อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

อีเว้นท์ร้อยล้านกับความเสี่ยง แพร่ระบาด'โควิด-19'

เปิดเอกสารคำแนะนำ'นักรบสาธารณสุข'ป้องกันไว้ก่อน อีเว้นท์ร้อยล้านกับความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19 เผยถึงวันนี้ ก.สาธารณสุขยัน สถานการณ์ระบาดอยู่ในระยะที่ 2 หรือมีผู้ติดเชื้อในประเทศวงจำกัด แต่นาทีนี้คงไม่มีใครคาดได้ว่าสถานการณ์ไวรัสมรณะจะเป็นอย่างไร พุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.30 น.


สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในประเทศไทย ล่าสุดจากการแถลงของกระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันว่าอยู่ในระยะที่ 2 หรือสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศในวงจำกัด แต่ก็ไม่อาจจะคาดเดาอนาคตได้ ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำจัดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อขยายวงกว้างได้  





อย่างเรื่องของการจัดกิจกรรม หรืออีเว้นท์ที่ต้องเอาคนหมู่มากมารวมกันนับเป็นความเสี่ยงสูงมาก ที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ซึ่งหลังจากที่ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามนี้ไปยังผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข “นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์” รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งรับหน้าที่ในการให้ข้อมูลถึงกับเอ่ยปากว่าเป็น “คำถามร้อยล้าน” แต่ก็สามารถตอบได้ โดยย้ำว่า แม้วันนี้-พรุ่งนี้จะยังไม่มีการระบาด แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะ “เทคออฟ” เพราะประสบการณ์สำคัญที่คือการระบาดของไข้หวัด 2009 จุดตั้งต้นการระบาดอยู่ที่งานคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี ที่มีคนร่วมงานจำนวนมาก



อย่างไรก็ตาม "ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์"ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ “ทีมนักรบสาธารณสุข” โดย “กรมควบคุมโรค” มีการพยากรณ์ และให้คำแนะนำล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เมื่อที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ในกรณีการจัดการประชุมสัมมนา หรือกิจกรรมอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยแบ่งเป็นคำแนะนำออกเป็น 2 ส่วน สำหรับผู้จัดงาน และสำหรับผู้ร่วมงาน ทั้งนี้คำแนะนำสำหรับผู้จัดงานจะมีอยู่ 8 ข้อคือ 1. จัดให้มีระบบคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้ ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ ทุกวันก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีอาการอย่างหนึ่งของโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ จาม มีน้ำมูก ต้องให้แนะนำให้พบแพทย์ และงดการเข้าร่วมกันกิจกรรมจนกว่าจะหายป่วย ในกรณีผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่มีอาการ ให้จัดทำสัญลักษณ์ติดประจำตัว ผู้นั้นให้เห็นชัดเจนก่อนเข้าประชุม



2.จัดเตรียมจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เช่น ห้องประชุม ห้องสุขา จุดลงทะเบียน จุดบริการอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นต้น 3. จัดให้มีหน้ากากอนามัย แจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างทั่วถึง ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนให้สวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อลดการแพร่เชื่อของโรคต่างๆ ในระบบทางเดินหายใจกระจายของโรค 4. ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในการล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ก่อนและหลังจากเสร็จการเข้าร่วมกิจกรรม ก่อนออกจากสถานที่จัดประชุม สัมมนา เป็นต้น



5. จัดให้มีจุดแนะนำและพยาบาลสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยสามารถให้บริการปฐมพยาบาล ให้การดูแลรักษาเบื้องต้นแก่ผู้ป่วย โดยแยกผู้ป่วยออกจากกิจกรรรมการรวมตัวนั้น โดยอาจจะแนะนำให้พักรักษาตัวที่บ้าน หรือที่พัก  หากเห็นว่าควรส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก หรือโรงพยาบาล ตามแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับผู้สัมผัสไวรัสโคโรนา 19 ให้พิจารณาส่งต่อไปรับการตรวจวินิจฉัยในสถานพยาบาลที่มีการประสานไว้ล่วงหน้า  

6.  จัดให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่มีผู้สัมผัสปริมาณมาก เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด และ 70% แอลกอฮอล์ อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 7. จัดหา จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์คำแนะนำการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เช่น วิธีสวมใส่และวิธีการใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง วิธีการล้างมือที่ถูกต้อง รวมทั้งให้ผู้ร่วมกิจกรรมทราบข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ จากแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่เชื่อถือได้ และ 8.ควรลดความแออัดของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ของการประชุม สัมมนา และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น จัดสถานที่และห้องประชุมให้กว้างขวางเพียงพอ ไม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนั่ง หรือยืนอยู่รวมกันอย่างเบียดเสียด กระจายมุมบริการอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น



ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมมี 5 ข้อ คือ 1. งดเข้าร่วมกิจกรรมหากตนเองมีอาการป่วยของโรคระบบทางเดินหายใจ 2. ก่อนเจ้าร่วมกิจกรรมควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์สำหรับใช้ส่วนตัวให้เพียงพอ และควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย เช่น ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล การสวมหน้ากากอนามัย 3.หากพบว่าตนเองป่วยหรือเริ่มป่วย ควรติดต่อขอเข้ารับการตรวจรักษาตามขั้นตอน และหากอาการป่วยนั้นเข้าได้กับโรคในระบบทางเดินหายใจควรงดเข้าร่วมกิจกรรมทันที

4.หากสังเกตเห็นผู้ร่วมกิจกรรมมีอาหารไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ผิดปกติ ควรแนะนำให้ผู้มีอาการติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดปฐมพยาบาล เพื่อรับการตรวจรักษาตามขั้นตอน และขอรับหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ และ 5. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจที่ไม่ได้ป้องกันตนเอง

อย่างไรก็ตามล่าสุดคณะผู้จัดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 17” ได้ออกมาประกาศเลื่อนการจัดงานที่กำลังจะถึงในวันที่ 4-8 มี.ค.นี้ ออกไปเป็นวันที่ 2-6 ก.ย. 2563 แทน ซึ่งถ้าพิจารณาจากข้อมูลของงานดังกล่าวจะมีนักธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีเงินสะพัดหลักร้อยถึงพันล้านบาท  แต่ครั้งนี้มีการหารือในคณะกรรมการจัดงานแล้ว มติเป็นเอกฉันท์ว่าให้เลื่อนการจัดงานออกไปจะดีกว่า คงไม่คุ้มค่าหากเปิดให้มีความเสี่ยงแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ออกไปในวงกว้าง.  
....................................
คอลัมน์ : 
Talk Online
โดย  :  อภิวรรณ  เสาเวียง
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 544