อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

เที่ยว "เชียงราย-เชียงใหม่" เอาใจสายกิน

วันหยุดยาวนี้พาไปแอ่วเมืองเหนือ “เชียงราย-เชียงใหม่” มีสถานที่น่าเที่ยวชมและของอร่อย ๆ ที่สายกินต้องชอบอย่างแน่นอน   จันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.


ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ทำให้ผมมีเวลาถึง 3 วัน เพื่อเดินทางขึ้นไปศึกษาดูงานที่ภาคเหนือในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมชมและร้านอาหารอร่อย ๆ ของทั้งสองจังหวัด ทั้งนี้ ผมขออนุญาตข้าม “ดอยตุง” ไปก่อนนะครับ เพราะดอยตุงผมประทับใจมาก วันหลังจะขอเขียนเต็ม ๆ หนึ่งตอนไปเลย

สถานที่แรกที่จะ check-in ขอเอาใจสายกินก่อนนะครับ “ครัวยายรูญก๋วยเตี๋ยวเป็ดตามเสด็จ” อยู่ อ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย ผมมาทีไรต้องแวะร้านนี้ทุกที ส่วนตัวชอบกินเป็ดอร่อย ๆ อยู่แล้วครับ ร้านนี้มีทั้งเป็ดย่างและเป็ดตุ๋น เมนูแนะนำคือ บะหมี่แห้งเป็ดย่าง เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี เป็ดย่างหนังกรอบเนื้อหนานุ่ม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเลยครับ หรือใครอยากจะสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นก็ได้ หรือเป็นข้าวหน้าเป็ด กะเพราเป็ด เย็นตาโฟ บะหมี่ขาหมู และข้าวหมูแดงก็มี ปิดท้ายด้วยพวกขนมน้ำแข็ง ผมสั่งเผือก ฟักทอง และเฉาก๊วยน้ำกะทิ อร่อยเกินคาดครับ โดยเฉพาะฟักทองกินกับน้ำกะทิ หวานฉ่ำมาก ร้านนี้น่าจะเป็นร้านเก่าแก่พอสมควร เพราะผมสังเกตรูปที่ติดข้างฝา ร้านนี้ได้ตามเสด็จพระราชวงศ์ตั้งแต่ปี 2542 (ปีที่ระบุในรูป) 



สถานที่ต่อไปฟังชื่ออาจจะแปลกใจนิดหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ เข้าไปแล้วจะเดินเพลินจนลืมชื่อไปเลย “เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง” สถานที่กว้างใหญ่แห่งนี้แบ่งออกเป็นหลายส่วน มีร้านกาแฟ Inspire by Princessอยู่ด้านหน้า สัญลักษณ์เป็นรูปนกโบยบินออกจากกรง มีที่นั่งชมวิวบนต้นไม้ใหญ่ ถ้ามาเป็นครอบครัว ผมแนะนำให้ไปที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีโซนที่เลี้ยงสัตว์ครับ มีทั้งแพะ ไก่ กบ กระต่าย ม้า หมูหลุม และไปดูโซนการเกษตรที่มีองุ่นพันธุ์ต่างประเทศ ฟักทองยักษ์ และทุ่งข้าว “Rice สาระ” 

หัวหน้าเรือนจำพูดให้ฟังว่า สถานที่นี้เป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาปรับใช้ในกระบวนการสร้างโอกาสในการดำรงชีวิต และใช้สถานที่นี้ฝึกอบรมผู้ต้องขังที่มีกำหนดโทษไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน ให้มาอบรมตลอด5 เดือน โดยเปิดรับจำนวนรุ่นละ 50 คน แต่รุ่นล่าสุดทดลองรับ 100 คน เพื่อขัดเกลาจิตใจและฝึกทักษะทางด้านอาชีพ ทั้งทำการเกษตร ปลูกข้าว ทำสวน ทำปุ๋ย กรีดยาง และเลี้ยงสัตว์ (สัตว์ต่าง ๆ ที่พบเห็นที่นี่ได้รับมอบมาจากประชาชนเพื่อเป็นประโยชน์แก่เรือนจำทั้งสิ้น) เจ้าหน้าที่หัวหน้าเรือนจำได้ชี้แจงสถิติให้ดูว่า ผู้ต้องขังที่เคยผ่านหลักสูตรฝึกอบรมนี้แล้ว มีอัตรากลับมากระทำผิดต่ำมาก



