อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

"เชฟคีตา" ชวนทำขนมหวานวันวาเลนไทน์

สัปดาห์นี้ “เจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน” อย่าง “เชฟคีตา” ชวนทำขนมหวานเนื่องเทศกาลวาเลนไทน์กับเมนูสร้างสรรค์สวยงามน่ารับประทาน จันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.


ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์ "เชฟคีตา" รองแชมป์รายการ Master Chef Junior Thailand Season 2 เมนูที่เธอสร้างสรรค์ในรายการ ได้ถูกเลือกให้เป็นจานที่ดีที่สุดถึง 5 เมนู หลายสัปดาห์ติดๆ กัน และส่วนใหญ่เมนูที่ทำจะเป็นของหวานหรือนำของคาวมาพลิกแพลงเป็นของหวานได้ จนได้รับฉายาว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน”

เพิ่งสนใจการทำอาหารเพียง 2 ปีเท่านั้น

ผมให้เชฟคีตาแนะนำตัวเองยาวๆ ให้ผมฟัง เธอชื่อ ด.ญ.คีตกานท์ พงษ์ศักดิ์ อายุ 12 ปี เป็นลูกคนโตในพี่น้องผู้หญิงสามคน ปัจจุบันเรียนอยู่ที่โรงเรียน Bangkok Prep ชั้น Year 8 ตั้งแต่เด็กทำกิจกรรมเกือบทุกอย่าง ทั้งดนตรี เล่นไวโอลิน เปียโน ร้องเพลง เต้น กีฬาชอบวอลเล่ย์บอล แบดมินตัน ส่วนทำอาหารเพิ่งมาสนใจตอนอายุ 10 ขวบ มีคุณน้าช่วยสอนให้ตอนปิดเทอม

เมนูแรกที่ทำยังไม่ใช่ขนมหวาน

เชฟคีตาถ่อมตัวว่าเธอจำสูตรอาหารไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำเมนูไหนก็จะทำเป็นเดือนเพื่อให้จำขึ้นใจไปเลย เมนูแรกที่ทำคือ “พาสต้าเส้นสดคาโบนาร่า” เพราะชอบกิน เธอนวดแป้งและทำเส้นเอง ส่วนเมนูที่ 2 ที่ลองทำก็ยังไม่ใช่ขนมหวานอยู่ดี แต่เป็นเมนู “ข้าวผัดกุ้ง” เพราะเปิดตู้เย็นที่บ้านมีกุ้งเยอะมาก เลยอยากทำเมนูข้าวผัดกุ้งให้น้องกิน (และน้องก็ได้กินเมนูนี้ไปอีกหนึ่งเดือน) ผมถามเชฟคีตาว่าเธอชอบกินอาหารชาติไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า เธอบอกว่าชอบกินหมดทุกชาติ ไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น แต่เวลาไปร้านอาหาร ชอบร้านประเภทที่ต้องทำเอง อย่างเช่น ชาบู ปิ้งย่าง เธอชอบกินร้อนๆ ดมกลิ่นหอมๆ ขณะที่ทำ



ลองสมัคร Master Chef Junior

มีเพื่อนของคุณแม่ส่งไลน์มาบอกว่ามีรายการเปิดให้เด็กแข่งขันทำอาหาร เชฟคีตาสนใจและไม่รู้จักรายการนี้มาก่อนเลย นอกจากเขียนใบสมัครส่งไปแล้ว ยังต้องส่งคลิป VDO แนะนำตัวภายใน 5 นาที วันนั้นเชฟคีตาได้สาธิตการทำเมนูพาสต้าคาโบนาร่า เพราะเป็นเมนูที่มั่นใจที่สุด พอผ่านเข้ารอบออดิชั่น ทุกคนต้องไปโชว์ตัวที่สตูดิโอ เขฟคีตาได้นำเมนู “ไก่มูส ไก่โรล และโปเตโต้ฟองดอง” ไปอธิบายให้กรรมการฟัง ก็ผ่านเข้ารอบ 60 คนได้รับใบประกาศ แล้วก็ไปคัดรอบสุดท้ายต้องสาธิตการทำสด ๆ เชฟคีตาเลือกทำเมนู “พะแนงอกเป็ด” เธอบอกว่าเปิดดูสูตรในอินเทอร์เน็ตและ youtube แล้วทำออกมา ลองให้คุณพ่อคุณแม่ชิมบอกว่าอร่อย เลยใช้เมนูนี้มาทำที่สตูดิโอ ในที่สุดเชฟคีตาก็ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ

