อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

ยายตื้นตันร้องไห้มือไม้สั่น มีข้าวหุงแทนบะหมี่กิน6คน

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตหญิงวัย 67 ปี ในห้องเช่าย่านตลิ่งชัน เลี้ยงหลาน 6 คน ดูแลน้องชายป่วยจิตเวช อาศัยบะหมี่ 1 ห่อ 2 คนกินเส้น 2 คนกินน้ำ 2 คนกินไข่ 1 คนนั่งมอง ก่อนจะมีพลเมืองดีช่วยเหลือ อาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


เรื่องราวของบะหมี่ 1 ห่อ กับ 7 ชีวิตที่ได้รับการแชร์บนโลกออนไลน์ จนทำให้หลายคนรู้สึกว่า…อยากเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ได้ช่วยเหลือ​ เพราะเคยลำบากมามากเหมือนกัน​ และขอเป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มให้บะหมี่ห่อนั้นกลายเป็นเงินได้ซื้อข้าวสารกินอิ่มท้อง
 
“ไม่เป็นไร ยายอดได้ ยายอยากให้หลาน ๆ ได้กิน” คำพูดที่แทนความเสียสละของคุณยายกาญจนา พิพัฒน์ วัย 67 ปี
 
สืบเนื่องจาก นายปรเมศร์ มีสมภพ เจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ และอาสาสมัครกู้ภัยที่มักจะลงพื้นที่ช่วยเหลือคนยากจนเสมอ ได้เดินทางที่ห้องเช่าแห่งนึ่ง ย่านตลิ่งชัน เมื่อไปถึงเขาสังเกตเห็นรองเท้าที่วางเรียงรายอยู่หน้าห้องเช่าเล็ก ๆ แห่งนี้ ทำให้เกิดความสงสัยว่า “ทำไมมีรองเท้าเยอะมากขนาดนี้ อยู่กันกี่คน”


 
ใครจะไปเชื่อถ้าไม่เห็นกับตา ภายในห้องเช่าเล็ก ๆ คับแคบเป็นที่อยู่ของครอบครัวคุณยายกาญจนา ที่พักอาศัยอยู่กับหลาน ๆ ทั้งหมด 6 คน โดยคุณยายมีอาชีพรับจ้างทำความสะอาด รายได้ครั้งละ 300 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าคนมาจ้างทุก ๆ วัน หรือบางสัปดาห์ไม่มีใครจ้างเลยก็มี

บะหมี่ 1 ห่อ ใส่ไข่ ใส่น้ำ ท่านผู้อ่านคิดว่าสามารถทำให้คุณอิ่มท้องได้แค่ไหน แต่สำหรับครอบครัวคุณยาย บ่อยครั้งต้องนั่งล้อมวงแบ่งกันกิน เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดในวันต่อไป บางวันไม่มีอะไรจะกิน คุณยายก็ต้องเดินออกไปขอข้าวที่วัดใกล้บ้าน เพื่อให้หลาน ๆ ได้กินอิ่มท้อง
 
สำหรับพ่อแม่ของเด็กแต่ละคน คุณยายกาญจนา บอกว่า บางคนก็เสียชีวิต บางคนติดคุก บางคนทิ้งไว้ไม่มาหา หรือบางคนก็ป่วยเสียชีวิต แต่นอกเหนือจากการดูแลเด็ก ๆ ทั้งหมด 6 คน ภายในห้องเช่าแห่งนี้ คุณยายต้องดูแลน้องชายที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชอีกคน ส่วนสามีของคุณยายได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เป็นสาเหตุที่ทุกวันนี้ ทำให้ทั้งหมดต้องพักอาศัยห้องภายในห้องเช่าเดือนละ 2,000 บาท

 

