อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ปัญหา'หน้ากากอนามัย' อีกหนึ่งแรงกระแทกรัฐบาล

สัปดาห์นี้กับเรื่องราว “หน้ากากอนามัย” ราคาแพง สะท้อนกึ๋นรัฐบาล ที่ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด รวดเร็ว จันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


ยังไม่รู้ว่า... ณ เวลานี้ “ไวรัสอู่ฮั่น” จะไปถึงที่สิ้นสุดกันเมื่อใด? และสุดท้ายแล้ว...ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะหนักหนาสาหัสอย่างไร? สารพัดคำถาม? ที่เกิดขึ้น เอาเข้าจริง...ก็ไม่มีใครสามารถตอบคำถามที่แท้จริงได้

ทั้งหมดคงต้องตามติด เกาะติดสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด พร้อมๆ กับ...การหันมาย้อนมองดูตัวเอง...ว่า ได้หาวิถีทางที่จะดูแลตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยหรือยัง? ดั่งคำพระที่ว่า “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” ... ตนนั้นแล เป็นที่พึ่งแห่งตน

เพราะอะไร? รู้กันมั๊ยคะ...ก็ดูสิ!! เพียงแค่เรื่องหน้ากากอนามัย!! ก็ถูกวิพาษก์วิจารณ์กันกระหน่ำ แถมกระแสดราม่าผ่านโลกโซเชียลกันยกใหญ่



ทั้ง...เรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ที่เปิดขายหน้ากากอนามัยช้ากว่าที่กำหนด ทั้ง...การแจกหน้ากากอนามัยให้กับฝรั่งแล้วถูกปัดมือ ทั้ง...กระแสแย่งกันซื้อที่ทำเนียบรัฐบาล และอีกมากมาย

แต่ที่น่าดูชม คือ “ทั้งเมือง” ต่างพากันฟ้องว่าหน้ากากอนามัย ไม่มีขาย แทบทุกแห่งหน ขาดแคลนยังไม่พอ ยังโก่งราคาขายไม่รู้กี่เท่าตัวอีกต่างหาก

ขณะที่ซีกรัฐบาล!! กลับดาหน้าออกมาตอบโต้ว่า “ไม่ขาดแคลน” แล้วแก้เกมส์ โดยนำออกมาแจก ออกมาขายในราคาต้นทุนแท้ๆ ไม่ได้เอากำรี้กำไรอะไร? แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกระแสดราม่าว่า “ขายแพง”

กลายเป็นดราม่าทั่วกรุง กับ “เรื่องหน้ากาก” ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต อะไร ด้วยซ้ำ เพียงแค่...รู้วิธีกระจายให้ทั่ว ก็แก้ปัญหาไปได้เปราะหนึ่งแล้ว

ขณะเดียวกันรัฐบาลประกาศให้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และใยสังเคราะห์สำหรับทำหน้ากากอนามัย เป็นสินค้าควบคุม หากจะส่งออกเกิน 500 ชิ้น ก็ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ ด้วยความคาดหวังว่า...จะไม่ทำให้ “ตลาดปั่นป่วน”



ทั้งหลายทั้งปวง.... ก็เพื่อป้องกันการขาดแคลน เพราะที่ผ่านมา มีการนำหน้ากากอนามัยส่งออกกันเกินพิกัด แล้วนำไปขายออนไลน์ สร้างมูลค่าเพิ่มอีกต่างหาก

เรื่องราวของปัญหา “หน้ากากอนามัย” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในการกำกับดูแลสินค้าและบริการภายในประเทศ  ที่ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด อย่างรวดเร็ว

แถมยังมีเรื่องของการย้ำถึง “สต๊อก”  ว่า...มีเท่าโน้นเท่านี้ โรงงานเพิ่มกำลังผลิตมากขึ้นแล้วเป็นวันละ 5 ล้านชิ้น 6 ล้านชิ้น แต่คำถามคือ...แล้วทำไมประชาชนคนเดินถนนถึงหาซื้อไม่ได้

ที่สำคัญ!! ยิ่งมายุคนี้...สมัยนี้ การให้ความสำคัญกับการ “เปิดงาน-ตัดริบบิ้น” กลับกลายเป็นประเด็นใหญ่มากกว่าการลงมือทำ เพราะประกาศตัวเป็น “รัฐอิสระ” ก็ต้องทนกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้

สะท้อนให้เห็นได้จากกระแสดราม่า ในการ “ทำพิธีเปิด” ขายหน้ากากอนามัย เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ถูกกระแสโจมตีหนักมาก ต่อให้เจ้ากระทรวงเพิ่งกลับมาจากการไปปฎิบัติภารกิจราชการที่ต่างประเทศก็ตาม



นาทีนี้ คงไม่มีใครสน!! เพราะเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเอง เหมือนเรื่องหน้ากากอนามัย !!

เอาเป็นว่า “การกลับลำ” โดยการนำหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายให้กับประชาชน 3 แสนชิ้น ที่ทำเนียบรัฐบาล ขายที่กระทรวงพาณิชย์ 2 แสนชิ้น และที่ร้านธงฟ้า 820 แห่งทั่วประเทศ อีก 5 แสนชิ้น

รวมทั้งการเร่งไปยังโรงงานผลิต ให้เร่งเพิ่มกำลังการผลิตเป็นเดือนละ 50 ล้านชิ้น เพื่อดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนในประเทศ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้มากน้อยเพียงใด ก็ต้องรอดู รอพิสูจน์ฝีมือกันต่อไป

เพียงแค่การออกมาโชว์ผลงาน ว่าออกจับร้านโน้นร้านนี้ ที่ขายแพง ที่กักตุน หรือการงัดโทษ จำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ออกมาขู่ คงไม่เพียงพอ หรือ “ซื้อใจ” ประชาชนได้

อย่าลืมว่า “แต้มสะสม” ที่รัฐบาลยังสางไม่ออกนั้น กำลัง “ก่อตัว” เพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากคนไทย “ทนไม่ได้” สุดท้าย!!! ผลจะสะท้อนไปยังรัฐบาล ต่อให้...เปลี่ยนตัว เปลี่ยนขุนพล เปลี่ยนรัฐมนตรี ถ้าไม่ถูกใจ ถ้าไม่มีฝีมือ ก็ไลฟ์บอย ค่ะ...
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

บอกต่อ : 103