เอาจริงกับการทำอาหาร

เมื่อเข้าแข่งขัน จากเดิมที่มีคุณน้าช่วยสอนทุกวันอาทิตย์ ก็เริ่มไปเรียนทำอาหารกับเชฟเพื่อให้ได้ทักษะพื้นฐานในการทำอาหาร ตอนนั้นฝึกเกือบทุกวัน หลังจากเลิกเรียนที่โรงเรียน ก็จะมาเรียนกับเชฟเกดและเชฟเต้ยจนดึก วันเสาร์และอาทิตย์ก็จะเรียนแบบเต็มวัน เรียนทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เชฟคีตาบอกว่า อาหารคาวพอจะกะๆ ได้ แต่ถ้าเป็นของหวานการตวงสัดส่วนทุกอย่างต้องเป๊ะ จากที่ไม่เคยจำสูตร คราวนี้ต้องจำให้ได้ พอเข้ารอบลึกก็ได้มาเรียนกับเชฟอาร์ เพื่อทำเมนูที่ยากขึ้นไปอีกขั้น แม้จะจบรายการไปแล้ว เชฟคีตาก็ยังเรียนทำอาหารกับเชฟอาร์ทุกสัปดาห์



ทบทวนเมนูที่ดีที่สุดประจำสัปดาห์

1. เมนูที่ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จัก ถึงไม่ชนะแต่คนจำว่าเชฟคีตาทำขนมหวานเก่ง โดยนำตอร์เตลลินีเส้นสดมาทำเป็นของหวาน ชื่อจานนี้ว่า “ตอร์เตลลีนี หวานซ่อนเปรี้ยว” ข้างในมีไส้สับปะรดและแอปเปิ้ลกับซินเนมอน 2. เมนูที่ชนะและทำให้ได้ฉายา "เจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน” เชฟคีตาทำเมนู "ชูชูลาลาลอย" ที่ผสานขนมไทยอย่างบัวลอยเข้ากับขนมฝรั่งเศสอย่างชูครีม 3. เมนูปิดตากับกล่องปริศนา "ฟูซิลลีแกงเขียวหวานทะเลยอดมะพร้าวอ่อน เสิร์ฟพร้อมกับโพชเอ๊ก" หลังจากได้ปิดตาชิม จานนี้เชฟคีตาทำอาหารออกมาได้เกือบเหมือนต้นฉบับมากที่สุด ขาดองค์ประกอบไปอย่างเดียวคือ ยอดมะพร้าวอ่อน 4. เมนู "หมูสับสามช่า ชะชะช่า" ชูวัตถุดิบหลักอย่างหมูสับให้โดดเด่น 5. เมนูของคาวผสมของหวาน "คเยรันปัง ปังจังคี" เชฟคีตาออกแบบองค์ประกอบของจานนี้ให้สามารถกินแยกเป็นของคาวก็ได้ หรือเป็นของหวานก็ได้

นอกจากเมนูอาหารที่สร้างสรรค์แล้ว ผมคิดว่าชื่อแต่ละเมนูก็สร้างสรรค์ไม่แพ้กัน เชฟคีตาออกตัวว่าปกติจะไม่ค่อยเก่งเรื่องคิดชื่อ แถมเป็นคนที่ตัดสินใจเลือกอะไรนานมาก แต่พออยู่ในรายการทุกอย่างต้องทำให้เร็วและทำให้ทัน ผมขอให้เชฟคีตาทวนฉายาให้ผมฟังอีกที เชฟคีตาตอบเสียงเบา ๆ ว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวาน” (เขินมาก) ผมถามเธอว่า มีอาหารหรือขนมเมนูไหนที่อยากเรียนรู้และอยากทำให้ดีขึ้นอีกหรือไม่ เชฟคีตาบอกว่าอยากเรียนทำขนมไทย เพราะเธอชอบกินขนมไทยและคิดว่าขนมไทยซับซ้อนมาก เธอเคยทำขนมครกในรายการก็จริง แต่เป็นแบบดัดแปลงให้เป็นอาหารคาว เชฟคีตาเล่าว่าได้ลองทำขนมครกจริง ๆ กับเพื่อนที่โรงเรียนซึ่งยังไม่อร่อยเสียที

