อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

วิบากชีวิต"พ่อแม่ตายจาก" ซ้ำสมองติดเชื้อคิดฆ่าตัวตาย

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตสาวอัมพาต วัย 34 ปีหลังพ่อเสียทำงานหนักหาเลี้ยงแม่ เคราะห์ซ้ำแม่จากไปอีกคน หมดกำลังใจล้มป่วยผ่าไส้ติ่ง ติดเชื้อในกระดูกสันหลังและสมอง คิดได้ให้กำลังใจตัวเองฝ่าวิกฤติฆ่าตัวตาย อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 น.


ความรู้สึกของการมีพี่น้องเป็นเพื่อนเล่นในครอบครัว รักใคร่กัน ไม่เหงา หรืออาจจะมีบ้างบางเวลาที่ทะเลาะกันตามประสาพี่น้อง แต่กลับอีกฟากความรู้สึกหนึ่งของการเป็น...ลูกคนเดียว...อาจจะไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร

เช่นเดียวกับสาววัย 34 ปี เธอมีชื่อว่า “ผึ้ง” หรือ “วันเพ็ญ กาหาวงค์” เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีเพียงพ่อกับแม่ เพราะเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้าน



เมื่อวันเวลาผ่านไป...เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งเมื่อย้อนกลับไป 10 ปีก่อน มรสุมลูกแรกเริ่มเข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจ อ้อมแขนของพ่อที่เคยโอบกอดตัวเธอในวัยเด็กกำลังจะหายไป ผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดได้จากเธอไปแล้ว เธอต้องอยู่กับแม่เพียง 2 คน และกลายเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานเป็นพนักงานที่คลินิกแห่งหนึ่ง เพื่อหาเงินเลี้ยงดูแม่

แต่แล้วเพียง 3 ปีให้หลัง มรสุมลูกที่สองได้พัดเข้ามาอีกระลอก แม่ของเธอป่วยและเสียชีวิตจากไปอีกคน เธอจึงต้องสู้เพียงลำพังตั้งแต่นั้นมา แต่พายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตมันไม่ได้สงบลงแค่นั้น สุดท้ายเธอเองกลับต้องเผชิญวิบากชีวิต รุนแรงมากจนทำให้เธอคิดอยาก...ฆ่าตัวตาย



“อยู่ ๆ หนูก็มีอาการปวดท้องหลังอย่างรุนแรง จนต้องพยุงตัวเองไปพบแพทย์ทราบว่าต้องผ่าไส้ติ่ง จนคุณหมอแจ้งว่า...ติดเชื้อบางอย่างในกระดูกสันหลังและสมอง แต่ไม่ได้ผ่าตัดสมอง และรักษาต่อเนื่องมาเป็นเวลา 1 ปี” หญิงสาววัย 34 ปี รายนี้กล่าว

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและเป็นอัมพาตในทันที...ตอนนั้นเธอคิดเพียงว่า ทำไมทุกอย่างต้องมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเองด้วย ความเครียดสะสมเริ่มเข้ามาในสมอง เธอจึงรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้ ไม่อยากเป็นภาระของใคร อยากจะหลับและไม่ต้องลืมตาขึ้นมาอีกเลย

“ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า หนูอยากตาย
อยากจะหลับ ๆ ไปไม่ต้องตื่น
เพราะหนูไม่อยากเป็นภาระของใคร...”


ช่วงแรกที่นอนอยู่โรงพยาบาลประมาณ 4 เดือน เธอไม่สามารถเดินได้เลย แต่ช่วงหลังก็พยายามเดินและพยุงตัวช่วยเหลือตัวเอง เปลี่ยนความคิดให้กำลังใจตัวเองตลอด น้ำตาที่ไหลออกมาจากความเศร้าจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า อดีตเคยพบเจอเรื่องอะไรมาบ้าง และมันหนักหนาสาหัสกระทบจิตใจมากแค่ไหน ทุก ๆ คำพูดที่เธอเปล่งออกมา มันเป็นเสียงที่เศร้าใจอย่างยิ่ง



แต่ในความโชคร้ายของชีวิตก็ยังมีชายคนหนึ่งที่ไม่เคยทิ้งเธอไปไหน “คุณบี” อายุ 38 ปี แฟนหนุ่มที่คบกันมา 12 ปี แต่ยังไม่แต่งงานกันและไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะฝ่ายชายต้องดูแลพ่อกับแม่ที่แก่ชรา โดยช่วงแรก ๆ ก็จะเทียวไปกลับบ้านพักเลขที่ 365/2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เพื่อคอยพาแฟนสาวไปหาหมอ แต่พักหลังต้องทำงานหาเงินหนักมากขึ้น จึงมาดูแลเพียงเดือนละ 2-3 ครั้ง

“แฟนหนูจะจ่ายค่ายา ค่ารถ เพื่อเดินทางไปรักษา ถ้ามีเงินก็ให้บ้าง 1-2 พันบาท เพราะเขาเองทำงานคนเดียว ต้องจ่ายค่าห้องและเลี้ยงดูพ่อแม่เขา มันจึงเป็นภาระหนักมากสำหรับเขาคนเดียว”



คุณผึ้งจึงช่วยหารายได้อีกทางด้วยการโพสต์ขายเสื้อผ้ามือสอง เพราะไม่อยากเป็นภาระมากเกินไป และอยากกลับมาหายในเร็ววัน ซึ่งทุกวันนี้คิดอย่างเดียวว่า...อดีตที่ผ่านมา เรายังผ่านมาได้เลย “เราต้องสู้สิ เราต้องสู้” จนทุกวันนี้เธอเริ่มที่จะลุกขึ้นนั่ง หรือเริ่มที่จะพยุงตัวเองให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้บ้าง และหวังว่าสักวันต้องกลับมาลุกขึ้นเดินได้ปกติอีกครั้ง



นี่แหละอดีตที่เข้ามาในชีวิตของแต่ละคน มักจะมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเข้ามาให้เรียนรู้อย่างไม่จบสิ้น และไม่มีใครล่วงรู้ว่าอุปสรรคในอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร หรือเราจะเดินทางมาพบเจอเรื่องเลวร้ายอะไรบ้าง บางคนผ่านมันไปได้ แต่บางคนกลับเลือกที่จะยอมแพ้ หรือจบชีวิตลงพร้อมน้ำตา.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)  

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%