อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ทบ.ยุค 5.0 ผบ.หน่วยใส่ใจลูกน้อง ไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย

จากเหตุการณ์ “จ่าคลั่ง” ทำให้ผู้ใหญ่ในกองทัพต้องหันกลับมาทบทวนดูแลกำลังพลและแก้ไขปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมมานาน ก่อนที่จะมี “จ่าคลั่ง2” เกิดขึ้นมาอีก ถ้ายังปล่อยให้ผู้บังคับบัญชาและผู้มีอำนาจในหน่วยกดขี่ เอารัดเอาเปรียบลูกน้องกันอยู่อย่างนี้ต่อไป เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงกับวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. 2563 หลังจากที่ จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่คุ้มคลั่งสติแตกบุกปล้นปืนสงครามแบบเอชเค 33 ในค่ายทหารแล้วกราดยิงทหาร และ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทางกองทัพบกเริ่มที่จะสะสางสิ่งไม่ดีที่ซุกซ่อนไว้ใต้พรม เพื่อให้กองทัพบกเป็นกองทัพที่ใสสะอาด สมกับได้รับรางวัล 



@@@……พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) แถลงรายละเอียดการเปิดสายด่วนให้กำลังพลร้องเรียนถึงผบ.ทบ.ได้โดยตรงว่า จากนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่ต้องการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกำลังพลให้รวดเร็ว จึงได้จัดตั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกำลังพลกับผบ.ทบ. คือสายตรงแก้ไขปัญหาสำหรับกำลังพลกองทัพบก หมายเลขโทรศัพท์ 02-018-7330 หรือสายตรงผบ.ทบ.ครั้งแรก โดยเป็นการดำเนินการจากผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง มีสโลแกนว่า “ทุกเรื่องคือความลับ ทุกเรื่องถึงผบ.ทบ.” ถือเป็นมาตรการที่มีคุณภาพและวางใจได้ว่า ทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรับเรื่องโดยผู้ร้องเรียนต้องระบุชื่อและสังกัดก่อนบันทึกเรื่องใส่ซองปิดผนึกส่งข้อมูลถึงผบ.ทบ.โดยตรง ไม่มีใครทราบรายละเอียดดังกล่าว เป็นการรับประกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเรื่องที่ร้องเรียนมาเป็นความลับอย่างแท้จริง

@@@……ขณะนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ผมเดินสายชี้แจงกับหน่วยทหารทั่วประเทศ โดยพบปะผู้บังคับหน่วยตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับกองพัน เพื่อทำความเข้าใจกับนโยบายของผบ.ทบ. อีกทั้งเน้นย้ำเรื่องกำลังพลว่า ผู้บังคับหน่วยต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย ต้องใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา ยืนยันว่า การดำเนินการต่าง ๆ ไม่ใช่การปาหี่อย่างที่ถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหา อะไรที่เริ่มต้นจากเบอร์ 1 เป็นเรื่องที่จริงจังทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องปาหี่แน่นอน ผมเข้าใจว่าสังคมอยากทราบว่า ระบบสายตรงผบ.ทบ. เวิร์คหรือไม่ ยืนยันว่า คอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เอกชนที่มีประสบการณ์ในการรับเรื่องและประมวลเรื่อง หากมีคนร้องเรียนมาเรื่องเดียวกันจำนวน 1-2 คนก็จะรับเรื่องไว้ แต้ถ้าเรื่องใดมีคนร้องเรียนมาประมาณ 100 คน ก็ควรได้รับการให้ความสำคัญ ในส่วนของผู้บังคับหน่วยที่มีความกังวลว่าอาจถูกใส่ร้าย ผบ.ทบ.ได้ให้นโยบายว่าไม่ต้องกังวล คนที่โตมาถึงระดับผบ.ทบ. หรือรองผบ.ทบ. มีดุลยพินิจพอว่าเรื่องใดเป็นการใส่ความ เรื่องใดเป็นเรื่องจริง เพราะผ่านระบบกลั่นกรองมาแล้ว จึงขอให้มั่นใจ