อยากให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ

ผมยังจำวันที่หม่อมหลวงภาสันต์ถามเชฟคีตาว่าการเป็นแชมป์ในรายการว่ามีความหมายมากแค่ไหน เธอตอบว่า “หนูเรียนไม่เก่ง จึงอยากหาอะไรที่โดดเด่น หนูอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ดีใจและภูมิใจในตัวหนู” คำพูดนี้ซึ้งกินใจมากครับ วันที่ผมสัมภาษณ์เชฟคีตาก็ยังยืนยันคำนั้น เธอบอกว่าทุกวันที่มีการถ่ายรายการ คุณแม่จะเป็นคนไปส่งที่สตูดิโอแต่เช้าและอยู่กับเธอทั้งวันจนจบรายการได้ผู้เข้ารอบแต่ละสัปดาห์..ซึ่งดึกมาก วันไหนคุณแม่ติดธุระ คุณพ่อก็จะมาทำหน้าที่นี้แทน ก่อนเข้ารายการคุณพ่อคุณแม่จะกอดและบอกว่า “สู้ๆ นะ” หลังจากแข่งจบก็จะมานั่งคุยและให้กำลังใจ เป็นแบบนี้ทุกครั้ง



ผลออกมาอย่างไรก็รับได้

เชฟคีตาบอกว่าเธอมาไกลกว่าที่เธอคิดไว้ ตอนเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายก็รู้สึกว่ามีลุ้น แต่พอประกาศผลว่าไม่ได้ เธอก็ไม่เป็นไร เพราะนิสัยของเธอเป็นคนไม่คิดมากอยู่แล้ว ผมถามว่าในรายการเชฟคีตาสนิทกับเพื่อนคนไหนมากที่สุด เธอบอกว่า “แมนต้า” แชมป์รายการ Master Chef Junior Thailand นั่นเอง เชฟคีตาเล่าว่า เธอนั่งติดกับแมนต้าในวันที่มาเรียนรู้เรื่องอุปกรณ์ในครัว แล้วทั้งคู่ก็เข้ารอบมาเรื่อย ๆ จนถึงรอบสุดท้าย พอรู้ว่าแมนต้าได้ เธอก็ดีใจกับเพื่อนด้วย ทุกวันนี้ก็ยังคงนัดคุยกับแมนต้าอยู่

ได้ทำในสิ่งที่ชอบและได้ช่วยเหลือคนอื่น

เชฟคีตาเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากจบรายการ ที่โรงเรียน Bangkok Prep มีงาน Charity Chef Table มอบเงินบริจาคทุกบาทไม่มีหักค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับกลุ่มลูกเหรียง (เด็กและเยาวชนกำพร้าจากเหตุการณ์สามจังหวัดภาคใต้) งานนี้เชฟคีตาได้รวบรวมเพื่อนๆ Master Chef Junior Thailand ทั้ง Season 1 และ 2 มาช่วยกันทำอาหารเสิร์ฟแขกทั้งหมด 45 คน เชฟคีตาบอกว่าทำอาหารเป็น 3 คอร์ส ออร์เดิร์ฟ ได้แก่ หมูยัดใส่กุ้งม้วนใบชะพลูย่าง หมูสับคลุกงาทอดซอสเต้าเจี้ยว และแคนนาเดียนล็อบสเตอร์โพชเนยสมุนไพรกับโฟมกุ้งแห้งเสิร์ฟคู่กับเห็ดหอมผัดซีอิ๊ว อาหารจานหลักคือ รีซอตโต้กิมจิ ไก่ทอดซอสเกาหลีกับซอสมิโซะ และตับห่านย่างเสิร์ฟคู่กับหัวไชเท้าญี่ปุ่นและสลัดกิมจิ ของหวานคือ คเยรันปังเค้ก กินกับซอสชาไทยและคาราเมลช็อคโกแลต เชฟคีตาบอกว่าการทำอาหารวันนั้นไม่ยากมาก เพราะบางเมนูเคยทำในรายการบ้างแล้ว และมีเพื่อนเก่ง ๆ มาช่วยหลายคน วันนั้นได้เงินบริจาค 101,000 บาท เธอดีใจมาก

