อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

เปิดวาร์ปป้ายรถเมล์โฉมใหม่ ผู้โดยสารต้องถูกใจสิ่งนี้

ผู้โดยสารต้องร้องว้าว! “ป้ายรถเมล์” โฉมใหม่ ไม่เหมือนป้ายรถเมล์ในจุดอื่นๆ ที่เคยเห็นมาก่อน พร้อมความพิเศษสุดๆ ของม้านั่ง อังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์นี้จะพาไปเปิดวาร์ปศาลาที่พักผู้โดยสาร หรือที่เรียกกันชินปากว่า “ป้ายรถเมล์” โฉมใหม่ รับรองว่าไม่เหมือนป้ายรถเมล์ในจุดอื่นๆ ที่เคยเห็นหรือเคยใช้งานกันมาก่อนแน่นอน จะมีความพิเศษขนาดไหน?? และความพิเศษที่ว่านี้คืออะไร ??? รับรองผู้โดยสารถูกใจสิ่งนี้แน่นอน!!

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ปรับปรุงขยายถนนกัลปพฤกษ์ (ช่วงกาญจนาภิเษก-ถนนราชพฤกษ์) ระยะทาง 7.602 กม. ขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ หรือด้านละ 3 ช่อง เสร็จเรียบร้อยโดยเปิดบริการเมื่อปลายปี 62 ที่ผ่าน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ “ปีหนูร่าเริง” ให้กับประชาชน



โครงการขยายถนนกัลปพฤกษ์ (ช่วงกาญจนาภิเษก-ถนนราชพฤกษ์) เป็นโครงการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตปริมณฑล ซึ่งเดิมถนนกัลปพฤกษ์มี 4 ช่องจราจรไปกลับ ด้านละ 2 ช่อง มีจุดเริ่มต้นที่ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก) สิ้นสุดที่ถนนราชพฤกษ์บริเวณสวนเลียบ มีปัญหาการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็น เนื่องจากการขยายตัวด้านอสังหาริมทรัพย์ 2 ข้างทางแบบก้าวกระโดด มีหมู่บ้านจัดสรรเกิดใหม่ผุดขึ้นมากมาย

แม้ที่ผ่านมา ทช. จะก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกถนนสุขาภิบาล 1 และถนนกำนันแม้นแล้วเสร็จ สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อถนนเดิมเกินความจุของปริมาณรถ จึงต้องแก้ไจทย์ด้วยการเพิ่มเลนเพิ่มการระบายรถให้มากขึ้น โดยใช้เขตทางเดิมใช้งบประมาณก่อสร้าง 476 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำ ทางเดินเท้า ปรับปรุงคอสะพานตลอดเส้นทาง ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับปรุงเครื่องหมายจราจรที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น





ที่สำคัญยังก่อสร้างศาลาพักคอยรถประจำทางโฉมใหม่ 16 หลัง บนทางเท้าของถนนทั้ง 2 ฝั่งฝั่งละ 8 หลัง วงเงินรวม 1,638,112 ล้านบาท หรือหลังละ 102,382 บาท แล้วเสร็จหลังการขยายถนนและเปิดให้ใช้งานแล้วในวันนี้ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของป้ายรถเมล์ เนื่องจากได้ออกแบบการจัดวางเก้าอี้นั่งใหม่หันขวางให้ผู้รอรถเมล์มองถนนและรถที่กำลังวิ่งเข้าป้ายได้สะดวกขึ้น พร้อมเอื้ออำนวยผู้สูงอายุและผู้พิการ ด้วยการเพิ่มราวจับข้างที่นั่งสำหรับช่วยพยุงตัว สำหรับโครงสร้างศาลาที่พักมีขนาดความกว้าง 3.20 เมตร ยาว 5 เมตร มีหลังคากันแดดกันฝนรวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืนด้วย

ไอเดียใหม่นี้ ทช.ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นต้นแบบ(โมเดล) ป้ายรถเมล์ในอนาคตที่สอดคล้องกับการใช้งานของผู้โดยสาร แหล่งชุมชน และตำแหน่งที่หยุดรถประจำทางเพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์



หลังเปิดใช้บริการได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากม้านั่งจัดวางให้กันนั่งมองรถเมล์ที่จะเข้าป้ายได้ชัดเจน ไม่ต้องเอี้ยวคอหรือคอยชะเง้อมองให้เมื่อยคอเมื่อยตา ผู้สูงวัยมีราวจับช่วยประคองตัว ที่สำคัญหากเกิดเหตุอันไม่คาดฝัน เช่น รถเมล์เสียหลักหรือเบรกแตกพุ่งชนป้านรถเมล์ ผู้โดยสารจะระมัดระวังรู้ตัวและหลบได้ทัน พร้อมมีข้อเสนอให้ทช.ก่อสร้างเสากั้นรถพุ่งชนเหมือนในต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามประชาชนบางส่วนมองว่า ค่าก่อสร้างต่อหลังแพงไปหรือไม่?? รวมถึงไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานเพื่อคนทั้งมวล ไม่มีทางลาดสำหรับผู้พิการวีลแชร์ เก้าอี้และเสาพยุงตัวปิดทับเส้นสีเหลืองสำหรับผู้พิการทางสายตาบางส่วน และเห็นว่าประชาชนควรระแวดระวังมองซ้ายขวาหน้าหลังไม่จดจ่อในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง



นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท บอกว่า ทช.ยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน เพื่อนำมาประเมินผลว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจและสอดคล้องกับความต้องการหรือไม่ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข ก่อนพิจารณาขยายผลไปก่อสร้างในโครงการถนนสายอื่นในความรับผิดชอบของทช.ต่อไป เบื้องต้นการก่อสร้างศาลารูปแบบใหม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่พอสมควร ดังนั้นการขยายผลต้องพิจารณาเรื่องของพื้นที่เป็นสำคัญด้วย

ป้ายรถเมล์แห่งนี้ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทาง แม้จะผ่านมากว่า 100 ปีที่ประเทศไทยมีรถเมล์บริการ เพิ่งคิดกันได้ว่า...ควรจะหัน”เก้าอี้”ไปทางรถโดยสารก็ตาม.
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 79