อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

รอดไม่รอด!!"บิ๊กตู่" ลุ้นฝีมือแก้มรสุมถล่มเศรษฐกิจ

สัปดาห์นี้กับผลกระทบจาก “ไวรัสอู่ฮั่น” หนึ่งปัจจัยลบที่กระหน่ำซัดเเศรษฐกิจไทย แถมยังมีอีกหลายปัจจัยที่ถาโถมเข้ามา ต้องลุ้นฝีมือรัฐบาลแก้มรสุม จันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


คลอดมาแล้วกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของ “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่มีผลต่อการท่องเที่ยวไทย แบบชนิดที่เรียกว่า”สาหัส สากรรจน์” กันทีเดียว

หลายสำนักวิจัยต่างคาดหมายกันว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมีไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อมากเกินไปกว่า 3 เดือน แต่หากไม่สามารถหยุดยั้งได้เร็ว ความเสียหายก็ย่อมมีมากกว่านั้นแน่นอน

ขณะที่องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิ้ลยูเอชโอ ได้ประกาศให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งกำเนิดที่เมืองอู่ฮั่นของจีน “เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ”

นั่น!!หมายความว่า ทุกประเทศในโลกใบนี้ต้องยกระดับการดูแล การป้องกันไวรัสอู่ฮั่น ในระดับ “ธงแดง” หรือ “เข้มข้น” มากยิ่งขึ้น



เท่ากับว่า...เมื่อทุกอย่างดูแล เฝ้าระวัง แก้ปัญหาอย่างเข้มข้น...นั่น !! หมายความว่า ความเชื่อมั่น ความไว้ใจ ความเข้าใจ จะกลับคืนมา

ส่วนความมั่นใจของไทยล่าสุด!! ครม.เศรษฐกิจเมื่อปลายสัปดาห์ ก็คลอดมา 4 มาตรการเพื่อพยุงการท่องเที่ยว ทั้งการสื่อสารให้เข้าใจ ทั้งการยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นวันสต๊อปเซอร์วิส

ที่สำคัญยังมีมาตรการเยียวยาธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การยืดเวลาชำระหนี้ การลดค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงอากาศยาน รวมไปถึงการเร่งหาตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ มาเสริม

ส่วนปัญหาเรื่องของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา หรือค่าวีซ่า รวมไปถึงการยกเลิกการจัดทำวีซ่าหน้าด่านหรือวีโอเอ ต้องยอมรับว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่ง ณ เวลานี้ จะมาเถียงกันคงไม่ใช่ที่

สุดท้าย!! ก็อาศัยการยื้อเวลา ด้วยการตั้ง “บอร์ดอำนวยความสะดวกด้านท่องเที่ยว” ขึ้นมา แล้วไปหาข้อดีข้อเสียให้ชัดเจน



เรียกได้ว่า ณ เวลานี้ ทุกอย่างต้องยืนอยู่บนข้อมูล เพราะอย่าลืมว่า นักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย เพราะมีกว่า 10 ล้านคนทีเดียว

ผลกระทบจาก “ไวรัสอู่ฮั่น” ถือเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยลบเท่านั้น ที่กระหน่ำซัดเข้ามาที่เศรษฐกิจไทย ยังมีอีกหลายปัจจัยลบ ที่ถาโถมเข้ามา

ล่าสุด...ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาแจงละเอียดยิบว่า ผลกระทบจากปัจจัยลบแต่ละด้าน แต่ละด้านนั้นหนักหนาสาหัสอย่างไร

อย่างกรณีของไวรัสอู่ฮั่น ก็ส่งผลต่อการท่องเที่ยวถึง 1.17 แสนล้านบาท แถมยังมีผลต่อการส่งออกอีก 15,500 ล้านบาท ส่วนเรื่องงบประมาณปี 63 ที่ยังเบิกจ่ายไม่ได้ ล่าช้าออกไปอีก ก็ทับถมเศรษฐกิจไทยไปอีก 77,500 ล้านบาท

ด้านภัยแล้ง ที่มีผลโดยตรงต่อบรรดาเศรษฐกิจฐานราก ก็ส่งผลกระทบมากถึง 10,200 ล้านบาท ขณะที่ปัญหาฝุ่นพิษ 2.5 พีเอ็ม ก็มีผลต่อเศรษฐกิจ ราว ๆ 6,200 ล้านบาท



หากนับรวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดรวมกัน ม.หอการค้าไทย ก็เชื่อว่าสารพันปัญหาครั้งนี้ มีผลต่อเศรษฐกิจมากถึง 226,700 ล้านบาทกันทีเดียว หากนำมาคำนวณเทียบสัดส่วนกับจีดีพีไทย ก็คิดเป็นประมาณ 1.3%

พูดง่าย ๆ หากไม่มีมาตรการอะไรออกมาเยียวยา หรือสถานการณ์ยังคุมไม่อยู่ ไม่ดีขึ้น ลากยาวไปนานกว่านี้ การคาดการณ์เศรษฐกิจที่เคยคิดกันไว้ที่ 2.8% ก็อาจหัวปักหัวปำโงหัวได้เพียง 1.5% เท่านั้น

ณ เวลานี้ อย่าลืมว่าทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันเพื่อจะบรรเทาผลกระทบจากพายุแต่ละลูก ดังนั้น จึงเร็วไปที่จะออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยในปีหนู โตไม่ถึง 2%

เพราะช่วงนี้เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น และเริ่มมีมาตรการออกมา ดังนั้น จึงต้องอาศัยระยะเวลา รอดูว่า สถานการณ์ดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด

แต่โดยหลักการแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็คิดกัน เงินหายไปเท่าไหร่? ก็ต้องหามาเติมให้ได้เท่านั้น!! หรือถ้าจะให้ดีก็ต้องเติมเงินให้มากกว่าส่วนที่หายไป



ปัญหา!! อยู่ที่ว่าจะเร่งหาเงินมาจากที่ใด นี่สิ!! เรื่องใหญ่ ทั้งหลายทั้งปวง จึงหนีไม่พ้น บรรดารัฐวิสาหกิจ ที่มีโครงการต้องลงทุนอยู่แล้ว ก็ต้องเร่งเบิกจ่าย เร่งลงทุน เร่งใช้เงิน อัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

ขณะที่ภาคเอกชนเอง แม้ยังหวาดผวากับค่าเงินบาทที่แข็งค่า แม้จะอ่อนลงมาบ้าง แต่ปัญหา!!! คือ เรื่องของความเชื่อมั่น ยอมที่จะควักเงินออกมาลงทุนมากน้อยเพียงใด ทั้งที่รัฐบาลอัด “แรงดึงดูด” เข้าไปสารพัด!!

เรื่องราวทั้งหมด กำลังเป็นที่พิสูจน์ฝีมือของรัฐบาล “บิ๊กตู่” ว่าจะรับมือเรื่องราวทั้งหมดได้มากน้อยเพียงใด อย่าลืมว่า... เวลานี้คะแนนนิยม!! ของรัฐบาลกำลังดิ่งเหว!!

หากทำได้ เก้าอี้รัฐบาลก็มั่นคง หากทำไม่ได้เพราะมัวแต่ “เล่นการเมือง” กันอยู่ หรือไม่มีฝีมือจริง ๆ ก็อยู่ไม่รอด!!
............................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 94