อ้อ เกือบลืมกิจกรรมที่เด็ดที่สุดคือ นวดตอกเส้นครับ การนวดตอกเส้นเป็นการนวดแบบชาวเหนือล้านนา ฟังชื่ออาจจะดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วสบายมาก ไม่เจ็บเลยครับ ปกติจะมีพระครูเป็นผู้สอนให้กับผู้ต้องขังได้ฝึกนวด แต่วันที่ผมไปเป็นอาจารย์ผู้หญิงมาสอนแทน อาจารย์บอกว่า การใช้ไม้ตอกมันจะเข้าเส้นและสม่ำเสมอกว่าใช้นิ้วบีบนวด โดยหมอนวดจะทำการตอกเส้นก่อน หลังจากนั้นก็บีบนวด กดเส้นด้วยศอกหรือเข่า แล้วดัดหลัง ช่วยให้ผ่อนคลายแบบครบถ้วนเลยครับ หรือถ้าไม่เมื่อยมากแต่อยากลองเหมือนเพื่อนผม ไม่ต้องนอนก็ได้ ให้นั่งขัดสมาธิแล้วหมอนวดจะตอกเส้นให้ที่บ่า ไหล่ และหลัง เพื่อคลายความปวดเมื่อยจากอาการออฟฟิศซินโดรมครับ ค่าบริการแล้วแต่จิตศรัทธา เพื่อเป็นกำลังใจให้กับหมอนวดฝึกหัด ผมว่าสถานที่นี้ดีมากทั้งเรื่องของการสร้างงานและคืนคนดีสู่สังคม

ในขณะเดียวกันก็ทำให้ประชาชนคนทั่วไปได้มาท่องเที่ยวเชิงเกษตร จิบกาแฟ เปิดใจรับและให้โอกาสกับคน ซึ่งประเด็นหลังนี้ผมมองว่าสำคัญมากเลยนะครับ



สถานที่สุดท้ายที่จะมาแนะนำคือ ร้านอาหารอินเดียในเชียงใหม่ ชื่อว่า “Bombay Hut” สาเหตุที่ผมประทับใจร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เพราะ “เชฟช้าง” เจ้าของร้านและพ่อครัวที่นี่มีความอินดี้ดี ร้านนี้เสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส เดาไม่ได้ว่าวันนั้นจะได้กินอะไร ขึ้นอยู่กับความติสต์ของเชฟช้าง อย่างไรก็ตาม เรายังมีทางเลือกในเมนูที่เชฟทำวันนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นออเดิร์ฟ เมนคอร์ส หรือของหวาน จะมี 2 ตัวเลือกให้เสมอ วันนั้นผมไปกับเพื่อน เราสั่งไม่ซ้ำกันเพราะจะได้ชิมทุกเมนู ผมชอบตั้งแต่ของกินเล่นที่เป็นเนยเขียว (เอาใบพาสลี่ย์มาปั่นกับเนย) ทากินกับขนมปัง

และถ้าวันไหนท่านผู้อ่านได้เมนูตรงกับผม ผมขอแนะนำซุปเห็ดรสเข้มข้นดี สลัดไก่และมันฝรั่งกินแล้วสดชื่น ข้าวหมกไก่ให้เยอะมาก เครื่องเทศไม่หนักไป ไก่ชิ้นโตมาก ผมชอบตรงที่มีโยเกิร์ตไว้ราดให้ด้วยครับ

ปิดท้ายของหวานด้วยไอศกรีมเสาวรสอร่อยล้างปาก พอสั่งเช็คบิลตกใจ ราคาโอเคมากเลยครับ (กิน 2 คน ไม่ถึง 600 บาท) ก่อนกลับทางร้านนำเครื่องเทศใส่กระปุกเรียกว่า Fennel (ยี่หร่า) มาให้ชิม เชฟช้างบอกให้เคี้ยวเพื่อทำให้ปากหอมครับ



หากใครได้ขึ้นไปเชียงรายและเชียงใหม่ ถ้ามีเวลาอยากให้ลองไปสถานที่ที่ผมแนะนำดูนะครับ แม้จะเล็กและไม่ค่อยมีคนรู้จักแต่ผมว่าได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ และความประทับใจที่ดีกลับมาแน่นอนครับ
.......................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 286