็ทนไม่ได้ เขาก็พยายามเอามือกว้านเพื่อทานน้ำหนักเขา แต่ก็ข้อมือเขาเจ็บมากเลยต้องปล่อยมือ”



ยังรู้สึกผิดอยู่จนถึงทุกวันนี้ใช่ไหม?
“เขา(ร้องไห้)คือถ้าเราไปวันนั้นเขาก็คงไม่เสียชีวิต ไม่มีอันเป็นไปอย่างนั้น พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรเรารู้สึกผิด รู้สึกบาป รู้สึกเสียใจที่ว่าเราไม่ได้ไป(ร้องไห้หนัก) ซึ่งเป็นคิวของหนังเรื่องอินทรีทอง แต่อีกเรื่องเขากำลังจะเอาหนังเข้าโปรแกรม เขาเลยเร่ง ซึ่งมันก็เป็นซีนจบของเขาเหมือนกัน เขาเลยขอให้ไปถ่ายให้เขาหน่อย แต่ปรากฏว่าไปทั้งวันเลยไม่ได้ถ่าย มาถ่ายตอนประมาณสี่ห้าโมงเย็นเหมือนกัน”


 
มิตร ชัยบัญชา เคยมาเข้าฝันไหม?
“เคยค่ะ(ยิ้ม) ตอนนั้นเข้าฝันบ่อน ตอนเสียชีวิตใหม่ๆเขาไปแหย่เพื่อนฝูงเขาเยอะเลย พอหลังจากนั้นก็เคยฝันถึงเขา ถามว่ามีประโยคที่อยากพูดคุยกับเขาไหม ก็ต้องบอกว่าขอโทษ ขอโทษในสิ่งอะไรที่เราเคยถกเถียงกันมา แล้ววินาทีแรกเราก็คิดว่าเราถูก แต่จริงๆแล้วเขาถูก มาถึงนานๆวันเราถึงรู้ว่าเขาพูดถูก ถ้าบอกได้ก็อยากจะบอกว่าขอโทษ ก็อโหสิให้น้องด้วยแล้วกัน”

สุดท้ายอยากบอกอะไรแฟนๆบ้าง?
“ก็อยากให้ทุกคนทุกท่านที่ยังรักและจดจำกันได้ ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุขกาย สุขใจ คิดอะไรทำอะไรสมปรารถนาทุกเรื่องทุกอย่างค่ะ(ยิ้ม)”



การทำงานใดๆสักอย่างหนึ่ง นอกจากจะสร้างรายได้ที่จะนำมาเลี้ยงชีวิตของเราได้แล้ว ผลลัพธ์ที่ทำให้อิ่มเอมใจได้ทุกครั้งที่นึกถึงคงไม่พ้นคำว่า “คุณภาพ” และ “หัวใจ” เพราะถ้าเราสามารถทำงานที่มีคุณภาพไปพร้อมๆกับมีหัวใจที่รักในอาชีพและซื่อสัตย์ต่อคนดูได้นั้น ก็เท่ากับคุณได้ก้าวเข้าไปอยู่ในใจของคนดูแล้วและในวันนี้ “เพชรา เชาวราษฎร์” ก็ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าคำว่า “อมตะ” มันมีอยู่จริง

-----------
คอลัมน์ “1 Day With ซุปตาร์”
โดย “yimyim”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 209