อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563

ปัญหา'รถควันดำ' เร่งแก้ก่อนถูกปรับ!

"รถยนต์ควันดำ" อีกหนึ่งปัญหากวนใจผู้ใช้รถ ที่ส่งผลถึงสุขภาพ ควรเร่งแก้ไขก่อนส่งผลเสียสุขภาพกระเป๋าเงิน! ศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


ปัญหา "รถควันดำ" มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งนอกจากจะสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ แล้ว ยังสร้างปัญหาให้กับสภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงที่เรื่องของฝุ่นละอองที่มีจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพเช่นนี้ เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากเป็นอีกหนึ่งคนที่สร้างมลพิษและไม่อยากเสียค่าปรับ "รู้ก่อนเหยียบ" มีวิธีง่าย ๆ มาฝากกันครับ

สาเหตุรถควันดำ
โดยส่วนใหญ่ "เครื่องยนต์ที่หลวม" อาจจะทำให้รถปล่อยควันดำออกมาจำนวนมาก เนื่องจากเมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะเกิดความสึกหรอ ยิ่งเครื่องยนต์ดีเซลที่เสื่อมสภาพการทำงานก็ยังทำได้ไม่เต็มร้อย การเหยียบเร่งน้ำมันอัดเข้าไป เมื่อไม่สามารถเผาไหม้จนหมด ก็จะถูกขับออกมาเป็นควันดำ นอกจากนี้อาจเกิดจาก "การจ่ายน้ำมันที่มากเกินไป" จึงควรตรวจดูจุดต่าง ๆ ของการจ่ายน้ำมัน ทั้งปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับแต่งหัวฉีดใหม่ หรือองศาการฉีดน้ำมันใหม่ เช็กการอ่อนตัวของสปริงหัวฉีดน้ำมัน รวมถึงสาเหตุจาก "การเหยียบคันเร่งที่ไม่สอดคล้องกับรอบเครื่องยนต์" ไม่ควรขับรถลากเกียร์ หรือ เหยียบคันเร่งจนมิดในขณะที่รอบเครื่องยนต์ยังต่ำอยู่ เป็นต้น

ขั้นตอนการตรวจวัดควันดำ
ระบบกระดาษกรอง (Filter Smokemeter)ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1.การเตรียมรถยนต์และเครื่องมือตรวจวัดควันดำ
ขั้นตอนการตรวจวัดควันดำ ระบบกระดาษกรอง (Filter Smokemeter)ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1.1 จอดรถยนต์อยู่กับที่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง, ปิดระบบเครื่องปรับอากาศของรถยนต์และระบบเบรกไอเสีย (ถ้ามี), และเดินเครื่องยนต์ให้อยู่ในอุณหภูมิใช้งานปกติ
1.2 ตรวจสอบท่อไอเสียรถยนต์ว่ามีรอยรั่วหรือไม่ หากมีรอยรั่วให้ระงับการตรวจไว้ก่อนจนกว่าจะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์, ตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์เครื่องยนต์ เช่น ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง อุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Governor) โดยการทดสอบเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์อย่างช้าๆ ให้ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งถึงความเร็วรอบสูงสุด ขณะเร่งเครื่องยนต์ให้สังเกต หรือ ฟังเสียงสิ่งผิดปกติของเครื่องยนต์ ถ้าพบอาการผิดปกติที่อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หรือไม่ปลอดภัยให้ระงับการตรวจวัดรถยนต์จนกว่าจะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
1.3 เร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่งไม่น้อยกว่าสองครั้ง ก่อนทำการตรวจวัดควันดำ เพื่อไล่ฝุ่นผงเขม่าที่ตกค้างออกจากท่อไอเสีย
1.4 กรณีมีท่อไอเสียมากกว่าหนึ่งท่อ ให้ตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียที่มีปริมาณควันดำมากที่สุด
1.5 การทำความสะอาดเครื่องมือวัด เช่น หัววัด (Probe) การสอบเทียบเครื่องมือตรวจวัด (Calibrate) ต้องเป็นไปตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือตรวจวัด, สอดหัวเก็บตัวอย่างเข้าไปในท่อไอเสียของรถยนต์ โดยให้ปลายท่อหัววัดอยู่ห่างจากผนังท่อไอเสีย ไม่น้อยกว่า 0.5 เซนติเมตร
 
2.วิธีการตรวจวัดค่าควันดำของรถยนต์
2.1 ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ, จอดอยู่กับที่ในสภาพไม่มีภาระ การเตรียมรถยนต์และเครื่องมือตรวจวัดควันดำตามข้อ 1
2.2 เร่งเครื่องยนต์และเก็บตัวอย่างค่าควันดำ ให้เร่งเครื่องยนต์อย่างรวดเร็วจนสุดคันเร่ง พร้อมเก็บตัวอย่างควันดำลงกระดาษกรองขณะเริ่มกดคันเร่ง
2.3 ให้ตรวจวัดค่าควันดำสองครั้ง โดยใช้ค่าสูงสุดที่วัดได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน
 
3.การอ่านค่าควันดำและประเมินผล
ถ้าค่าควันดำที่ตรวจวัดได้ทั้งสองครั้งแตกต่างกันเกินกว่าร้อยละห้า ให้ยกเลิกการตรวจวัดทั้งสองครั้งและดำเนินการตรวจวัดค่าควันดำใหม่อีกสองครั้ง จนกว่าค่าควันดำที่วัดได้ทั้งสองครั้งจะแตกต่างกันไม่เกินกว่าร้อยละห้า

4.มาตรฐานค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถยนต์
ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ (จอดอยู่กับที่) กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 50 (เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง) หรือไม่เกินร้อยละ 45 (เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง)

เทคนิคแก้ไขรถควันดำ
- เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะกำหนด โดยรถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 5,000 ก.ม. หรือทุก 3 เดือน ส่วนรถที่ใช้งานทั่วไปจะต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อขับถึงระยะ 8,000-10,000 ก.ม. หรือทุก 6 เดือน 
- ตรวจดูไส้กรองอากาศ เพราะไส้กรองอากาศรถยนต์ทำหน้าที่ดักจับฝุ่น เศษต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่น้ำมันเครื่องรถยนต์ของเรา สามารถตรวจเช็กไส้กรองอากาศรถยนต์เบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยควรทำความสะอาดทุก ๆ 10,000 กม.
- ซ่อมแซมเครื่องยนต์ในส่วนที่สึกหรอ เช่น เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ หรือ ทำการคว้านกระบอกสูบ แล้วเปลี่ยนลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น
- เช็กปั๊ม โดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการปรับแต่งปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ รวมทั้งปรับแต่งหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งการปรับแต่งอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตกำหนด
- ล้างท่อไอเสีย โดยใช้น้ำหรือลมฉีดชะล้างเขม่าและฝุ่นละอองภายในท่อไอเสีย
- หลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนัก เพราะการบรรทุกของที่หนักเกินพิกัดจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักเกินจำเป็น และไม่ควรขับรถแบบกระชาก หรือเหยียบแรงเกินไป เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถควันดำได้เช่นกัน...
..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    64%
  • ไม่เห็นด้วย
    36%

บอกต่อ : 291