ชวนทำขนมหวานต้อนรับวันวาเลนไทน์ My Mini Heart

เชฟคีตาอยากชวนท่านผู้อ่านมาทำขนมวันวาเลนไทน์ ชื่อว่า My Mini Heart เป็นขนมหวานรูปหัวใจ ด้านในเป็นชั้น ๆ ทั้งหวานและเปรี้ยวปนกัน ส่วนใหญ่มักจะทำเป็นไส้สตรอวเบอร์รี่กัน แต่เธออยากให้ลองเปลี่ยนเป็นราสเบอร์รี่ดูบ้าง เชฟคีตาบอกว่ามีทั้งหมด 5 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีสิ่งที่ต้องเตรียมดังนี้ครับ

1.ตัวฐานรอยอลติน
รอยอลติน 75 กรัม ไวท์ช็อคโกแลต 35% 75 กรัม ช็อคโกแลตนูเทลล่า 75 กรัม
วิธีทำ
1. ละลายไวท์ช็อคโกแลตในชามผสม
2. เทรอยอลติน (เชฟคีตาบอกว่าเหมือนทองม้วนทุบ ๆ) และช็อคโกแลตนูเทลล่า ลงผสมให้เข้ากัน
3. เทใส่กระดาษไข แล้วรีดให้แบนความหนา 3 มิลลิเมตร
4. นำเข้าตู้เย็น ให้เซ็ตตัว 30 นาที
5. นำพิมพ์รูปหัวใจมากดตามขนาดที่ต้องการ

2. ไส้ราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่สด 120 กรัม น้ำตาลทรายขาว 35 กรัม แป้งข้าวโพด 7 กรัม น้ำราสเบอร์รี่คั้นสด 160 กรัม กลิ่นวนิลา 2 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำส่วนผสมทุกอย่างมาต้มให้เดือด 100 องศา พักไว้ให้เย็นตัว
2. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วปล่อยให้เซ็ตตัวในช่องแช่แข็ง 2-3 ชม.

3. เค้กอัลมอนด์
แป้งเค้ก 20 กรัม อัลมอนด์ป่น 48 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม ไข่ขาว 70 กรัม น้ำตาลทรายขาว 25 กรัม
วิธีทำ
1. ตีไข่ขาว + น้ำตาลให้ขึ้นฟู
2. ร่อนแป้งเค้ก อัลมอนด์ป่น น้ำตาลไอซิ่ง น้ำตาลทรายขาว ร่อนรวมกัน ใส่ชามผสมพักไว้
3. ตักไข่ขาวที่ตีฟูแล้วใส่ผสมลงไป แล้วผสมอย่างเบามือจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
4. เทใส่ถาดอบ รองด้วยกระดาษไข อบไฟ บน-ล่าง 180 องศา เป็นเวลา 15 นาที
5. พักให้เย็น แล้วกดเป็นรูปทรงหัวใจ หรือทรงอื่น ๆ ตามต้องการ

4. ไวท์ช็อคโกแลตมูส
นม 64 มล. วิปปิ้งครีม 64 มล. น้ำตาลทรายขาว 12 กรัม ไวท์ช็อคโกแลต (35%) 226 กรัม วิปครีมตีจนขึ้นฟูแล้ว 224 กรัม
เจลาติน 35 กรัม วนิลา 2 ช้อนชา เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
1. นำหม้อใบกลาง เทนม วิปปิ้งครีม น้ำตาลทรายขาว เกลือ ให้พอร้อน อย่าให้เดือด
2. เติมเจลาตินลงไปคนให้ละลายเข้ากัน พักไว้
3. นำไวท์ช็อคโกแลตและวนิลา ใส่ชามผสม รอไว้
4. เทส่วนผสมของเหลว ลงไปในชามไวท์ช็อคโกแลต แล้วคนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
5. ค่อย ๆ เติมวิปครีม แล้วคนผสมอย่างเบามือจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
6. เทใส่พิมพ์รูปหัวใจที่เตรียมไว้