คุณยายกาญจนา เล่าทั้งน้ำตาว่า…
 
“ชีวิตนี้ ยายไม่ขออะไร ยายอยากให้หลาน ๆ ทุกคน ได้กิน ได้มีโอกาสเรียนสูง ๆ บ้าง ยายยอมอดยอมเหนื่อยเพื่อให้หลาน ๆ ได้กิน บางครั้ง ยายไม่มีเงิน ยายต้องเดินไปขอข้าววัด เพื่อให้หลาน ๆ ได้กิน หรือบางทีซื้อก็ไปซื้อบะหมี่มา 1 ห่อ ใส่ไข่ ต้มน้ำ แล้วให้หลาน ๆ ได้กิน ส่วนยายถ้ามีข้าวเปล่า น้ำพริก ยายก็นั่งกิน แต่ถ้าไม่มี ยายก็นั่งดูหลาน ๆ กิน ถึงแม้จะกินกันไม่อิ่ม แต่ยายก็จะพยายามดูแลให้ดีที่สุด จนกว่ายายจะตายนั้นแหละ...”
 
นายปรเมศร์ บอกว่า สิ่งที่เห็นเป็นภาพที่หดหู่มาก เมื่อเห็นเด็ก ๆ แต่ละคนอายุยังไม่มาก แต่ต้องมาเผชิญชีวิตด้วยความยากลำบากเช่นนี้ โดยจะเห็นว่ามี 2 คนกินเส้น 2 คนกินน้ำ 2 คน กินไข่ 1 คนต้องนั่งดูทั้งน้ำตา เป็นภาพที่สลดใจมาก ๆ ซึ่งใครจะคาดคิดว่าชีวิตแบบนี้จะมีอยู่จริงในกรุงเทพฯ เมืองแห่งความเจริญ


 
แต่เพียง 1 วันเท่านั้นน้ำใจคนไทย หลังจากที่นายปรเมศร์ ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้ความช่วยเหลือครอบครัวคุณยายกาญจนาและหลาน ๆ และได้นำเรื่องราวเยแพร่ในสื่อออนไลน์ กระทั่งมีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ให้ความสนใจ หยิบยื่นความช่วยเหลือ โอนเงินเข้าบัญชีของคุณยายโดยตรง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณยาย น้องชายที่กำลังป่วย และหลาน ๆ ทั้งหมด 6 คน

“ตอนนี้จากที่เมศประเมินโดยละเอียดรอบด้านแล้ว ยอดเงินน่าจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตต่อไป เมศจึงขอปิดรับบริจาค ผมน้อมรับทุกความคิดและเข้าใจความรู้สึกเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ส่งข้อความมาต่อว่า...ทำไมถึงไม่บอกที่อยู่ของครอบครัวคุณยาย ต้องขอโทษทุกคนครับ คุณยายและหลาน ๆ อยู่ในห้องเช่าที่เปิด ใคร ๆ ก็สามารถเดินทางเข้าไปได้ และคุณยายอายุมากแล้ว ยังมีหลานผู้หญิงอีก ผมมองเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกครับ เมศขอขอบคุณเพจต่าง ๆ สำนักข่าวต่าง ๆ ที่ร่วมเป็นสื่อกลางในความช่วยเหลือ และขอขอบคุณทุกคนที่ส่งมอบความช่วยเหลือมาให้คุณยายและหลาน ๆ ครับ” นายปรเมศร์ กล่าว



คุณยายกาญจนา น้ำตาไหล มือไม้สั่นไปหมด และฝากคำพูดทิ้งท้ายว่า...
 
“...ไม่คิดว่าจะมีคนช่วยเหลือยายมากขนาดนี้ ยายขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ช่วยเหลือ ยายจะตั้งใจทำงานเหมือนเดิม และจะดูแลหลาน ๆ ทุกคนให้ดีที่สุด ยายขอหยุดความช่วยเหลือเท่านี้ ยังมีคนที่เขาลำบากกว่ายายอีก ยายขอขอบคุณทุก ๆ”
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : @Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่ 





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%

บอกต่อ : 285