@@@……งานเข้ากองทัพเรือ วันก่อน พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวชี้แจงโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบว่า โครงการบ้านสวัสดิการ กองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  ซึ่งความเป็นมาของโครงการสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2551 กองทัพเรือได้อนุมัติให้จัดทำโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ข้าราชการได้มีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง  ไม่ได้เป็นโครงการทางธุรกิจที่มุ่งหวังผลกำไรแต่ประการใด และยังได้จัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้ด้วย โดยเริ่มต้นได้ว่าจ้างบริษัท เปรมยุดา คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง มีจำนวนบ้านในโครงการทั้งสิ้น 249 หลัง แต่ต่อมาบริษัทผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการก่อสร้าง คณะกรรมการดำเนินการโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบจึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือเพื่อพิจารณาแนวทาง การแก้ปัญหางานก่อสร้างล่าช้า พร้อมทั้งลงมากำกับดูแลให้มีการจัดทำสัญญาจ้างก่อสร้างใหม่ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกในการขอสินเชื่อโครงการฯ ระหว่างกองทัพเรือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมถึงอนุมัติคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางในการจัดสร้างบ้านพักอาศัยราคาถูกและจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างที่พักอาศัยให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ (กบง.) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ของกองทัพเรือ 

@@@……จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กองทัพเรือมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาโครงการ บ้านสวัสดิการกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบขึ้นมาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยต่อเนื่อง โดยมีเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ปัจจุบันความก้าวหน้าของโครงการมีข้อมูลล่าสุดสำรวจ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2562 มีบ้านสร้างแล้วเสร็จจำนวน 171 หลัง คิดเป็นร้อยละ 68.7  คงเหลือ 78 หลัง คิดเป็นร้อยละ 31.3 กองทัพเรือไม่ได้ปล่อยปละละเลย  และพร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มาโดยต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลของกองทัพเรือในการมีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง ที่นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน และสนองนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ที่มุ่งหวังให้กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสะท้อนค่านิยม ของกองทัพเรือ Seamanship ด้วยความ ซื่อสัตย์ความจงรักภักดี มีคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ ความเป็นผู้นำให้ปรากฏสู่สายตาประชาชน ภูมิภาค และประชาคมโลกเพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคมเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจตลอดไป



@@@……พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า กองทัพอากาศไม่มีปัญหาเรื่องทหารเกษียณฯแล้วยังอาศัยอยู่บ้านหลวง เนื่องจากเมื่อใกล้เกษียณฯก่อน 7 วันทุกคนจะย้ายออกไปทันที โดยกองทัพอากาศใช้วิธีการให้นายทหารจบใหม่จะได้สิทธิในบ้านพักก่อน เนื่องจากมีรายได้น้อยและค่าใช้จ่ายแพง เมื่อเติบโตขึ้นไปพอที่จะมีรายได้ และมีเงินเดือนสูงขึ้นก็จะมีการส่งเสริมให้มีบ้านเป็นของตัวเอง ในลักษณะการเช่าซื้อ เมื่อบ้านสร้างเสร็จก็จะทยอยกันออกไป ส่วนบ้านพักที่เหลือก็เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งอย่างเดียว และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วก็ต้องย้ายออกไปเช่นกัน กองทัพอากาศไม่มีปัญหาในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเรายึดกติกาตรงนี้มาโดยตลอด และมีการปูพื้นฐานกันมายาวนานตั้งแต่ยุคก่อนที่ได้วางระบบดังกล่าวเอาไว้ค่อนข้างเข้มแข็ง โอกาสที่จะอยู่ยาวแบบถาวรจึงไม่มี ทหารอากาศจะเคารพในความคิดตรงนี้ และยึดมั่นในการปฏิบัติตรงนี้ทุกคนและทั่วหน้ากัน



@@@……พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นตัวแทนกองทัพบกลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ร่วมกับกรมธนารักษ์ โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นตัวแทนกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก ประกอบด้วย ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างในการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบกเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบกดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ค. 2548 เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ตลาดนัด กิจการสโมสร สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนกองทัพบก อีกทั้งเพื่อปรับรูปแบบการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบกในบางกิจการเป็นการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ซึ่งการกำกับดูแลของกองทัพบก แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ กรณีปกติทั่วไป เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าตลาดนัด เป็นต้น ให้เรียกเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ตามอัตราที่กำหนดตามระเบียบและคำสั่งที่ใช้บังคับ ณ  เวลานั้น 2. การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ ได้แก่ สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนให้เรียกเก็บค่าเช่าค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง....เป็นการสังคยนาธุรกิจกองทัพใหม่ จะได้ไม่มีเหลือบเข้ามาทำมาหากินในค่ายทหาร



