อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

"โรคฮีโมฟีเลีย…เลือดออกง่ายหยุดยาก"

โรคฮีโมฟีเลีย เป็นโรคเลือดออกง่ายแต่กำเนิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการสร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่เรียกว่าแฟคเตอร์ 8 ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลีย เอ พบได้ร้อยละ 80-85 และแฟคเตอร์ 9 ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลีย บี พบได้ร้อยละ 15-20 อาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30 น.

      
   โรคฮีโมฟีเลีย เป็นโรคเลือดออกง่ายแต่กำเนิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการสร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่เรียกว่าแฟคเตอร์ 8 ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลีย เอ พบได้ร้อยละ 80-85 และแฟคเตอร์ 9 ทำให้เกิดโรคฮีโมฟีเลีย บี พบได้ร้อยละ 15-20
       
   ฮีโมฟีเลีย ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยผ่านทางโครโมโซมเพศชนิด X ดังนั้นมักเกิดโรคในเพศชาย โดยเพศหญิงที่มียีนแฝงของ โรคนี้ จะไม่เกิดโรคนี้แต่สามารถส่งผ่านความผิดปกติไปให้บุตรชายได้



   ความรุนแรงของโรค
         ระดับความรุนแรงของโรค แบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ
         1.          ระดับรุนแรง ระดับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดน้อยกว่า 1% ทำให้คนไข้มีโอกาสเลือดออกได้เอง หรือเลือดออกภายหลังบาดเจ็บเล็กน้อย
         2.          ระดับรุนแรงปานกลาง ระดับปัจจัยการแข็งตัวของเลือด 1-5% จะมีเลือดออกเมื่อเกิดการล้มหรือกระแทก
         3.          ระดับรุนแรงน้อย ระดับปัจจัยการแข็งตัวของเลือด  5-40% เลือดออกมากเมื่อถอนฟัน หรือเกิดการบาดเจ็บรุนแรง
ลักษณะเลือดออกในโรคฮีโมฟีเลีย
         อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ เลือดออกในข้อที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ เช่น ข้อเข่าหรือข้อเท้า ซึ่งทำให้เจ็บ ไม่สามารถขยับข้อเดินได้ลำบาก เลือดออกที่ข้อศอกทำให้ร้องไห้เวลาที่ใส่หรือถอดเสื้อ        ไม่ใช้แขนข้างนั้น เลือดออกในชั้นกล้ามเนื้อหรือใต้ผิวหนังซึ่งทำให้พบรอยช้ำหรือรอยพรายย้ำ ที่ตำแหน่งแขนและขา หรือช่วงหลัง  ฉีดวัคซีน อาจพบเลือดออกเป็นก้อนเลือดตรงบริเวณที่ฉีดวัคซีนได้
         ในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี วัยนี้ชอบวิ่งเล่น อาจพลัดตกศีรษะกระแทกพื้น และเกิดเลือดออกในสมองได้  ซึ่งทำให้เด็กซึม ปวดศีรษะ อาเจียน และชักได้
การปฏิบัติตัวและดูแลผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย
         1. รับการฉีดวัคซีนเหมือนเด็กทั่วไป ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และควรกดห้ามเลือดภายหลังการฉีดวัคซีน
         2. การตรวจเช็กฟันเป็นประจำ และหมั่นแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันฟันผุ
         3. เด็กเล็กแนะนำให้ใส่สนับเข่าหรือสนับข้อศอกเพื่อป้องกันการกระแทก
         4. ใส่รองเท้าที่คลุมข้อเท้าเพื่อป้องกันการเกิดข้อเท้าพลิกในเด็กเล็ก
         5. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาที่รุนแรงเช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล ชกมวย สเกตบอร์ด
         6. เมื่อขี่จักรยานแนะนำให้ใส่หมวกกันน็อกเพื่อป้องกันศีรษะกระแทก
         7. เด็กโตไม่แนะนำให้ขี่จักรยานยนต์เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
         8. ควรมีจดหมายติดตัวรวมทั้งการแจ้งคุณครูที่โรงเรียนถึงโรคของผู้ป่วยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเลือดออกที่โรงเรียน
การรักษาเบื้องต้นเมื่อเกิดภาวะเลือดออกในข้อ
         •  ควรทำการประคบเย็นเพื่อหยุดเลือดออกและลดความเจ็บปวด ใน 24 ชั่วโมงแรก
         • ไม่ควรเคลื่อนไหวข้อที่เกิดเลือดออกเพราะอาจเกิดเลือดออกซ้ำ
         • รีบให้แฟคเตอร์ทดแทนทันทีเพื่อช่วยหยุดเลือดออก ในผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย เอ ควรได้รับแฟคเตอร์ 8 (factor VIII) ส่วนในผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย บี ควรได้รับแฟคเตอร์ 9 (factor IX)
         • หลังจาก 24-48 ชั่วโมงควรประคบอุ่น เพื่อช่วยละลายเลือดที่อยู่ในข้อเพื่อทำให้ข้อยุบบวมลง
         • ไม่ควรลงน้ำหนักข้อประมาณ 1 สัปดาห์
         • เมื่อความเจ็บลดลงควรเริ่มบริหารข้อนั้นเพื่อกลับมาให้ใช้งานได้เหมือนเดิม
         • ถ้ายังไม่ดีขึ้นควรติดต่อศูนย์ฮีโมฟีเลียที่รักษาเพื่อประเมินอาการเลือดออก
         • ภาวะเร่งด่วนที่ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองต้องรีบไปโรงพยาบาล ได้แก่อุบัติเหตุที่ศีรษะ คอ ช่องท้อง หรือเลือดออกที่กล้ามเนื้อใหญ่



         ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย จึงขอเชิญผู้สนใจรับความรู้เกี่ยวกับโรคฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดออกง่ายหยุดยาก ในงานโลหิตวิทยาพบประชาชน ครั้งที่ 18 เรื่อง “เลือดออกง่าย...ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม” วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1210 โซน B ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ภายในงาน มีการให้บริการตรวจกรุ๊ปเลือด และความเข้มข้นของเลือดโดยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์เฉพาะทางสาขาโลหิตวิทยา มาร่วมเติมเต็มสุขภาพเพื่อตัวคุณ และคนที่คุณรักก่อนใคร สำรองที่นั่งฟรี! พร้อมรับของที่ระลึก ภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โทร.   0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 และสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย โทร. 0-2716-5977
        
     ข้อมูลจาก ผศ.พญ.พัชรี คำวิลัยศักดิ์ สาขาโลหิตวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย.

.....................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33