5. ช็อคโกแลตเกลสสีแดง (Red Mirror Glaze)
ไวท์ช็อคโกแลต 35% 115 กรัม น้ำเปล่า 50 มล. น้ำตาลทรายขาว 70 กรัม น้ำตาลกลูโคลส 120 กรัม นมข้นหวาน 30 กรัม
เจลาติน 42 กรัม สีแดงกุหลาบ 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำหม้อใบกลาง เทน้ำเปล่า น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลกลูโคลส นมข้นหวาน เจลาติน ตั้งไฟให้ร้อน 65 องศา อย่าให้เดือด
2. เทไวท์ช็อคโกแลต และสีผสมอาหารสีแดงกุหลาบ
3. ปั่นให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และพักไว้จนอุณหภูมิเหลือ 30 องศา พร้อมใช้งาน



ชิมทุกขั้นตอนตามที่ป้าป้อมสอนไว้

ผมแซวว่าทำไมเชฟคีตาต้องทำไปชิมไปตลอดเวลา เชฟคีตาบอกว่าป้าป้อมสอนไว้ให้ทำไปชิมไปเพื่อให้รู้รสชาติทุกขั้นตอน แถมเชฟคีตาแนะนำด้วยว่า อยากให้ทำฐานและไส้ของขนมไว้ก่อน เพราะว่าต้องนำไปแช่เย็นให้เซ็ทตัว ส่วนขั้นตอนอื่นก็ทำรอไป เวลาจะได้พอดีกัน ของหวาน My Mini Heart นี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะทำเสร็จ พอขั้นตอนที่ 5 ราดช็อคโกแลตเกลสสีแดงแล้ว ก็ถึงขั้นตอนตกแต่ง จะนำบราวนี่ชิ้นเล็ก ๆ และผลไม้เบอร์รี่มาตัดวางเคียงไว้ได้เลย กินแล้วอร่อยเข้ากัน ใครไม่แน่ใจหรือติดขัดตรงไหน เข้ามาถามใน facebook ของเชฟคีตาได้ที่ https://www.facebook.com/iamkheeta

ผมได้ชิมแล้วครับ ต้องใช้ส้อมตัดจากด้านบนให้ลงไปถึงด้านล่างจะได้ครบทุกรสชาติ ตัวเกลสที่เคลือบไว้ด้านนอกได้รสชาติหวานละมุน ผ่านเนื้อมูสและเนื้อเค้กจะนุ่มๆ ตัวไส้ด้านในจะเปรี้ยวและเย็นฉ่ำ ไปจนถึงฐานด้านล่างสุดจะได้ความกรุบกรอบหวานๆ ขมๆ ของช็อคโกแลต แล้วต้องกินคู่กับสตรอวเบอร์รี่หรือราสเบอร์รี่ด้วยนะครับ จะสดชื่นมาก

ผมจบการสัมภาษณ์ไปพร้อมๆ กับขนมที่หมดจาน ผมสังเกตว่า บุคลิกตอนเชฟคีตาขณะที่กำลังทำขนมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเวลาที่ให้สัมภาษณ์ (ตอนสัมภาษณ์เขิน ไม่ค่อยมั่นใจ และขี้อายมาก) แต่พอเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เธอมั่นใจ ทำอะไรรวดเร็ว และดูมีความสุขมาก (คนในครอบครัวและเชฟที่สอนแซวว่า “องค์ลง”) ผมถือว่าเชฟคีตาโชคดีมากครับที่เธอเจอในสิ่งที่ชอบตั้งแต่อายุยังน้อยและครอบครัวก็ให้ความสนับสนุนเต็มที่ นอกจากเชฟคีตาทำ My Mini Heart ให้ผมชิมแล้ว แน่นอนว่าเธอได้ทำของหวานสุดอร่อยนี้ไว้ให้กับครอบครัวที่เธอรักในเดือนแห่งความรักด้วยครับ.
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 238