@@@……ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งที่1/2563 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะกรรมการฯ ได้รับทราบผลการปฏิบัติงาน และสถานการณ์การก่อการร้ายจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในห้วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.62 - 10 ก.พ. 63 โดยมีแนวโน้มการเกิดเหตุลดลง ประชาชนได้รับการดูแลความปลอดภัยจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง  ควบคู่กับการเจรจา เพื่อยุติความขัดแย้ง และการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่กำลังเจริญเติบโต จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้เกิดความสงบสุขของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ คณะกรรมการฯ จึงได้มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากเดิมต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.63 - 19 มิ.ย.63 เป็นครั้งที่ 59 ตามข้อเสนอของ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า และเห็นชอบให้เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสืบสวนสอบสวน คดีความมั่นคง



@@@……วันก่อน พล.อ.ณัฐ  อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดสัมมนาทางวิชาการกองทัพอากาศ ประจำปี 2563 หรือ Royal Thai Air Force Symposium 2020 เพื่อสร้างความเข้าใจการกำหนดทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นรูปธรรม โดยมี พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ณัฐ กล่าวว่า ผอ.ทอ.มีความคิดพัฒนากองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าต่อเนื่อง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงที่เสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขเพื่อประชาชน ขณะที่ยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ เป็นความท้าทายที่กองทัพต้องเผชิญคือเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าทุกวินาที มีการพัฒนารวดเร็ว มีราคาสูง เราต้องปรับเขี้ยวเล็บของเราภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด เพื่อเสริมสร้างกองทัพ บริบทปัจจุบันเราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ปรับเปบี่ยนวิธีการ ต้องร่วมมือและร่วมทุนกับหลายประเทศ 

@@@……ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมหลายประเทศก็ปรับเปลี่ยนวิธีการในการประสานงานกับประเทศไทย ในส่วนของยุทโธปกรณ์ต้องมีความร่วมมือและร่วมทุนมากขึ้น รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชนมีความสำคัญต้องผนึกกำลังและบูรณาการ ซึ่งกองทัพอากาศประกาศชัดเจนว่ามีแนวทางพัฒนากองทัพอย่างไร สิ่งนี้เป็นนโยบายรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อเป้าหมายสำคัญคือเราต้องพึ่งพาตนเอง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องจนปัจจุบันกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพสามารถผลิตยุทโธปกรณ์ได้เองหลายรายการ ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีพ.ร.บ.เทคโนโลยีประเทศรองรับเรื่องนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างกฎหมายลูกขึ้นมาเพื่อรองรับให้เป็นรูปธรรมต่อไป



@@@……พล.อ.อ.วันชัย  นุชเกษม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) เป็นประธานการจัดกิจกรรม “วันกีฬาทหารสากล” ประจำปี 2563 หรือ “CISM Day Run 2020” ณ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย การจัดกิจกรรม CISM Day Run ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสภากีฬาทหารสากลระหว่างประเทศ (Conseil International du Sport Militaire : CISM) ได้กำหนดให้วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันกีฬาทหารสากล” เพื่อให้กองทัพ แต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 135 ประเทศทั่วโลก ได้แสดงออกซึ่งความสามัคคี โดยใช้กีฬาเป็นสื่อภายใต้ธงกีฬาของสภากีฬาทหารระหว่างประเทศผืนเดียวกัน ทั้งนี้ กองทัพไทย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาฯ ดังกล่าว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 โดยการอนุมัติของ จอมพล ถนอม  กิตติขจร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในสมัยนั้น และได้ดำเนินการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี รวมระยะเวลา 54 ปี โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรมฯ ประกอบไปด้วย กำลังพลจาก สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,900 นาย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้กำลังพลทุกนายเห็นความสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพของตนเอง และเป็นการปลูกฝังให้เกิด  ความรักสมัครสมานสามัคคีระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ของกำลังพลให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น.
................................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 162