อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ปม "สินเชื่อเงินทอนทหาร" สะเทือน "ธุรกิจลายพราง" 

ช่วงที่ผ่านมาเกิดโศกนาฎกรรม ที่คนทั้งประเทศต้องจดจำ เมื่อเกิดเหตุการณ์การกราดยิงของจ่าทหารคลั่งที่ถูก “นาย” เอารัดเอาเปรียบจากโครงการสวัสดิการเงินกู้ ซึ่งเป็นที่มาของ “สินเชื่อเงินทอน”  พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


เหตุการณ์กราดยิงประชาชนอาวุธสงครามใน “ห้างเทอมินอล21กลางเมืองโคราชของจ่าทหารคลั่ง” กลายเป็นโศกนาฏกรรม ครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 ศพและประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 58 ราย จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

ต้นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ มาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ “โครงการสวัสดิการเงินกู้” สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ “สินเชื่อเงินทอน” ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ 



อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น “ตัวแทน” ทำหน้าที่นายหน้าประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้ อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย

สำหรับทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้ โครงการสวัสดิการเงินกู้ ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน

ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงกว่าราคาบ้านจึงมี  "เงินส่วนต่าง"  ที่เรียกว่า “สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ 



แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง จ่ายเงินส่วนต่างหรือเงินทอนไม่ครบดังกรณีของ “จ่าคลั่ง” ที่โคราช

ผลพวงของเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สร้างผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวง ทำให้ “บิ๊กแดง”พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ต้องประกาศทลายขุมทรัพย์นายพลด้วยการล้างบาง “ธุรกิจสีเทา”ในค่ายทหาร “ ทุบหม้อข้าว นายพลทั้งในราชการและนายพลเกษียณ ซึ่งรายได้จากธุรกิจสีเทานี้เป็นเงินนอกงบประมาณที่ไม่ต้องส่งเข้าคลัง แต่เข้ากระเป๋า “นายพลเกษียณ” ที่ทำมาหากินธุรกิจสีเทาทั้งหลายแทน

เริ่มจาก “บ้านหลวง” ที่ “นายพลเกษียณ”ใช้เป็นบ้านพักอาศัยครั้งยังรับราชการในกองทัพ แม้จะ “เกษียณอายุราชการ” ไปแล้วแต่ก็ยังอาศัยอยู่ไม่ยอมย้ายไปไหนนายพลบางคนถึงขั้นสร้างบ้านพักราคาหลายสิบล้านในที่ดินของทหารเรียกว่า อยู่กันจนชั่วลูกชั่วหลานกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ธุรกิจสัมปทานกับเอกชนอันเป็น “ขุมทรัพย์” มหาศาลทั้งสนามมวย-สนามกอล์ฟ-สโมสรฟุตบอล อาทิ สนามมวยลุมพินี ส่วนสโมสรฟุตบอล อาร์มี่ยูไนเต็ด ที่ ประกาศ “ยุบทีม” ไปแล้ว สนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก รามอินทรา (ทบ.) และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบกสวนสนประดิพัทธ์ รวมถึงที่ดินที่เป็นทั้งกรรมสิทธิ์และครอบครองของกองทัพบกกว่า 5 ล้านไร่ ที่เป็นที่ดินว่างเปล่า-ที่ดินราชพัสดุ



ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากองทัพบก ก็ได้มีการลงนามเอ็มโอยูเพื่อพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ กับกระทรวงการคลัง เนื้อที่ 1ล้านไร่ เริ่มตั้งแต่พื้นที่ของโรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ โดยเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ เพื่อนำเงินส่งเข้ากระทรวงการคลังและแบ่งสัดส่วนเพื่อนำเข้ากองทุนสวัสดิการของกองทัพต่อไป

เหนือสิ่งใดยังได้ส่งคืนกรมธนารักษ์ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ อาทิ ที่ดินในท้องที่ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ 45-1-34 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ส่งคืน 86,413-0-33ไร่ ที่ดินในท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 แปลง 1,340-1-61.6 ไร่ ส่งคืนโดยกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ในท้องที่แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต และแขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน484-3-21 ไร่ ส่งคืนโดยมณฑลทหารบกที่ 11

ขณะที่คลื่นความถี่วิทยุ-โทรทัศน์กระจายเสียงทั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก หรือ ททบ.5สถานีวิทยุในเครือกองทัพบก 126 สถานีทั่วประเทศ โดยมีทั้งเครือความถี่ที่กองทัพบกดำเนินกิจการเองและให้สัมปทานเอกชน “เช่าช่วงต่อ”นั้นจะต้องจับตาดูต่อไปว่าจะเข้ามาจัดการอย่างไร 

อย่างน้อยๆเหตุการณ์ที่เศร้าสลดครั้งนี้ได้ทำให้กองทัพบกเข้ามาจัดการกวาดขยะใต้พรมที่หมักหมมมานานแต่จะต้องดูว่า “บิ๊กแดง” นั้น จะจัดการกับภารกิจที่ท้าทายนี้ได้หรือไม่สำเร็จมากน้อยแค่ไหน.

................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 103