อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

"ฝ่ายเสธ.กับ ผบ.-คอหอยกับลูกกระเดือก" ตอนจบ

บางครั้งการประกาศข้อตกลงใจของ ผบ.นั้นก็เป็นไปตามข้อเสนอของฝ่ายเสธ. ยังผลให้ฝ่ายเสธ.ทั้งหลายต่างพากันยืดอก แต่..... จันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.00 น.


ภารกิจที่เราได้รับมาในชั้นแรกนั้น โดยทั่วไปจะขาดรายละเอียด โดยเฉพาะมักไม่มีรายละเอียดในการปฏิบัติอย่างที่ผมยกตัวอย่างที่ให้ข้าราชการไปจัดการกับม็อบแล้วมอบภารกิจว่า “เด็ดขาดตามกฎหมายแต่อะลุ่มอล่วย”
 
อันนี้ก็ต้องมาวิเคราะห์กันแหลกลาญว่าจะทำให้ได้อย่างไร เมื่อชัดเจนกับภารกิจแล้วก็จึงจะเข้าสู่ขั้นที่  4 และ 5 ซึ่งงานนี้ทั้งผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการจะทำงานไปพร้อม ๆ กันคือการใช้จินตนาการวาดภาพการปฏิบัติที่ทางฝ่ายอำนวยการเรียกว่า “การประมาณการ” ส่วนทางฝ่าย ผบ.นั้นเรียกว่า “การประมาณสถานการณ์”

ฝ่ายอำนวยการทำ “ประมาณการ” เพื่อให้ได้ “ข้อเสนอ” ต่อผู้บังคับบัญชา ส่วนผู้บังคับบัญชาทำ “ประมาณสถานการณ์” เพื่อให้ได้ “ข้อตกลงใจ”

ยุ่งหน่อย แต่คงไม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตามสมัยนิยมนะครับ…

พอฟังความเห็นจากการประมาณการและข้อเสนอแนะจากฝ่ายเสธ.บวกกับการประมาณสถานการณ์ของตัวเอง หรืออาจจะเพิ่มเติมเสียด้วยคำพยากรณ์จากโหรคู่ใจและคอลัมน์หมอดูในนิตยสารที่น่าเชื่อถือ (ต้องเห็นใจกันครับ จำเรื่อง “ขาแหย่อยู่ในตะรางข้างหนึ่ง” ของ ผบ.ได้ไหม) ผู้บังคับบัญชาก็จะตัดสินใจแล้วสั่งการอย่างโอ่อ่าในรูปของ “การประกาศข้อตกลงใจ”

อันนี้เหมือนหวยออกครับ…
 
เพราะบางครั้งการประกาศข้อตกลงใจของ ผบ.นั้นก็เป็นไปตามข้อเสนอของฝ่ายเสธ. ยังผลให้ฝ่ายเสธ.ทั้งหลายต่างพากันยืดอกแล้วหันไปสบตากับใครต่อใครอย่างภาคภูมิ แต่ก็มีบ่อยครั้งไปที่ ผบ.ไม่เอาตามฝ่ายเสธ.ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กันห้าร้อยกว่าข้อ อันนี้ฝ่ายเสธ.อาจเสียหน้านิดหน่อยเพราะตระหนักดีเรื่อง “ขาอยู่ในตะรางข้างหนึ่ง” ของนาย แต่ไม่เป็นไรเพราะยังมีงานที่จะต้องทำอีกเยอะ มีเรื่องต้อง “ทำประมาณการ” ทำ “ข้อเสนอแนะ” อีกหลายกระบุงโกย

รวมทั้งงานที่นายเขาเพิ่งสั่งมาแหม็บ ๆ ด้วย…



พอ ผบ.ประกาศข้อตกลงใจแล้ว ก็เข้าสู่งานขั้นที่ 6 คือการจัดทำแผนหรือคำสั่ง   เห็นด้วยครับกับ “ภาษาทหาร”ว่ามันยุ่งจังเฟ้ย อย่างคำว่า “แผน” กับ “คำสั่ง” ที่ฝ่ายเสธ.ต้องไปทำนี่ก็เหมือนกัน

บางครั้งการสั่งการของ ผบ.อาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน หรือบางทีก็ไม่แน่ว่าจะต้องทำตามนั้นหรือไม่ เพราะในอนาคตสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นแค่การ “เตรียมการ” รับสถานการณ์ไว้เฉย ๆ แต่ ผบ.ก็ต้องสั่งการไว้ก่อน อันนี้เรียกว่า “แผน”

แต่เมื่อใดก็ตามที่นายสั่งการให้ทำตามแผนปั๊บ...แผนนั้นก็จะกลาย สภาพเป็น “คำสั่ง” ทันที...เข้าใจตรงกันนะครับ ไม่ต้องเชิญมาปรับทัศนคติเพราะเลิก ม.44 ไปแล้ว

ตานี้เพื่อป้องกันลูกมั่วจากคนเขียนแผนคือฝ่ายเสธ. และเพื่อให้ขาของนายปลอดจากตะราง หรือให้มั่นใจว่าฝ่ายเสธ.หัวแข็งได้นำข้อคิดเห็นของโหราพยากรณ์ไปใส่ไว้ในแผนหรือคำสั่งนั้นเรียบร้อยแล้ว ปรมาจารย์ฝ่ายเสธ.จึงกำหนดให้มีขั้นตอนต่อไปคือขั้นการ “อนุมัติแผนหรือคำสั่ง” ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นของ ผบ.โดยเฉพาะ โดยฝ่ายเสธ.จะเสนอแผนหรือคำสั่งที่ตัวเองไปทำมาให้นายตรวจอีกเที่ยวหนึ่งก่อน

นายอาจเรียกมาเขกหัวแล้วให้กลับไปแก้แผนมาใหม่ จากนั้นก็อ่านแล้วอ่านอีกจนพอใจ จึงลงนามรับสภาพหนี้ แผนหรือคำสั่งนั้นจึงจะมีผลตามกฎหมายพร้อมที่จะนำไปปฏิบัติได้

จากนั้น แผนหรือคำสั่งที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนี้ก็จะเข้าสู่งานขั้นต่อไปของฝ่ายเสธ.คือการ “แจกจ่ายแผนและคำสั่ง” อันเป็นขั้นการทำงานที่ 8 จะจัดส่งทางพลนำสาร ทางวิทยุ ทางโทรสาร หรือตอนนี้ทันสมัยจะส่งทางอีเมล์ดอตคอม.แต่ห้ามใช้มอเตอร์ไซค์ตระกูลแกร็บทั้งหลาย เพราะไม่ปลอดภัย

ตานี้ความโกลาหลในสนามรบก็เกิดขึ้นเมื่อหน่วยรองได้รับคำสั่งไปแล้วต่างนำไปปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์...ไชโย ไชโย ไชโย

ก็มาสู่งานขั้นที่ 9 สุดท้ายคือ “การกำกับดูแล” อันนี้เป็นงานร่วมกัน ผบ.ก็ต้องกำกับดูแล ฝ่ายเสธ.ก็ต้องช่วยท่านกำกับดูแล…

เพื่อว่าจะได้ไม่ต้องมีรถน้ำแต่ไม่มีน้ำอย่างที่ผมเคยเจอะมาแล้วไง

จบ...
..............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 101